มีวนา ต่อยอดเชอร์รีกาแฟสู่ MiVana SHOT DRINK เพิ่มคุณค่าจากชุมชนป่าต้นน้ำเชียงราย
จากเนื้อผลเชอร์รีกาแฟ (Coffee Cherry) ที่เคยถูกมองเป็นของเหลือทิ้งและนำไปฝังกลบ กลายมาเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ เมื่อมีวนานำมาวิจัยและพัฒนาจนเป็น “MiVana SHOT DRINK” เครื่องดื่มจากเนื้อผลกาแฟในรูปแบบช็อต เพิ่มประโยชน์ให้กับผลผลิตจากชุมชนป่าต้นน้ำเชียงราย
กว่า 14 ปี มีวนาใช้กาแฟเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงคนและธรรมชาติให้อยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินธุรกิจกาแฟออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน วันนี้ มีวนาขยายโอกาสทางธุรกิจจากส่วนที่เหลือในกระบวนการผลิตกาแฟ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
เชอร์รีกาแฟคืออะไร และนำมาทำเครื่องดื่มได้อย่างไร
หลายคนคุ้นเคยกับเมล็ดกาแฟ แต่อาจไม่รู้ว่าเมล็ดนั้นอยู่ภายในผลกาแฟ ซึ่งเมื่อสุกมักมีสีแดงและเรียกกันว่า “เชอร์รีกาแฟ” ก่อนจะได้เมล็ดสำหรับนำไปคั่ว ต้องผ่านกระบวนการแยกเปลือกและเนื้อผลออก ส่วนที่แยกออกมานี้มีสารประกอบตามธรรมชาติ เช่น โพลีฟีนอล และสามารถนำมาพัฒนาเป็นวัตถุดิบอาหารและเครื่องดื่มได้
ศุภวัฒน์ คามีเยาน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีวนา จำกัด เล่าว่า ในกระบวนการผลิตกาแฟ ส่วนเมล็ดที่ยังอยู่ในกะลา หรือเปลือกกาแฟชั้นใน คิดเป็นประมาณ 20% ของผลกาแฟทั้งหมด ขณะที่เนื้อผลและเปลือกที่แยกออกมาเดิมถูกนำไปฝังกลบ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการใช้ประโยชน์จากส่วนเหล่านี้
มีวนาร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยมหิดล วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก Coffee Cherry เป็นเวลาเกือบ 10 ปี จนได้เครื่องดื่มในรูปแบบ “MiVana SHOT DRINK”
ศุภวัฒน์อธิบายว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบอาหารใหม่ หรือ Novel Food มีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การประเมินความปลอดภัย ไปจนถึงการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นทะเบียนในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
เนื้อผลเชอร์รีกาแฟออร์แกนิกถูกนำมาพัฒนาด้วยวิธี OPP (Organic Polyphenols Press) ซึ่งมีวนาระบุว่าเป็นกระบวนการคั้นที่ไม่ใช้กระบวนการทางเคมี เพื่อรักษาสารประกอบตามธรรมชาติ ก่อนพัฒนาเป็นเครื่องดื่มรูปแบบช็อตพร้อมดื่มและพกพาสะดวก มีให้เลือกทั้งรสดั้งเดิมและสูตรหวานน้อยที่เติมน้ำตาลจากอ้อยออร์แกนิก
ตามแผนที่บริษัทเปิดเผย MiVana SHOT DRINK จะวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ ร้านมีวนาคอฟฟี่ และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ
คุณค่าใหม่จากเนื้อผลและเปลือกกาแฟ
กาแฟในโครงการมีวนาส่วนใหญ่ปลูกบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป ด้วยวิถีอินทรีย์ตามมาตรฐานสากล การนำเนื้อผลและเปลือกกาแฟมาใช้ประโยชน์จึงเป็นอีกทางหนึ่งในการเพิ่มคุณค่าให้ผลผลิตที่ชุมชนปลูกและดูแล
นอกจาก MiVana SHOT DRINK มีวนายังนำเนื้อผลและเปลือกเชอร์รีกาแฟมาต่อยอดเป็น MiVana Coffee Cherry Concentrate โดยนำน้ำที่ได้จากกระบวนการคั้นมาทำให้เข้มข้นจนมีค่า 50 องศาบริกซ์ ซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้ประเมินปริมาณของแข็งที่ละลายอยู่ในของเหลว และมักใช้บอกความเข้มข้นในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
วัตถุดิบเข้มข้นนี้สามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มรสชาติและสร้างเอกลักษณ์ให้กับเมนูต่าง ๆ เป็นการขยายการใช้ประโยชน์จากผลกาแฟให้มากกว่าส่วนเมล็ด
พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ อธิบายถึงบทบาทของสารต้านอนุมูลอิสระว่า ร่างกายมีกลไกจัดการอนุมูลอิสระอยู่แล้ว แต่ปัจจัยอย่างอายุ ความเครียด และมลภาวะอาจส่งผลต่อสมดุลนี้ ขณะที่ผักและผลไม้เป็นแหล่งของสารพฤกษเคมี รวมถึงโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารประกอบกลุ่มหนึ่งที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ
สำหรับเชอร์รีกาแฟ มีสารประกอบตามธรรมชาติอย่างโพลีฟีนอลและกรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic Acid) อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติของสารเหล่านี้กับผลต่อสุขภาพจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเป็นคนละประเด็น และต้องพิจารณาหลักฐานของผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง
“การตัดสินใจของผู้บริโภคยุคปัจจุบันไม่ได้มองแค่ความอร่อย แต่มองว่า ผลิตภัณฑ์อาหารจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร”
เธอยังกล่าวถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และการเลือกวิธีที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
ต้นแบบกาแฟอินทรีย์รักษ์ป่า
มีวนา ภายใต้กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ดำเนินธุรกิจกาแฟอาราบิก้าอินทรีย์ โดยมุ่งอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำแม่สรวย แม่กรณ์ และแม่ลาว ในจังหวัดเชียงราย ตามข้อมูลของบริษัท โครงการมีสมาชิก 219 ครอบครัวจาก 7 หมู่บ้าน และให้ผลผลิตกาแฟสารประมาณ 300 ตันต่อปี
ภายใต้ MiVana Process มีการดูแลตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การปลูก การผลิต และการแปรรูป โดยสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีโรงคั่วกาแฟที่บางพลี และมี Q Grader หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินคุณภาพกาแฟตามมาตรฐานสากลประจำองค์กร ตลอดจนการพัฒนาสูตรเบลนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ของมีวนา
แม้จะเป็นผลผลิตภายใต้โครงการ แต่มีวนาไม่ได้ผูกขาดการรับซื้อ โดยทำงานร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่า และรับซื้อผลผลิตตามแนวทางการค้าที่เป็นธรรม เพื่อสร้างรายได้และเศรษฐกิจชุมชนที่มั่นคง ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
วิเชียร พงศธร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ เล่าว่า ปัญหาความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทำกินบนผืนป่าระหว่างชุมชนกับหน่วยงานรัฐ เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการกาแฟอินทรีย์ เพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า
แนวทางนี้ไม่เพียงมุ่งสร้างอาชีพที่มั่นคง แต่ยังให้ชุมชนมีบทบาทในการดูแลป่าต้นน้ำ รักษาระบบนิเวศ และช่วยป้องกันไฟป่า การต่อยอดเนื้อผลกาแฟที่เคยเหลือทิ้งจึงเป็นอีกส่วนของการใช้ทรัพยากรจากผืนป่าให้คุ้มค่าขึ้น
#มีวนา #MiVana #CoffeeCherry #เชอร์รีกาแฟ #กาแฟอินทรีย์ #เศรษฐกิจหมุนเวียน #EcoLife #HappeningBKK
