HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
ผ้าเล่าเรื่องอะไรได้บ้าง? เมื่อประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และชีวิตผู้คนถูกทอไว้ในเส้นใย
by Veen T.
8 มิ.ย. 2569, 15:41
  66 views

เมื่อผืนผ้ากลายเป็นสมุดบันทึกของผู้คน: ถอดบทสนทนาเรื่องความเชื่อ ความทรงจำ และประวัติศาสตร์ในนิทรรศการ ‘พุทธ · ผ้า · ผี’ ณ d Kunst Art Space & Cafe จังหวัดราชบุรี

Tai-Yuan textile exhibition - Ratchaburiเมื่อผ้าเป็นมากกว่าวัตถุ แต่เป็น "ที่เก็บความทรงจำ"

ก่อนที่มนุษย์จะมีภาษาและตัวหนังสือ เราอาจกำลังบันทึกเรื่องราวของตัวเองไว้บนผืนผ้ามาตลอด

นี่คือหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในวงเสวนา “รอยภูษา : ความเชื่อ ความทรงจำ และชีวิตในผืนผ้า” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้นิทรรศการ “พุทธ · ผ้า · ผี : รอยทอ ลายศรัทธา” ณ d Kunst Art Space & Cafe จังหวัดราชบุรี

ผ้าไท-ยวน ราชบุรี
ผ้าซิ่นตีนจกอายุประมาณ 200 ปี สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นของชาวไท-ยวน เชียงแสน น่าจะเป็นผ้าที่เก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งของจังหวัดราชบุรี

แม้ผู้ร่วมเสวนาจะมาจากต่างสาขา ทั้งนักเขียน นักวิชาการ และศิลปิน แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ ผ้าไม่ใช่เพียงเครื่องนุ่งห่ม หากเป็นพื้นที่เก็บความทรงจำ องค์ความรู้ และเรื่องราวของผู้คนที่ถูกส่งต่อผ่านกาลเวลา

ในวงเสวนามีการพูดถึงผ้าซิ่นที่ถูกส่งต่อจากแม่สู่ลูก จากลูกสู่หลาน หรือแม้แต่เรื่องเล่าเกี่ยวกับผ้าบางผืนที่ผู้คนเชื่อว่ามีความผูกพันกับเจ้าของเดิมอย่างลึกซึ้ง

เรื่องเหล่านี้อาจฟังดูเป็นเพียงความเชื่อ แต่ก็สะท้อนว่าผ้าเป็นวัตถุที่อยู่กับมนุษย์ในแทบทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่วันแต่งงาน พิธีกรรมทางศาสนา ไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต สีสัน ลวดลาย และรูปแบบการทอล้วนมีความหมายและสะท้อนวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน

"อย่างงานแต่งก็เป็นลายหงส์กินน้ำร่วมต้น เป็นหงส์คู่ ซึ่งหงส์มีความหมายของผัวเดียวเมียเดียว หรือลายสำเภาก็เหมาะสำหรับการขึ้นบ้านใหม่ หรือเกี่ยวกับเรื่องค้าขาย" - นพ.พงศกร จินดาวัฒนะ 

พงศกร นักเขียนนิยายดัง
นพ.พงศกร จินดาวัฒนะ นักเขียนนวนิยายที่หยิบยกเรื่องผืนผ้า ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมไทยมาถ่ายทอด

นพ.พงศกร นักเขียนเจ้าของนวนิยาย สาปภูษา รอยไหม และ สิเน่หาส่าหรี อธิบายว่า ผืนผ้าแต่ละผืนสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ วิถีชีวิต หรือบริบททางสังคมในแต่ละยุคสมัย

หมอนลายมงคล เช่นลายนาค ลายนกและลายพรรณพฤกฤษา ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ยกตัวอย่างความเชื่อของชาวเย้า ซึ่งมักทอผืนผ้าที่งดงามที่สุดเพียงผืนเดียวในชีวิต โดยไม่ได้เก็บไว้ใช้เอง แต่ส่งต่อให้ลูกหลานเก็บรักษาไว้เป็น "มรณาภรณ์" สำหรับสวมใส่ในวาระสุดท้ายของชีวิต

เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผ้าไม่ใช่เพียงของใช้ หากเป็นวัตถุที่ผูกพันกับตัวตน ความทรงจำ และความหมายของชีวิตอย่างลึกซึ้ง

ผ้ากับการบันทึกประวัติศาสตร์

นอกจากความทรงจำส่วนบุคคลแล้ว ผืนผ้ายังทำหน้าที่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของชุมชนอีกด้วย

ผู้ร่วมเสวนาอธิบายว่า ผืนผ้าแต่ละผืนสามารถบอกเล่าเรื่องราวของการอพยพย้ายถิ่น ความเชื่อ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนผ่านลวดลายและเทคนิคการทอ

ethnic textile - Ratchaburi Tai-Yuan
ซิ่นตีนจกโบราณ (สองดูก) อายุประมาณ 150 ปี เทคนิคการทอคล้ายคลึงกับชาวไท-ยวน และไทลื้อ จังหวัดน่าน

เช่นเดียวกับผ้าจกของชาวไท-ยวนราชบุรี ที่ลวดลายต่าง ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้ที่มา หากสะท้อนประวัติศาสตร์การอพยพของผู้คนจากเชียงแสนและลุ่มน้ำโขงลงสู่ลุ่มน้ำแม่กลอง ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ลวดลายหงส์ นกคู่ หรือลายสะเปา ที่ยังคงปรากฏอยู่บนผ้าจกจำนวนมาก จึงไม่ใช่เพียงองค์ประกอบทางศิลปะ หากเป็นเศษเสี้ยวของเรื่องราวในอดีตที่ยังคงถูกส่งต่อผ่านมือของช่างทอจากรุ่นสู่รุ่น

ตัวอย่างหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือผ้าทอจากรัฐฉาน ซึ่งปรากฏลวดลายดอกไม้เฉพาะถิ่นที่เรียกว่า "เมเมียว" หรือดอก Buttercup ขนาดเล็ก ลายดอกไม้เหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความงาม แต่ยังเปรียบเสมือนเครื่องหมายระบุตัวตนของผู้คนในพื้นที่ เพราะเป็นพืชที่พบได้เฉพาะในภูมิประเทศแห่งนั้น

ผ้าจึงทำหน้าที่เสมือนเอกสารทางวัฒนธรรมอีกประเภทหนึ่ง ที่ช่วยบอกเล่าถึงถิ่นฐาน การเดินทาง และอัตลักษณ์ของผู้คนในอดีต

เมื่อความเชื่อถูกทออยู่บนผืนผ้า

อีกประเด็นที่น่าสนใจของวงเสวนาคือความสัมพันธ์ระหว่างผ้ากับความเชื่อ

ก่อนการเข้ามาของพุทธศาสนา ผู้คนในดินแดนล้านนาและลุ่มน้ำโขงมีระบบความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษอยู่แล้ว ความเชื่อเหล่านี้ไม่ได้หายไปเมื่อพุทธศาสนาเข้ามา หากกลับผสมผสานและดำรงอยู่ร่วมกันในวิถีชีวิตของผู้คน

"อย่างลายสะเปา หรือสำเภา ก็เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องพาหนะนำดวงวิญญาณไปสู่โลกหน้า"

อาจารย์อนุรักษ์ ก้านจันทร์ 

อาจารย์อนุรักษ์ ก้านจันทร์ หรืออาจารย์เอกยกตัวอย่างการค้นพบผ้าห่อคัมภีร์โบราณที่ปรากฏลวดลาย "แม่กาเผือก" ซึ่งเชื่อมโยงกับตำนานกำเนิดพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ รวมถึงลายหงส์ ลายมอม และลายสิงห์ที่สัมพันธ์กับเรื่องเล่าในพุทธศาสนาและวรรณกรรมชาดก

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าความเชื่อไม่ได้ถูกส่งต่อผ่านตัวอักษรเพียงอย่างเดียว หากยังถูกบันทึกเอาไว้บนผืนผ้า ผ่านฝีมือของช่างทอที่แปลงเรื่องเล่าให้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางสายตา

ผ้าจึงเป็นมากกว่างานหัตถกรรม หากเป็นพื้นที่ที่ศาสนา ความเชื่อ และจิตวิญญาณของชุมชนถูกเก็บรักษาเอาไว้พร้อมกัน

เสวนาผ้า ราชบุรีจากผืนผ้าสู่อนาคต

ช่วงท้ายของการเสวนา คำถามสำคัญถูกโยนกลับมาสู่ผู้ฟังว่า จะทำอย่างไรให้ผ้าจกยังคงมีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน

"ผมมองว่าเราทุกคนล้วนมีส่วนที่จะต่อยอดได้ในแบบของเรา การต่อยอดไม่จำเป็นต้องเป็นการทอผ้าเพียงอย่างเดียว แต่ทำอย่างไรให้ผู้คนรู้จักผ้าจกมากขึ้นต่างหาก"

นพ.พงศกร มองว่าการสืบทอดวัฒนธรรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทอผ้า แต่สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านงานเขียน งานศิลปะ การออกแบบ หรือการเล่าเรื่องในรูปแบบใหม่ ๆ เพราะการทำให้ผู้คนรู้จักและเห็นคุณค่าของผ้าจกมากขึ้น ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของการอนุรักษ์

ย่ามที่มีความพิเศษในการเย็บผ้าตีนจกประกอบ ทำไว้สำหรับถวายพระสงฆ์

ขณะที่อาจารย์อนุรักษ์เสนอว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นจะอยู่รอดได้ก็ต่อเมื่อยังถูกมองเห็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะผ่านผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย พื้นที่สาธารณะ หรือกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ช่วยเชื่อมอดีตเข้ากับปัจจุบัน

"ตามกำลังของคนเช่นเรา ชอบนุ่งเราก็นุ่งโชว์"

— อาจารย์เอก

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านนิทรรศการ “พุทธ · ผ้า · ผี : รอยทอ ลายศรัทธา” ของวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ซึ่งนำลวดลายและองค์ความรู้จากผ้าจกมาต่อยอดเป็นงานศิลปะร่วมสมัย รวมถึงวัตถุในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่กระเบื้องเซรามิก คุกกี้ลวดลายพื้นถิ่น ไปจนถึงของที่ระลึกชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เรื่องราวเหล่านี้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น

เบื้องหลังนิทรรศการนี้ยังมีบทบาทสำคัญของ "แม่ติ๋ม" มารดาของวศินบุรี ผู้สะสมผ้าจกราชบุรีมายาวนานหลายทศวรรษ จนกลายเป็นคลังความรู้ขนาดย่อมที่ช่วยรักษาผ้าหายากจำนวนมากเอาไว้ในช่วงเวลาที่ผ้าโบราณหลายผืนกำลังถูกกว้านซื้อออกนอกพื้นที่

"(การสะสมของแม่ติ๋ม) เป็นคุณูปการมาก เพราะมีทั้งชาวต่างชาติและนักสะสมจากต่างประเทศมาตระเวนซื้อผ้าไท-ยวนอยู่ไม่น้อย หากไม่มีคนเก็บรักษาไว้ เราอาจไม่ได้เห็นผ้าเหล่านี้อีกแล้ว"—นพ.พงศกร

ผ้าสำหรับห่อคัมภีร์ใบลานที่มีเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาทั้งมหาชาติชาดกและชาดกอื่น ๆ



บางทีสิ่งที่นิทรรศการ “พุทธ · ผ้า · ผี” พยายามบอกเรา อาจไม่ใช่เรื่องของผ้าเพียงอย่างเดียว หากคือการชวนมองว่า ประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกบันทึกอยู่แค่ในเอกสารหรือพงศาวดาร แต่อาจซ่อนอยู่ในวัตถุสามัญที่อยู่ใกล้ตัวเรามาตลอด

ผืนผ้าหนึ่งผืนอาจบอกได้ว่าผู้คนมาจากที่ใด นับถืออะไร ใช้ชีวิตอย่างไร หรือแม้แต่จากโลกนี้ไปในแบบไหน

และก่อนที่มนุษย์จะมีภาษาและตัวหนังสือ เราอาจกำลังบันทึกเรื่องราวของตัวเองไว้บนผืนผ้ามาตลอดนั่นเอง


นิทรรศการ “พุทธ · ผ้า · ผี : รอยทอ ลายศรัทธา” ที่ d Kunst Art Space & Cafe จังหวัดราชบุรี จัดแสดงถึง 30 มิถุนายนนี้

#HappeningBKK #Ratchaburi  #dKunstArtSpace #วศินบุรีสุพานิชวรภาชน์ #ผ้าจก #ไทยยวน #TextileArt #CraftCulure #เที่ยวราชบุรี



 

ABOUT THE AUTHOR
Veen T.

Veen T.

Ex-lifestyle editor who's all about the slow-life vibe and still trying to nail it

ALL POSTS