ส่องนวัตกรรมเด่นในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 เวทีเชื่อมโยงเครือข่ายวิจัยครบทุกมิติ
ส่องนวัตกรรมเด่นและผลงานวิจัยกว่า 230 ชิ้น ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026) วันที่ 22–26 มิ.ย. 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์
ติดตามอัปเดตผลงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่คัดสรรมากว่า 230 ผลงานจากหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศ พร้อมทั้งเวทีสัมมนา/เสวนาเนื้อหาเข้มข้นรับความท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน ใน "มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569" (Thailand Research Expo 2026) ระหว่างวันที่ 22-26 มิถุนายน 2569
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 21 เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยสู่สาธารณะโดยปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของประเทศ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล
นอกจากการจัดนิทรรศการแสดงผลงาน และการจัดสัมมนากว่า 150 หัวข้อ ตลอดการจัดงาน 5 วัน ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ยังมีกลุ่มนักวิจัยที่มาถ่ายทอดเทคนิคและกระบวนการเฉพาะให้แก่ผู้สนใจด้วย
นอกจากนี้ วช. ยังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและเยาวชนผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยนิทรรศการการนำเสนอผลงานวิศวกรสังคม (Social Engineer) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏ 31 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็นหนึ่งไฮไลต์ ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ชุมชน โดยมุ่งเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคม รวมถึงการประชุม เรื่อง "วิศวกรสังคม Next Gen: พลังนักศึกษาสู่การพัฒนาชุมชน" ซึ่งประธานกิตติศักดิ์ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี จะมามอบรางวัลวิศวกรสังคมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2569 ด้วย
ประชุมสัมมนาครอบคลุมทุกระดับ
ตลอด 5 วัน จะมีการประชุมใหญ่ ประชุมเชิงวิชาการ (Symposium) และการประชุมกลุ่มเฉพาะ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีเวทีสำคัญๆ เช่น การเสวนาเรื่อง "Research Synergy เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสสร้างแนวทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน", การบรรยายพิเศษ เรื่อง Enterprise Architecture: พิมพ์เขียวการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลและดิจิทัล พร้อมด้วยการเสวนา EA in Action: บทเรียนการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ความเป็นองค์กรยุคใหม่, โอกาสและความท้าทายของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในวิกฤตการณ์, ศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิกของประเทศไทย: การเชื่อมโยงศักยภาพกับนโยบายขับเคลื่อนการเติบโตใหม่, ปลดล็อกโอกาสใหม่: AI for Manufacturing พลิกเกมอุตสาหกรรมไทย, ฝ่าวิกฤตพลังงานด้วย AI: ปฏิวัติอุตสาหกรรมไทยสู้ค่าไฟแพง, และ การสัมมนาวิชาการไทย-ญี่ปุ่น (NRCT-JSPS-JAAT Symposium) เรื่อง "Preventive Care to be Healthy and Active Ageing: Practices and Policies" โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากสถานทูตญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยโตเกียว และโรงพยาบาลโตเกียว เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้
ปีนี้มีหลายหัวข้อที่เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนและวิสาหกิจชุมชน อาทิ AI พลิกโฉมชุมชน นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน, การวิจัยด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์, การขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์เพชรบุรีสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, ธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน Community BioBank, และ นวัตกรรมสิ่งทอเพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
ผลงานวิจัยที่เข้าประกวด
• นวัตกรรมการสังเคราะห์เส้นใยเมลานินชีวภาพจากดินเปรี้ยว” ในพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครนายก สู่ต้นแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ/แฟชั่น โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร
• การพัฒนาออกแบบระบบวงจรกำลังสูงและสายอากาศภาคส่งสำหรับเรดาร์ตรวจจับระยะไกล โดยกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม สามารถใช้สำหรับเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ในพื้นที่สำคัญทางทหารและความมั่นคง
• ระบบเรดาร์สำหรับการตรวจจับอากาศยานไร้คนขับเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ สามารถตรวจจับอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กได้ ระยะประมาณ 1 กิโลเมตร โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
• การออกแบบเตียงป้องกันแผลกดทับและภูมิแพ้ โดยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ที่ผสานความรู้ด้านวิศวกรรมและการพยาบาล ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาแผลกดทับและโรคภูมิแพ้ในระยะยาว
• การพัฒนาหุ่นยนต์ภาคพื้นดินแบบบังคับระยะไกล (Tele-Operated Unmanned Ground Vehicle: UGV) สำหรับภารกิจตรวจหาและระบุตำแหน่งทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ได้กู้ในพื้นที่ชายแดนและป่าที่เข้าถึงยาก โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
• เรือนหมอพร: สืบสานพระราชปณิธาน สู่นวัตกรรมสุขภาวะจากสมุนไพรด้วย AI โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
• ไหมมัดหมี่: ศาสตร์แห่งศิลป์ นวัตกรรมการยกระดับผ้าไหมมัดหมี่จังหวัดบุรีรัมย์สู่สากล โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ทั้งการสร้างสรรค์ลวดลาย เทคนิคการออกแบบ ระบบมัดหมี่ และนวัตกรรมผงสีย้อมจากเปลือกหอมแดง
นักวิจัยดีเด่น
ปีนี้ ผู้ได้รับทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น ประจำปี 2569 ได้แก่ ศ.ดร.พรชัย ทรัพย์นิธิ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ ศ.(เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.นพ. นิพนธ์ ฉัตรทิพากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ส่วนผู้ได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง ประจำปี 2569 ได้แก่
ศ.ดร.สักกมน เทพหัสดิน ณ อยุธยา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากโครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาหมึกพิมพ์อาหารและการพิมพ์ 2-4 มิติ สำหรับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต”
ศ.ดร.มงคล สุขวัฒนาสินิทธิ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากโครงการวิจัยเรื่อง “จากหลักการพื้นฐานสู่นวัตกรรมทางอุตสาหกรรม: การค้นพบโมเลกุลและวิศวกรรมวัสดุโครโมเจนิกและโฟโตริสปอนซีฟในการใช้งานเชิงฟังก์ชันขั้นสูง” และ
ศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร จากโครงการวิจัยเรื่อง “การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตัวอ่อนโคลนนิ่ง โค บันเต็ง และลิงแสม ด้วยการปรับแปลงอีพิเจเนติกส์ในจีโนมเซลล์ต้นแบบสองขั้นตอน”
#ThailandResearchExpo2026 #มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ2569 #วช #นวัตกรรมไทย #วิจัยไทย #วิศวกรสังคม
