The Power of Next เมื่อแฟชั่นไทยลงทุนกับคนรุ่นใหม่ เพื่ออนาคตอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน
ยัสปาล กรุ๊ป สนับสนุนแฟชั่นโชว์ธีสิส 5 สถาบัน พร้อมสร้างสะพานเชื่อมจากห้องเรียนสู่โลกการทำงาน เชื่อพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่คือรากฐานสำคัญของแฟชั่นไทยในยุคความยั่งยืน
เวลานี้อุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายทั้งด้านการแข่งขัน เทคโนโลยี และความยั่งยืน การลงทุนใน “คน” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของวงการในอนาคต
ล่าสุด ยัสปาล กรุ๊ป (Jaspal Group) ผู้นำในอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการสนับสนุนสังคม ภายใต้แนวคิด “The Power of Next” ผ่านการมอบทุนสนับสนุนงานแฟชั่นโชว์ผลงานธีสิสของนิสิตนักศึกษาด้านแฟชั่นดีไซน์จาก 5 สถาบันการศึกษา รวมมูลค่า 145,000 บาท เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และมุมมองใหม่ ๆ ที่จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของวงการแฟชั่นไทย
สถาบันที่ได้รับการสนับสนุนประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

นลินี เรืองวิทยานุกูล ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ยัสปาล กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าคนรุ่นใหม่คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย การสนับสนุนแฟชั่นโชว์ผลงานธีสิสในครั้งนี้จึงเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ของแนวคิด “The Power of Next” ที่ต้องการผลักดันให้เยาวชนเห็นว่าความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของตนเองสามารถต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพในโลกแฟชั่นได้จริง
ขณะเดียวกัน เวทีดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจได้เรียนรู้และมองเห็นมุมมองใหม่ ๆ จากนักออกแบบรุ่นใหม่ ซึ่งอาจกลายเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการแสดงผลงานแฟชั่นธีสิสในปีนี้ แต่ละสถาบันได้นำเสนอแนวคิดที่สะท้อนตัวตนและมุมมองต่อสังคมอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น “EXITS” จากสาขาแฟชั่นและสิ่งทอ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ผ่านประสบการณ์ชีวิต “ULTIMATE SOURCE XIX” จากภาควิชาการออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่เปิดพื้นที่ให้การทดลองทางความคิดอย่างไร้ขีดจำกัด หรือ “GENESIS” จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สะท้อนการเติบโตและการค้นพบตัวตนของนักออกแบบรุ่นใหม่

ขณะที่ “WHAT E VER NEXT?” จากวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตั้งคำถามถึงอนาคตของอุตสาหกรรมแฟชั่นในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และ “Activism Thai Modern” จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่นำเสนอการตีความอัตลักษณ์ไทยร่วมสมัย พร้อมชี้ให้เห็นบทบาทของแฟชั่นในฐานะเครื่องมือสื่อสารประเด็นทางสังคม

นอกเหนือจากการสนับสนุนเวทีแสดงผลงานของนักศึกษา ยัสปาล กรุ๊ป ยังขยายความร่วมมือผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการออกแบบและการทำงานจริงในอุตสาหกรรมแฟชั่น
ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การถ่ายทอดองค์ความรู้จากดีไซเนอร์มืออาชีพ การพัฒนาคอลเลกชัน การเรียนรู้กระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจแฟชั่น ไปจนถึงโอกาสฝึกงานและการเชื่อมต่อสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต
ในมิติของความยั่งยืน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการสร้างอุตสาหกรรมแฟชั่นที่เติบโตได้ในระยะยาว เพราะนอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีหรือกระบวนการผลิตแล้ว การสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ทดลอง และต่อยอดศักยภาพ ยังเป็นการลงทุนที่ช่วยสร้างระบบนิเวศทางความคิดสร้างสรรค์ให้แข็งแรง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต
ภายใต้แนวคิด “The Power of Next” การสนับสนุนครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการผลักดันผลงานธีสิสของนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของภาคธุรกิจในการร่วมสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ เชื่อมโยงการศึกษาสู่โลกการทำงาน และวางรากฐานให้วงการแฟชั่นไทยเติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว