HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เปิดมาสเตอร์แพลน "เดอะ ฟอเรสเทียส์" ต้นแบบระดับโลกที่สร้างป่าธรรมชาติโอบล้อมที่พักอาศัย
by L. Patt
4 พ.ย. 2569, 21:38
  77 views

จากไอเดียที่อยากให้คนทุกเจเนอเรชันมาอยู่ร่วมกันได้อย่างมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ จนเกิดเป็นโครงการที่พักอาศัยแนวใหม่ The Forestias ภายใต้คอนเซ็ปต์ Wellgevity Habitat โดยมีเป้าหมายเป็นผู้นำระดับโลกที่ให้คนอยู่กับป่าและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ 

พื้นที่เกือบ 400 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กม.7 ที่เคยเป็นบ่อเลี้ยงปลาสลิดและถูกปล่อยรกร้าง ได้ถูกพลิกฟื้นเป็นโครงการพัฒนาเมืองมิกซ์ยูสตั้งแต่ปี 2561 โดยสร้างผืนป่าและพื้นที่สีเขียวให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดตามทฤษฎีการปลูกป่ามิยาวากิ ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศ (Ecosystem Regeneration) ใจกลางพื้นที่โครงการ ครอบคลุมมากกว่า 50% ของภูมิทัศน์ทั้งหมด

 

 

กิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการโครงการ The Forestias เล่าว่า MQDC ได้ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกหลายแห่ง เช่น Foster + Partners (ผังและสถาปัตยกรรม), Atelier Ten (สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ), ITEC Entertainment (ประสบการณ์สันทนาการ) และ Harvard T.H. Chan School of Public Health (วิจัยผลของการออกแบบต่อสุขภาพมนุษย์) รวมถึงศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) และสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อออกแบบมาสเตอร์แพลนที่สร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งสังคมของคนทุกเจนให้มีสุขภาพดียืนยาว

ทุกวันนี้ คนต่างโหยหาธรรมชาติ แต่หากการอยู่อาศัยกับธรรมชาติโดยไปสร้างที่พักอาศัยในพื้นที่ธรรมชาติ ก็จะต้องมีการตัดไม้ หรือส่งผลกระทบกับป่า ขณะที่ The Forestias ต้องการสร้างป่าขึ้นมาบนพื้นที่ที่ไม่ใช่ธรรมชาติเพื่อให้คนอยู่ป่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ โดยการปลูกป่าจากต้นกล้าและเมล็ด ซึ่งจะทำให้ต้นไม้มีการเติบโตแข็งแรง ไม่ใช่นำไม้ล้อมมาปลูก 

กิตติพันธุ์ บอกว่า "เวลาเรามองธรรมชาติ ไม่ใช่เป็นความรื่นรมณ์อย่างเดียว แต่งานวิจัยทำให้รู้ว่า ธรรมชาติช่วยบำบัดสุขภาพกายและใจได้อย่างไร ซึ่งเราเรียกว่า การอาบป่า"

 

 

 

ครบทุกเป้าหมายความยั่งยืน

รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน RISC by MQDC บอกว่า บริษัทได้นำเป้าหมายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ (Sustainable Development Goals: SDGs) มาเป็นมาตรวัดการพัฒนาโครงการ ผ่านการดำเนินการใน 3 แกนหลัก คือ

- ใช้พลังงานทางเลือก  

- Passive Design แนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมอาคารที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศ โดยใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมธรรมชาติ เช่น แสงแดด ลม และทิศทางอาคาร เพื่อลดการพึ่งพาระบบปรับอากาศ และแสงไฟฟ้า

- Active Design โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยควบคุมและการจัดการสภาพแวดล้อมภายในอาคารให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ผลกระทบน้อยลง 

 

พื้นที่ส่วนกลางพัฒนาให้เป็นป่า ไม่ใช่พาร์ค ซึ่งต้องใช้เวลาถึงสองปีในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และเข้าใจแนวคิดนี้ เพราะยังไม่มีใครเอาป่าเข้ามาอยู่ในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบนี้มาก่อน 

การปลูกป่านิเวศแบบมิยาวากิกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยโครงการ The Forestias ก็ได้แบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน คือ ป่าธรรมชาติ (Deep Forest)ที่ไม่ให้คนเข้าพื้นที่, ป่าพืชไม้ผลัดใบ (Evergreen Forest), ป่าพืชที่กินได้ (Edible Forest) และป่าพืชที่มีดอกและกลิ่นหอม (Fragrance Forest) เป็นการปลูกโดยใช้พันธุ์พืชในท้องถิ่นหลากหลายชนิด หลากหลายโครงสร้างทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม และไม้พื้นล่างหรือไม้คลุมดิน

 

The Forestias ได้จัดทำเส้นทางเดินเท้าเข้าถึงป่าธรรมชาติ ทั้งทางเดินหลัก ทางเดินลอยฟ้า ซึ่งมีระบบดูแลความปลอดภัย รวมถึงการป้องกันยุงด้วยธรรมชาติ

จนถึงวันนี้ ได้ปลูกป่าไปแล้วกว่า 270,000 ต้น นอกจากนี้ MQDC ได้ร่วมมือกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ TGO จัดทำโครงการคาร์บอนเครดิต ระยะเวลาตั้งแต่ 1 กันยายน 2565 - 31 สิงหาคม 2575 โดยคาดว่าจะลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ 30,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี(tCO2eq/year)

 

การปลูกป่าไม่ใช่เป็นเพียงเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ เพิ่มขึ้นจาก 127 ชนิดในปี 2563 เป็น 181 ชนิดในปี 2568 โดยพบนก 47 ชนิด แมลงและสัตว์ขาปล้อง 80 ชนิด สัตว์น้ำ 14 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 25 ชนิดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 7 ชนิด และสัตว์หน้าดิน 8 ชนิด

นอกจากป่าธรรมชาติแล้ว The Forestias ยังให้ความสำคัญกับการจัดการขยะตั้งแต่เริ่มการก่อสร้าง ทำให้ปัจจุบัน มีขยะถูกนำไปฝังกลบเหลือเพียง 10% เท่านั้น ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการน้ำ และคุณภาพอากาศภายในโครงการก็มีระบบการติดตามอย่างต่อเนื่อง

 

ดร.สิงห์ บอกว่า สภาวะภูมิอากาศโลกเปลี่ยนจากโลกร้อนมาเป็นโลกรวน แล้วยกระดับเป็นโลกเดือด แม้ว่าจะมีอาคารสีเขียวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และได้มาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม LEED Certification (Leadership in Energy and Environmental Design) มาตรฐานเกี่ยวกับสุขภาวะ และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้พักอาศัย Well Certification และมาตรฐานการก่อสร้าง  SITE Certification

ดังนั้น MQDC จึงพัฒนาโครงการ The Forestias ให้เกินมาตรฐานสากลดังกล่าว ควบคู่ไปกับการดำเนินงานตามมาสเตอร์แพลน ทำให้โครงการบรรลุเป้าหมาย SDG ทั้ง 17 ข้อได้ในปัจจุบัน โดยมีแผนจะสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติในปีหน้า และคาดหวังให้เป็นต้นแบบการสร้างป่านิเวศในเมืองของโครงการต่างๆ ในประเทศไทย

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                     

ABOUT THE AUTHOR
L. Patt

L. Patt

ALL POSTS