HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เรื่องตลก (และไม่ตลก) ของ STAND UP COMEDIAN คนใหม่ของไทย
by ท้อฟฟี่ แบรดชอว์
21 ก.ค. 2560, 18:55
  4,275 views

 “ผมออกจากงานประจำ 3 เดือนเพื่อมาทำโชว์นี้เลยนะพี่” ยู กตัญญู สว่างศรี ผู้ชายที่บอกว่าเขาอยากเป็น Stand up comedian คนต่อไปของเมืองไทยบอกฉันในวันที่เขาแจ้งข่าวว่ากำลังจะมีโชว์ครั้งต่อไป (ซึ่งมารู้ทีหลังว่านี่เป็นโชว์ครั้งที่ 3 แล้ว --- มันมีมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่เมื่อไรวะ --- คุณคงคิดเหมือนฉัน)

 

ฉันรู้จักยูในฐานะรุ่นน้องที่มาเป็นพิธีกรในงานงานหนึ่งที่ฉันไปร่วมเป็นคนฟัง เวลายูอยู่บนเวทียูดูมีออร่าสุกสกาว ต่างจากเวลาที่ยังไม่ขึ้นเวทีมาก เหมือนมีองค์ลง เขาสร้างเสียงหัวเราะและพร้อมจะกวนตีนแดกหัวทุกคนทั้งแขกรับเชิญที่อยู่บนเวทีและคนที่อยู่ข้างล่าง (ฉันก็โดน!) แต่นั่นทำให้กราฟความน่าสนใจของงานไม่มีสะดุด

 

ในตอนนั้นฉันคิดในใจ (หลังจากที่โดนแดกหัวไปเรียบร้อยแล้ว) ว่า “เออเว้ย...เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา”

 

จนวันที่ยูมาบอกฉันว่าจะมีโชว์ Stand up comedy ของตัวเอง แถมยังพักจากงานประจำ 3 เดือนมาเพื่อทำฝันครั้งนี้ให้ออกมาดีที่สุด และเราได้มาคุยทั้งเรื่องตลกและไม่ตลกของชีวิตยู ฉันถึงคิดว่า...

 

เด็กคนนี้ไม่ใช่แค่ธรรมดา...แต่มันบ้าด้วย

 

เป็นความบ้าแบบที่ทำให้ฉันเชื่อเหลือเกินว่า เมื่อเขาบอกว่าเขาจะเป็น Stand up comedian คนต่อไปของเมืองไทย เขาจะทำได้จริง --- ไม่สิ เขาทำได้แล้วจริงๆ

 

 

เป็นไงมาไงจากเป็นพิธีกรยูถึงกลายมาเป็น Stand up Comedy ได้

 

ผมทำงานพิธีกรมาเป็นสิบปีแล้ว ชอบการอยู่บนเวทีแล้วทำให้คนตลกไปกับเรา จริงๆ ผมฝันอยากทำ Stand up Comedy มานานแล้วนะครับ แต่ด้วยประสบการณ์ยังน้อยผมเลยคิดว่ามันยังไม่ใช่เวลาที่จะทำ จนระหว่างที่ผมเป็นพิธีกร ผมก็ทำ Podcast ไปด้วย ซึ่งมันคือการทำสิ่งที่ผมชอบคือการพูดคุยกับคน และกลายเป็นว่ามันสร้าง Community เล็กๆ ให้ผม ซึ่งพอผมพัฒนาต่อมาเป็นเวิร์คชอปเล็กๆ ที่ชวนคนมานั่งพูดคุยกันได้

 

บรรยากาศตอนนั้นมันบอกผมว่า มีคนกลุ่มเล็กๆ ที่รักในการพูดคุยที่ฮาๆ ของเรา เลยเกิดเป็นโชว์ Stand up Comedy ครั้งแรกของผมคือ “30 ปีชีวิตห่วยสัส” ที่ร้าน Zombie Books RCA จริงๆ มันเล็กมากนะครับ คนฟัง 20-30 คน แต่โคตรยิ่งใหญ่สำหรับผมเลย

 

และจากครั้งนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกว่า เราหลงใหลความรู้สึกนั้นจนอยากให้มันกลายมาเป็นการทำงานส่วนหนึ่งของเราเลยได้ไหม บวกกับประสบการณ์ต่างๆ ที่เราสั่งสมมา ก็เลยกลายเป็นโชว์ต่อๆ มา

 

 

A-KATANYU The Man Who Stand Up ครั้งนี้ถือว่าเป็นสเกลใหญ่มาก นี่ขายบัตร Thaiticketmajor กันเลยทีเดียว ไม่บ้าทำไม่ได้เลยนะ

 

ใช่ครับพี่ คือเป็นความภูมิใจของผมเหมือนกันนะเวลาเข้าเว็บ Thaiticketmajor แล้วโชว์ผมขายบัตรอยู่ข้างคอนเสิร์ต Foo Fighters (หัวเราะ)

 

ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดว่าสเกลจะใหญ่ขนาดนี้ แต่ผมค่อนข้างรั้นนะ ผมโชคดีอย่างหนึ่งคือผมได้รับคำแนะนำที่ดีจากพี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง ซึ่งเขาเป็นกำลังใจให้ผมตั้งแต่โชว์ครั้งแรก เขาแนะนำผมว่าให้จัดเล็กๆ แต่หลายรอบ หรือไม่ก็จัดใหญ่แต่น้อยรอบ ปรากฏว่าผมแม่งจัดใหญ่แต่หลายรอบ (หัวเราะ) แต่ผมอยากลองนะ และต้องขอบคุณที่พี่จุ้ยยังรักผมอยู่

 

สำหรับผม งานสเกลใหญ่ขนาดนี้มันท้าทายมากนะครับ ยิ่งผมทำเองตั้งแต่ศูนย์ถึงร้อยทุกอย่าง ผมอยากทำให้ได้ความรู้สึกว่า “โหย...ไอ้นี่มันไปอยู่ไหนมา” หรือ “ไอ้นี่มันทำได้ขนาดนี้เลยหรือนี่”

 

ที่ผมอยากทำใหญ่แบบนี้เพราะผมเชื่อนะว่าสิ่งที่ผมทำอาจจะทำให้คนที่อยากทำอยู่แล้วกล้าที่จะทำมากขึ้น เป็นไปได้ผมอยากให้เกิด Community ของ Stand up Comedy ในประเทศไทย เป็นเป้าหมายสูงสุดของผม

 

 

ยูเอาเรื่องราวจากไหนมาเล่าในโชว์

 

เป็นประสบการณ์ชีวิตของผมเองด้วย เรื่องใกล้ตัว ความทะลึ่งของผม ผมชอบเล่าด้านพังๆ ของชีวิต เอาความจัญไรของชีวิตตัวเองมาถ่ายทอด บางประสบการณ์มันอาจจะเชื่อมโยงกับคนได้ หรือถ้าไม่ได้ก็จะเหมือนเราพาเขาไปสู่ประสบการณ์ใหม่ๆ กับผมชอบมุกสด ซึ่งอันนี้ต้องดูตามสถานการณ์

 

คนตลกหลายๆ คนมักมีชีวิตดาร์คๆ อย่าง Robin Williams ก็เป็นโรคซึมเศร้า คน"ตลก" อย่างยู  มีชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง       

 

ผมคิดว่าความดาร์คของชีวิตเป็นส่วนหนึ่งที่สั่งสมให้ Comedian เริ่มเล่าเรื่อง เพราะความตลกมันคือการที่เราพยายามเอาตัวรอดจากสถานการณ์ดาร์คๆ แบบนั้น อย่างผมเอง อากู๋ผมก็เป็นโรคประสาท ผมอยู่กับเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก จริงๆ เครียดนะพี่ แต่เราดีลกับปัญหาของชีวิตด้วยความอารมณ์ดี

 

ที่จริงผมเป็นคนขี้อายมาก เป็นคนเก็บตัว คนที่สอนให้ผมตลกคือเพื่อนสมัยประถมชื่อปราโมทย์ มันนั่งข้างผมตอนป.3 ไอ้ปราโมทย์เนี่ยเป็นคนตลก แล้วมันจะชอบแซวคนอื่น และมันทำให้ผมรู้ว่าการแซวคนอื่นหรือความกวนตีนมันช่วยกลบเกลื่อนความขี้อายของผมได้ มันคืออาวุธของเรา เป็นเกราะป้องกันความอ่อนแอของเรา ทุกวันนี้เวลาโชว์ผมก็ยังใช้ความกวนตีนกลบความเขินอายในตัวเองอยู่ แต่ผมจะรู้ว่าเงื่อนไขชีวิตตอนไหนที่เราจะกวนตีนได้หรือไม่ได้ หรือจะใช้วิธีอื่นในการดีลกับชีวิต หรือเวลาเป็นพิธีกรบางครั้งผมใช้ความตลกทำให้คนอื่นดูน่ารักขึ้น ใกล้ชิดคนได้มากขึ้นด้วย

 

ความตลกให้อะไรกับชีวิต

 

ผมว่าความตลกให้โมเมนต์ดีๆ กับชีวิต ผมเรียกมันว่า “โมเมนต์อันเป็นที่รัก” ผมรู้สึกว่าเวลาที่เรามาหัวเราะด้วยกัน มันคือบรรยากาศของคนที่รักกัน และเป็นการแชร์ความรู้สึกที่ดีต่อกัน นอกเหนือจากนั้น ผมทำให้มันกลายเป็นการงานอาชีพที่ผมรัก ความตั้งใจของผมคือเลือกใช้ความตลกในการเป็นพลังงานทำให้คนรักผมมากกว่าที่จะเอาความตลกไปทำลายคนอื่น แต่ผมก็ยอมรับว่าอาจจะมีคนเกลียดผมบ้าง (หัวเราะ) เพราะผมเป็นคนปากหมา

 

 

คนมักจะมองว่าความตลกคือเรื่องไร้สาระ ด้านซีเรียสของความตลกคืออะไร

 

ความตลกเป็นภาพสะท้อนสังคมได้นะครับ เพราะสิ่งที่ Comedian จะหยิบยกมามันมาจากบริบทในสังคมนั้น ซึ่งก็อยู่บนเงื่อนไขว่าสังคมนั้นจะให้คนพูดได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่มันก็จะพุ่งเป้าไปที่เรื่องการวิพากษ์อำนาจในสังคม บางคนไปไกลถึงการวิพากษ์การเมืองและศาสนาไปด้วย ซึ่งเวลาที่เรารู้สึกตลก มันมาจากว่าสิ่งที่ Comedian พูดนั้นมันคือสิ่งที่เราคิดอยู่แต่ไม่กล้าพูดออกมา หรือเรามีประสบการณ์ร่วมกันบางอย่าง หรือมีความเจ็บปวดบางอย่างในแบบเดียวกัน ซึ่งพอมันจูนกันได้มันเลยกลายเป็นความตลก

 

ยกตัวอย่างเช่น Louise C.K. (Comedian ชาวอเมริกัน) ใช้มุกตลกวิพากษ์กลุ่มไอซิสเลยนะพี่แล้วประเด็นคมมากจริงๆ หรือมีประเด็นหนึ่งของที่ผมชอบมากคือ เขาเสียดสีการเซ็นเซอร์คำพูดเวลาทีวีเอาคนดำมาออกรายการแล้วดูดคำหยาบออก แต่ถึงเซ็นเซอร์ยังไงเราก็รู้ว่าพูดว่าอะไร เขาบอกว่า อ้าวเชี่ย! มึงเอาคำนั้นมาใส่ในหัวกูแล้วให้กูต้องรับผิดชอบคำนั้นในหัวกูเอง ในขณะที่มึงไม่ยอมเป็นคนพูดคำนั้นออกมา แปลว่ามึงไม่ต้องรับผิดชอบห่าอะไรเลยเหรอวะ F-ck เหอะมึง! ผมแบบ...เออว่ะ แม่งใช่ หรือเขาพูดครั้งหนึ่งว่า เราเป็นแค่คนตายที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะจริงๆ ประชากรที่มีมากที่สุดในโลกคือคนที่ตายแล้ว เฮ้ย! นี่แม่งตลกปรัชญาแล้วนะ ไม่ธรรมดานะเว้ย

 

ตลกแบบนี้เล่นโคตรยากเลยนะพี่ ประเด็นแม่งคมมาก คือยิงไปที่เรื่องระบบอำนาจ แต่ยังทำหน้าที่ให้คนขำได้อยู่ และทำให้ประเด็นนั้นมันไปงอกงามให้คนดูคิดต่อได้อีก

 

ทำไมคนต้องมาดู A-KATANYU The Man Who Stand Up

 

อย่างแรก ผมว่า Stand up Comedy บ้านเรามีน้อยมาก หาดูยาก อย่างที่สองคือ การที่ได้มาดูโชว์ของคนรุ่นใหม่ เราจะได้ยินเสียงใหม่ๆ ได้รู้ความคิดของคนรุ่นใหม่ๆ มีคมคิดอะไร มองเห็นอะไรในสังคม ผมว่าความตลกในโชว์มันก็สะท้อนภาพของสังคมผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ได้ มันอาจจะเป็นเรื่องที่เรารู้สึกกัน มองเห็นกัน แต่ไม่มีใครพูด ผมพยายามทำโชว์ที่ตลกแต่สะท้อนความคิดบางอย่าง เป็นตลกที่มี Message ทำให้คนได้คิดต่อ นอกจากได้ความบันเทิง

 

ติดตามเฟซบุคเพจของยู กตัญญู สว่างศรี ได้ที่ https://www.facebook.com/akatanyu/

 

 

 

ดูคลิปวิดีโอ 30 ปีชีวิตห่วยสัส Stand up Comedy ครั้งแรกของกตัญญู สว่างศรี ได้ที่

 

 

 

 

A-KATANYU The Man Who Stand Up เปิดแสดงวันศุกร์ที่ 22 กันยายน รอบ 20.00 น. และวันเสาร์ที่ 23 กันยายน รอบ 14.00 น. และ 20.00 น. ที่โรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน กรุงเทพฯ

 

จำหน่ายบัตรแล้วตั้งแต่วันนี้ที่  Thaiticketmajor   

ABOUT THE AUTHOR
ท้อฟฟี่ แบรดชอว์

ท้อฟฟี่ แบรดชอว์

ผู้ชายที่มีความสุขจากการออกกำลังกายทุกวัน นั่งคุยกับคนเก่งๆ แล้วได้เรียนรู้ชีวิตจากเขา คอยเขย่าตัวเองให้ออกจาก Comfort Zone และเป็นเจ้าของเพจ Facebook.com/Toffybradshawwriter

ALL POSTS