HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
ไปวาดถ้วยเบญจรงค์-ชิมของอร่อยที่สุพรรณบุรี
by L. Patt
7 พ.ย. 2561, 10:53
  2,017 views

        วันว่างสุดสัปดาห์นี้ Happening Bangkok ขอแนะนำให้พาครอบครัวไปเพลิดเพลินกับกิจกรรมสนุกๆ ได้สาระที่เมืองขุนช้างขุนแผน เปิดแหล่งเรียนรู้เครื่องเบญจรงค์ พร้อมเวิร์คช้อปวาดลายถ้วยเบญจรงค์ตามสไตล์ของตัวคุณเอง

        ท่องเที่ยวเมืองรองสุดคึกคัก นอกจากจะได้ประสบการณ์แปลกใหม่แล้ว ยังได้ลดหย่อนภาษี แถมมีโปรโมชั่นโดนใจอีกมากมายให้กิน เที่ยว ช้อป กันตลอดปี แต่ถ้ามองหาสถานที่ชิลๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แบบเช้าไปเย็บกลับ สุพรรณบุรี ที่ขนานนามว่าเมืองยุทธหัตถี หรือเมืองแห่งวรรณคดีขึ้นชื่อ “ขุนช้างขุนแผน” เป็นหนึ่งในเมืองรองที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีสิ่งน่าสนใจให้เลือกหลากหลายสไตล์   

 

         ขับรถสบายๆ จากกรุงเทพฯ เพียงแค่ชั่วโมงเศษก็ถึงแล้ว แต่ก่อนจะไปตะลอนตามแหล่งเที่ยวแหล่งกิน เลี้ยวเข้าถนนมาลัยแมน แวะไปนมัสการหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร วัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของสุพรรณ สันนิษฐานว่ามีอายุราว 1,200 ปี ในรัชสมัยพระเจ้าอู่ทอง รอบๆ วิหารของหลวงพ่อโต มีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามเล่าเรื่องราวของขุนช้างและขุนแผน ตั้งแต่เริ่มเรื่องจนถึงตอนสุดท้าย ภายในบริเวณวัดยังมีเรือนไทยที่สร้างตามแบบเรือนของขุนช้างในวรรณคดี ส่วนบนเรือนจะมีภาพบรรยายเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน และจัดแสดงเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยก่อน

       

       พอเอ่ยถึงสุพรรณบุรี เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักตลาดสามชุก ตลาดห้องแถวเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนที่ได้รับการประกาศให้เป็นตลาดร้อยปีเชิงอนุรักษ์ คราวนี้ Happening Bangkok จะชวนคุณไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ โรงงานเบญจรงค์โพธิ์พระยา ต. โพธิ์พระยา อ. เมือง ที่เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง

 

        สุเมษ ง้วนจินดา เจ้าของโรงงานเบญจรงค์โพธิ์พระยา เล่าว่า “ผมตัดสินใจซื้อกิจการต่อจากคุณยาย เจ้าของโรงงานเมื่อปี 2551 ภายหลังจากที่คุณตา (อาจารย์ช่างศิลป์) ผู้ริเริ่มโรงงานแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2532 ได้เสียชีวิตไป เพราะคุณแม่เป็นคนหลงใหลในศิลปะเครื่องเบญจรงค์ และเป็นลูกค้าประจำที่นี่ ขณะที่ตัวเองก็ชอบศิลปะลายไทยอยู่แล้ว และไม่อยากให้ภูมิปัญญาการทำเครื่องเบญจรงค์สูญหายไปจากสุพรรณบุรี โดยช่างฝีมือเก่าแก่ทั้งหมดยังคงทำงานที่โรงงานนี้เช่นเดิม”

        การทำเครื่องเบญจรงค์ถือได้ว่าเป็นศิลปหัตถกรรมชั้นสูงของไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งหมายถึงเครื่องภาชนะเคลือบและวาดสีลงลายด้วย 5 สี คือ สีขาว สีเหลือง สีดำ สีแดง และสีเขียว (คราม) สีสันและลวดลายต่างๆ สะท้อนถึงความประณีตละเอียดอ่อนของช่างฝีมือไทยจนโด่งดังไปทั่วโลก  

         

        สุเมษ ยอมรับว่า ในขณะที่เราต้องการสืบสานมรดกแห่งศิลปะไทยโบราณ แต่ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตามยุคตามสมัยเพื่อให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่   ซึ่งนอกจากการออกแบบลวดลายให้ทันสมัย ยังได้ริเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นอกเหนือจากถ้วยชามและแจกันที่ทำกันมาในอดีต ด้วยแนวคิดว่า “ความงดงามประณีตของเบญจรงค์ไม่จำเป็นต้องอยู่บนภาชนะดินเผา เป็นของราคาแพงที่ถูกนำไปตั้งไว้ในตู้โชว์เท่านั้น แต่ผมและภรรยา (ชรินทร์ทิพย์) กำลังแตกไลน์สินค้าไปเป็นของตกแต่งบ้าน ซึ่งจะมีวางจำหน่ายที่ร้าน Flower Pavilion ชั้นหนึ่ง ศูนย์การค้าไอคอนสยาม นอกจากนี้ จะมีการดึงเอาลวดลายที่สวยงามมาอยู่บนผ้าพันคอ เสื้อเชิร์ต กำไล และต่างหู เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงเบญจรงค์ได้

ตัวอย่างเบญจรงค์ที่กำลังพัฒนาจะออกวางขาย: ภาพจากโรงงานเบญจรงค์โพธิ์พระยา

          มีการขึ้นรูป 2 วิธี คือ การหล่อ และการปั้น ด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม ถ้าเป็นงานชิ้นใหญ่ๆ จะใช้วิธีการหล่อ แต่ถ้าเป็นชิ้นเล็กๆ เช่น แก้ว จาน ชาม จะใช้วิธีการปั้น โดยจะมีการเผาถึง 3 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาหนึ่งคืน เพื่อให้ความแข็งแกร่งทนทาน ต่างจากภาชนะพอร์ซเลนซึ่งจะเผาเพียงสองครั้งเท่านั้น”

       

        โรงงานเบญจรงค์ทองโพธิ์พระยา เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมขบวนการผลิตพร้อมการอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียด จากนั้นขึ้นไปเวิร์คช้อปบนเรือนไทยโดยมีช่างคอยให้คำแนะนำพื้นฐานการวาดสีลงลาย แต่ละคนสามารถถ่ายทอดจินตนาการของตนเองลงบนแก้วได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นลายไทยอย่างเดียว เมื่อวาดเสร็จแล้ว ทางโรงงานจะนำไปเผาและจัดส่งให้ถึงบ้านในภายหลัง สำหรับแพ็คเกจเวิร์คช็อปคนละ 750 บาท พร้อมของว่าง และเครื่องดื่ม ใครสนใจไปเรียนรู้การทำเครื่องเบญจรงค์ ควรติดต่อจองล่วงหน้า

เรียนรู้วิถีข้าว วิถีไทย

        ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย (นาเฮียใช้) บนพื้นที่ 86 ไร่ เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ใครๆ ก็ต้องแวะมาแชะมาชิลกับแปลงนาสาธิตผลิตพันธุ์ข้าวนาปรัง 12 สายพันธุ์ เรือนศูนย์รวมดวงใจไทยทั้งชาติ เรือนพระแม่โพสพ เรือนวิถีชาวนาไทยในอดีต เรือนหนังสือพระราชกรณียกิจ เรือนหนังสือข้าว และร้านโชว์ห่วย หรือร้านขายของในอดีต เป็นต้น

        นิทัศน์ เจริญธรรมรักษา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นาเฮียใช้ บอกว่า “ขณะนี้ผมกำลังขยายฐานกิจกรรมเพิ่มขึ้น เช่น การตีเหล็ก การเลื่อยไม้ การเผาถ่าน การขูดมะพร้าวด้วยกระต่ายเพื่อนำไปทำขนมไทยโบราณ และห้องเรียนสีเขียวในแปลงผัก เพื่อดึงดูดให้เด็กและเยาวชนอยากเข้ามาเรียนรู้มากขึ้น โดยคาดว่าจะเปิดอบรมในฐานต่างๆ เหล่านี้ได้ในช่วงสงกรานต์ปีหน้า”

        เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ เสด็จเปิดศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย (เฮียใช้) ปี 2558 พระองค์ยังได้รับสั่งกับครอบเจริญธรรมรักษาว่า “…จะต้องฝึกเด็กๆ ให้มีความรู้เรื่องข้าวขึ้นมาด้วย ไม่เช่นนั้น วันหนึ่งเราจะขาดคนที่มีความรู้เรื่องข้าว…

         

         นิทัศน์ เล่าว่า “ผมเปลี่ยนจากธุรกิจรับซื้อข้าวเปลือกในยุคคุณพ่อ มาเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวนาปรังตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งถือเป็นต้นแบบธุรกิจค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวและประสบความสำเร็จเรื่อยมา แต่ผมไม่อยากขยายธุรกิจไปมากกว่านี้ เพราะพอเหมาะพอดีกับครอบครัวแล้ว จึงได้สร้างศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ขึ้นมา และหวังให้คนไทยได้เห็นคุณค่าของข้าวไทยและวิถีชีวิตชาวนาไทย”

กิน เที่ยว สุดคุ้มกับโปรโมชั่นเมืองรอง

        บัตรเครดิตกรุงศรี หนุนนโยบายภาครัฐ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดที่เป็นเมืองรองทั่วประเทศ ออกโปรโมชั่น “เที่ยวเมืองรองลดหย่อน พักผ่อนลดเพิ่ม” ชวนสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรีทุกประเภท ไปกิน เที่ยว สุดฟิน อินเมืองรอง กับสิทธิพิเศษหรือส่วนลดสูงสุด 50% ในโรงแรม  ร้านอาหาร  ร้านขายของที่ระลึก และบริการรถเช่า ที่ร่วมรายการในจังหวัดเมืองรอง กว่า 100 แห่งทั่วไทย ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 – 31 ธันวาคม 2561 เพียงลงทะเบียนก่อนทำรายการครั้งแรกครั้งเดียวเพื่อรับสิทธิ (เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีเป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ www.krungsricard.com/secondaryprovince 

อย่าพลาดจานเด็ดเมืองสุพรรณ

มาสุพรรณทั้งที มีหรือจะพลาดร้านอาหารเก่าแก่ขึ้นชื่ออย่าง นพรัตน์ภัตตาคาร ที่อยู่คู่ชาวสุพรรณบุรีมากว่า 40 ปี ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร วันนี้ ร้านนพรัตน์ก็ยังคงได้รับความนิยมจากทั้งชาวสุพรรณและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ส่วนเมนูเด่นก็ยังเป็น กุ้งแม่น้ำเผา กุ้งแม่น้ำทอดเกลือ ออส่วน ปลาม้านึ่งซีอิ๊ว ปลาม้าสามรส โหงวก้วย เมี่ยงทับทิม ขาหมูหมั่นโถว  และหัวปลาต้มเผือก นพรัตน์ภัตตาคารเปิดบริการตั้งแต่ 10:30น.-21:00น. (ปิดทุกวันพุธ)

ข้อมูลน่ารู้

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ เส้นทางที่สะดวกคือ เส้นทางหมายเลข 340 (บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) ถึงสุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตรเศษ 

ติดต่อโรงงานเบญจรงค์ทองโพธิ์พระยา โทร (081) 943 6415 และ (035) 535 737

ติดต่อศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย (นาเฮียใช้) โทร (092) 626 1515

STORY BY L. Patt

PHOTO BY ประเสิรฐ จันทร์สุข

ABOUT THE AUTHOR
L. Patt

L. Patt

ALL POSTS