HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เวิร์ค แอนด์ เพลย์ เป็นไปได้ที่ "เดอะ เกรท รูม“ โคเวิร์คกิ้งสเปซระดับห้าดาว
by Veen T.
23 ก.ค. 2561, 18:06
  1,181 views

"เดอะ เกรท รูม“ ที่เกษร ทาวเวอร์ โฟร์ซีซั่นของ “โคเวิร์คกิ้งสเปซ” ด้วยไอเดียและการออกแบบที่แยบยล

        ในวัยทำงานเราใช้เวลาทำงานในหนึ่งวันเท่าๆ กับเวลานอน หรือมากกว่าด้วยซ้ำ สภาพแวดล้อมในการทำงานกลายมาเป็นเรื่องสำคัญที่ก่อให้เกิดเม็ดงานคุณภาพหรือต่อยอดธุรกิจได้ จึงไม่แปลกที่ “โคเวิร์คกิ้งสเปซ” (co-working space) สำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพที่เกิดขึ้นมากมาย เริ่มเน้นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่รื่นรมย์และคอมมูนิตี้คุณภาพให้เกิดขึ้นจริง เพื่อเพิ่มศักยภาพของคน

        ล่าสุดการเข้ามาของ เดอะ เกรท รูม (The Great Room) ผู้ให้บริการพื้นที่ร่วมสำหรับการทำงาน (co-working space) แบรนด์จากสิงคโปร์ ก็เข้ามาสร้างกระแสด้านนี้อย่างชัดเจน จากการเปิดตัวที่สำนักงานแห่งใหม่ที่ชั้น 25-26 ของเกษร ทาวเวอร์ ด้วยแรงบันดาลใจที่ว่าทำไมออฟฟิศ จะให้ความรู้สึกสะดวกสบาย สร้างแรงบันดาลใจอย่างโรงแรมห้าดาวไม่ได้

        “เราตั้งใจให้ เดอะเกรทรูม เป็น โฟร์ซีซั่นของสถานที่ทำงาน,” Jaelle Ang (แจแอล เอง) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เดอะ เกรท รูม กล่าว

        Jaelle เองมีความคุ้นเคยดีกับกรุงเทพฯ หลังจากทำธุรกิจด้านเรียลเอสเตทมาเกือบ 8 ปี  กรุงเทพคือบ้านหลังที่สองของเธอ จึงไม่แปลกที่เธอเลือกกรุงเทพฯเป็นเป้าหมายแรกนอกสิงคโปร์หลังเปิดมาแล้ว 3 สาขา

        “เรามีโรงแรมแรมหรู ๆ หลายแบรนด์ เช่น โรงแรมโฟร์ซีซั่น และโรงแรมแมนดาริน ที่ออกแบบพื้นที่ใช้สอยได้สวยงาม ให้บริการชั้นเยี่ยม ทำไมเราไม่ทำอะไรแบบนั้นสำหรับพื้นที่การทำงาน เมื่อเราต้องใช้เวลาอยู่ในที่ทำงานนาน ๆ วัน ๆ คุณต้องใช้เวลานานมากในการทำงาน ถ้าใช้เวลาทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวันก็นับว่าโชคดีแล้ว”

[อ่าน "5 เหตุผลที่ “โคเวิร์คกิ้งสเปซ” คือที่ทำงานแห่งอนาคต  ]

        นั่นเองเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้ เดอะ เกรท รูม สร้างสรรค์ความแตกต่าง ตามเป้าหมายที่ชัดเจน ขั้นแรก Jaelle บอกว่าเริ่มจากการออกแบบ ที่ต้องตอบสนองหัวใจของแบรนด์ เมื่อต้องการฟีลแบบโรงแรมห้าดาว เธอจึงต้องเลือกใช้นักออกแบบโรงแรม ไม่ใช่มัณฑนากรที่ออกแบบสำนักงาน

        สำหรับ “เดอะ เกรท รูม” ที่เกษร ทาวเวอร์ ออกแบบโดย สตูดิโอออกแบบชั้นนำของโลกชื่อ Michael Fiebrich Design เพื่อออกแบบพื้นที่ให้มีความทันสมัย สว่างไสวด้วยแสงธรรมชาติและความมีชีวิตชีวาที่ได้รับจากทัศนียภาพอันน่ารื่นรมย์ของกรุงเทพฯ คนที่ใช้บริการอาจไม่ได้สังเกตแต่สามารถรู้สึกได้หากก้าวเข้าสู่ เดอะ เกรท รูม ว่าความรู้สึกมันแตกต่างออกไป

        จุดเด่นอีกด้านของ co-working space ระดับห้าดาวนี้คือ วิวตึกสูงโดยรอบที่ทำให้ความรู้สึกปลอดโปร่งยามทำงาน แล้วยังเพิ่มความรื่นรมย์ยามจัดกิจกรรมสันทนาการหรือปาร์ตี้อีกด้วย

        ความสบายตาและความรู้สึกที่ได้จากเดอะเกรท รูม ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการออกแบบอย่างแยบยลเพื่อตอบสนองคอนเซ็ปท์ มีความชัดเจนด้วยการจัดแบ่งพื้นที่เป็นโซนพื้นที่ส่วนรวมและโซนพื้นที่ส่วนบุคคล แม้แต่การเลือกสรรวัสดุตกแต่งพื้นอย่างมีเอกลักษณ์ ด้วยหินอ่อนแปดชนิดทำให้เกิดเฉดสีอ่อนเข้มสะดุดตาทั่วบริเวณห้องรับรอง ทั้งหมดนี้ออกแบบให้ผสมผสานกลมกลืนกับผนังไม้สีเข้ม การออกแบบแสงสว่าง เพื่อรังสรรค์ความรู้สึกอบอุ่นอย่างมีเอกลักษณ์ และสร้างความแตกต่างระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและส่วนกลาง

        “คุณอาจจะไม่ได้สังเกต แต่มันทำให้ความรู้สึกแตกต่างได้จริง หรือแม้แต่การเลือกใช้เครื่องทำกาแฟแบบโปรฯ ที่บาริสต้าใช้ ทำไมเราไม่ใช้เครื่องกดทั่วไป เพราะมันเป็นความตั้งใจของเรา เพื่อให้เกิดการสื่อสาร การคุยกันของคนที่มุมกาแฟ”

        ทุกมุมของการออกแบบล้วนมีความหมาย แม้แต่เฟอร์นิเจอร์เอง ในส่วนของเก้าอี้สูง รอบเคาท์เตอร์ก็เป็นกุศโลบายที่ทางผู้ออกแบบ ต้องการให้เกิดการสนทนา เกิดสังคมของการทำงาน “เก้าอี้แบบนี้เหมาะกับการที่จะลุกขึ้นจับมือ หรือยืนขึ้นพูดคุยโน่นนี่ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งการออกแบบที่เราต้องการให้เกิดพลังงานดี ๆ และบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนระหว่างคนในชุมชนของเรา

        “ถ้าพูดถึง work and play แล้วเราเชื่อว่าคนไทยรู้เรื่องนี้ดีที่สุด เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลย กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายที่ใช่มาก”

        การออกแบบแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ในการช่วยกระตุ้นให้คนในคอมมูนิตี้ได้พบปะและแลกเปลี่ยนกัน สำหรับสังคมที่สามารถเรียนรู้ และสร้างความสุขในเวลาทำงานได้ และสำหรับเดอะ เกรท รูม มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายของสตาร์ทอัพที่มีเงินทุนเข้ามาแล้ว หรือที่ Jaelle เรียกว่ากลุ่ม grownup “เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า  People who want to have them all  และเราพยายามที่จะตอบสนองคนกลุ่มนี้”

        เพราะฉะนั้นกิจกรรมพิเศษสนับสนุนธุรกิจและโปรแกรมทางวัฒนธรรมให้กับสมาชิก ที่ตอบสนองคนกลุ่มนี้ได้ดี อย่างที่สิงคโปร์เรามีกิจกรรมที่เชิญผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ CNBC มาให้การอบรม ให้ความรู้กับผู้บริหาร เพื่อพวกเขาจะได้ ประสบการณ์ที่นำไปใช้ได้ในชีวิตจริงในการรับมือกับสื่อมวลชน

มารู้จัก "เดอะ เกรท รูม" (The Great Room) กัน

  • เดอะ เกรท รูม ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30,000 ตารางฟุตที่ ชั้น 25 และ 26  อาคารเกษร ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นอาคารแห่งใหม่บนใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ
  • ห้อง The Drawing Room พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ พบปะสังสรรค์ ห้องนี้มีวิวแสนสวยมุมสูงของกรุงเทพฯ เป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับงานเลี้ยงค็อกเทลยามค่ำ และการพูดคุยอย่างเป็นกันเองสำหรับทุกคน
  • พื้นที่จัดประชุมที่ ได้แก่ ห้อง The State Room ซึ่งเป็นห้องประชุมผู้บริหารสำหรับ 14 คน ห้อง Studio สามารถรองรับได้มากถึง 50 คน หรือห้อง Study เหมาะสำหรับเป็นสถานที่รวมกลุ่มคนจำนวน 4 คน 
  • เดอะ เกรท รูม มีห้องหลายขนาดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น ห้อง Atelier (4 คน) ห้อง Circle (6คน) ห้อง Parlour (6 คน) และ ห้อง State Room (14 คน) ผู้สนใจสามารถทำสัญญาขั้นต่ำได้ 6 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีการเช่าออฟฟิศแบบ  Day Pass อีกด้วย อัตราค่าบริการเริ่มที่ 950 บาท/วัน
  • เดอะ เกรท รูม ก่อตั้งเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ปัจจุบันขยายการให้บริการสู่ย่านธุรกิจถึงสามแห่งในสิงคโปร์ นอกจากประเทศไทยแล้วมีแผนที่จะเปิดสาขาแรกที่ฮ่องกงอีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.thegreatroomoffices.com

 หรือ เฟสบุ๊ก The Great Room Thailand

STORY BY Veen T.

 

ABOUT THE AUTHOR
Veen T.

Veen T.

อดีตบอกอ lifestyle อยากรู้อยากเห็นไปทุกเรื่อง ชื่นชอบแนว slowlife แต่ยังไม่มีเวลาทำ

ALL POSTS