Water of Life: น้ำคือชีวิต “ไทยเบฟ” เดินหน้าฟื้นฟูธรรมชาติจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ สร้างอนาคตที่ยั่งยืน
ไทยเบฟ ชวนทุกคน “ปรับ รับ เปลี่ยน” สร้างสมดุลให้สิ่งแวดล้อม ชุมชน และธุรกิจ ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและธรรมชาติอย่างยั่งยืน ที่บูทไทยเบฟ ในงาน SX2026
“น้ำ” ทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงชีวิต เป็นจุดเริ่มต้นของความสมดุลในระบบนิเวศ ตั้งแต่ผืนป่าต้นน้ำ แหล่งน้ำที่ชุมชนใช้ดำรงชีวิต ไปจนถึงแม่น้ำและทะเลที่เชื่อมโยงความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไว้ด้วยกัน การดูแลน้ำจึงไม่ใช่เรื่องของแหล่งน้ำเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการดูแลป่า ธรรมชาติ และคุณภาพชีวิตของผู้คนไปพร้อมกัน

นี่คือแนวคิด “Water of Life” ที่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นำมาถ่ายทอดในงาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) ภายใต้แนวคิด “ปรับ รับ เปลี่ยน” สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติตั้งแต่ “ต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ” ครอบคลุมการบริหารจัดการน้ำ การอนุรักษ์ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการขยะ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพันธมิตร และชุมชน
ภายในบูทไทยเบฟ ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้การทำงานด้านความยั่งยืนผ่าน 3 โซนหลัก ที่เชื่อมโยงการดูแลทรัพยากรธรรมชาติเข้าด้วยกัน

โซนต้นน้ำ : ดูแลผืนป่า สร้างความมั่นคงทางน้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ
เพราะป่าต้นน้ำคือจุดเริ่มต้นของความมั่นคงทางน้ำ การอนุรักษ์ผืนป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินควบคู่กับการดูแลแหล่งน้ำและการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ไทยเบฟจึงร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรและชุมชนผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ
โครงการปลูกป่าชุมชน ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งเสริมการดูแลป่าชุมชนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านกลไกคาร์บอนเครดิต ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าชุมชนขึ้นทะเบียนรวม 53,000 ไร่ ครอบคลุม 12 จังหวัด และสนับสนุนเงินผ่านกองทุนชุมชนรวม 57 ล้านบาท เพื่ออนุรักษ์ป่าและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
โครงการอนุรักษ์ผืนป่า ร่วมกับมูลนิธิผืนป่าในใจเราและภาคีเครือข่าย สนับสนุนการปลูกต้นไม้กว่า 101,500 ต้น ในพื้นที่ป่าชุมชน 97 แห่งทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาเครือข่ายเยาวชนทั่วประเทศกว่า 3,700 คน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการดูแลทรัพยากรป่าไม้ และสนับสนุนพื้นที่ป่าชุมชน 46,817 ไร่ เข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิต เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน
โครงการพัฒนาเชิงพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มุ่งส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน โดยในปี 2569 ดำเนินโครงการพัฒนาระบบน้ำ 8 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 3,050 ไร่ และ 2,300 ครัวเรือน สามารถคืนน้ำสู่ธรรมชาติและชุมชนได้กว่า 359,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตร ส่งผลให้ผลผลิตและพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น และสร้างรายได้ให้ชุมชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและบำรุงรักษาระบบน้ำอย่างต่อเนื่อง
โครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ ร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) สนับสนุนการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติรวม 103 สถานี ครอบคลุม 22 จังหวัด ในพื้นที่ป่าต้นน้ำภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อตรวจวัดข้อมูลปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำแบบเรียลไทม์ สนับสนุนการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย
โครงการสำรวจแม่น้ำปิง เชียงดาว (Ping Watch 2026) ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สนับสนุนโครงการ Ping Watch 2026 นำโดยทุ่งน้ำนูนีนอย (Nunienoi Wetland) ร่วมกับนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และชุมชน สำรวจและรวบรวมข้อมูลพื้นฐานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพน้ำ และสภาพทางกายภาพของแม่น้ำปิงในอำเภอเชียงดาว เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนผ่านกิจกรรม “นักสืบสายน้ำ” เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนการอนุรักษ์แม่น้ำอย่างยั่งยืน

โซนกลางน้ำ : จัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ลดผลกระทบต่อธรรมชาติ
การดูแลทรัพยากรน้ำให้ยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่แค่การอนุรักษ์แหล่งน้ำ แต่ยังรวมถึงการลดขยะที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไทยเบฟจึงให้ความสำคัญกับการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและเยาวชน ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ
โครงการจัดการขยะ 3 หมู่บ้านต้นแบบ ภายใต้โครงการพัฒนาเชิงพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ไทยเบฟส่งเสริมการบริหารจัดการขยะในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ครอบคลุมบ้านแม่แมะ บ้านแม่ซ้าย และบ้านปางมะโอ สามารถปิดบ่อขยะเทรวมได้ 2 แห่ง พร้อมพัฒนาการจัดการขยะในชุมชน เพื่อลดปริมาณขยะตกค้างในธรรมชาติและส่งเสริมการรีไซเคิล
โครงการบริหารจัดการขยะภายในโรงเรียน (School Waste Management) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และภาคีเครือข่าย ส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องการคัดแยกขยะในโรงเรียน เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ปัจจุบันดำเนินงานแล้ว 225 โรงเรียน ใน 41 จังหวัด มีเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,320 คน

โซนปลายน้ำ : หมุนเวียนทรัพยากร ลดขยะกลับคืนสู่ธรรมชาติ
เมื่อทรัพยากรถูกนำมาใช้ประโยชน์แล้ว การจัดการหลังการบริโภคอย่างเหมาะสมก็เป็นอีกส่วนสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อม ไทยเบฟจึงส่งเสริมการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตั้งแต่การออกแบบ การเก็บกลับ ไปจนถึงการรีไซเคิล เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
วงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ไทยเบฟบูรณาการแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้ากับห่วงโซ่คุณค่าของบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค เพื่อเพิ่มการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
Island Model มุ่งแก้ปัญหาการจัดการขยะบนเกาะ พร้อมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนผ่านการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ปัจจุบันดำเนินงานครอบคลุม 12 เกาะ ในภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยในปี 2569 สามารถเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ได้ 10,240 ตัน และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนจากวัสดุรีไซเคิลกว่า 37 ล้านบาท
จากผืนป่าต้นน้ำที่ช่วยหล่อเลี้ยงแหล่งน้ำ การบริหารจัดการน้ำที่สร้างความมั่นคงให้ชุมชน ไปจนถึงการลดขยะและหมุนเวียนทรัพยากรหลังการบริโภค ทั้งหมดสะท้อนแนวคิด “Water of Life” ที่ชี้ให้เห็นว่า การดูแลน้ำและธรรมชาติไม่อาจแยกออกจากกันได้ เพราะความยั่งยืนต้องอาศัยการดูแลทรัพยากรตลอดทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ร่วมสัมผัสแนวคิดและเรียนรู้โครงการด้านความยั่งยืนของไทยเบฟได้ที่ “บูทไทยเบฟ” ในงาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) ระหว่างวันที่ 6–15 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
#SX2026 #SustainabilityExpo2026
#พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก #SustainabilityExpo
#ResilienceInAction #ปรับรับเปลี่ยน
