HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
Road Trip: พิสูจน์ One Tank, One Charge "BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV" จากเหนือสุดถึงกรุงเทพฯ กับระยะทางเกิน 1,000 KM
by HBKK
28 ก.พ. 2569, 17:30
  5,554 views

HappeningBKK Road Trip 3 วัน 2 คืน กับ เรเว่ ออโตโมทีฟ ร่วมพิสูจน์ขุมพลังไฮบริดกับ “BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV” จากเชียงราย–เพชรบูรณ์–กรุงเทพฯ ภายใต้เงื่อนไขการขับแบบ “One Tank, One Charge” วิ่งยาวทะลุ 1,000 กิโลเมตร ครั้งแรกของเรเว่ และบีวายดี

 

ไลฟ์สไตล์การเดินทางบทใหม่กับ "BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV"

 

... เคยอยากรู้ไหมว่ารถคันหนึ่งดีจริงไหม?

เราคงต้องพิสูจน์ด้วยขา มองต้วยตา และขับด้วยตัวเอง ให้ยานพาหนะพาเราออกทริปไกลๆ เพราะบนทางยาวหลักร้อยหลักพันกิโลเมตร คงเข้าทำนอง “ระยะทางพิสูจน์ม้า” และคงไม่มีสมรรถนะไหนที่หลบซ่อนเราได้ ทั้งอัตราเร่ง ความประหยัด ความสะดวกสบาย และความอึดของระบบขับเคลื่อน ซึ่งทริปนี้เราได้ไปใช้ชีวิตกับ “BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV” เดินทางยาวๆ จากเชียงราย ผ่านเพชรบูรณ์ มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ รวมระยะทางกว่า 1,100 กิโลเมตร เรียกว่านี้ไม่ใช่แค่การขับรถเที่ยว แต่ยังมาพร้อมบทพิสูจน์ว่า “One Tank, One Charge” จะเกิดขึ้นจริงบนถนนเมืองไทยได้หรือไม่?

 

 

ก่อนจุดสตาร์ตที่ จ.เชียงราย เราเติมน้ำมันเต็มถัง พร้อมซีลฝาถังอย่างแน่นหนา ก่อนพิสูจน์ว่า One Tank, One Charge จะวิ่งได้ไกลเกิน 1,000 กิโลเมตรหรือไม่

 

ซึ่งเราขอเฉลยคำตอบก่อนเลยแล้วกันว่า ได้!! แถมยังสบายมาก และผลที่ได้จากการขับจริงก็เปลี่ยนมุมมองต่อรถไฮบริดของเราไปไม่น้อย

 

 

รถที่คิดมาเพื่อใช้ในชีวิตจริง

 

เสน่ห์ของ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รถรุ่นนี้เป็นปลั๊กอินไฮบริดที่ “คิดมาเพื่อใช้ในชีวิตจริง” อย่างในวันธรรมดา เราสามารถขับด้วย “พลังงานไฟฟ้าล้วน” ซึ่งเค้าทำมาตอบโจทย์คนเมืองให้วิ่งได้ไกลราว 85 กิโลเมตร ระยะที่เพียงพอกับการไปทำงานในเมืองโดยแทบไม่ต้องใช้น้ำมัน จุดเด่นของโหมดนี้คือความเงียบของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำให้การจราจรติดขัดดูผ่อนคลายขึ้น และที่สำคัญคือไม่มีไอเสียระหว่างขับในโหมด EV ความรู้สึกเล็กๆ แบบนี้เองที่ทำให้คำว่า “รักษ์โลก” ไม่ได้เป็นแค่ภาพลักษณ์ แต่เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ทุกเช้า-เย็น

 

 

ความได้เปรียบของรถปลั๊กอินไฮบริด

 

แน่ล่ะชีวิตไม่ได้มีแค่เส้นทางเดิมๆ เพราะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงไหนที่ได้หยุดยาว ก็นับช่วงเวลาทองของการออกเดินทาง ตรงนี้แหละคือจุดที่ “รถปลั๊กอินไฮบริด” แสดงความได้เปรียบอย่างชัดเจน กับการขับขี่ในโหมด PHEV ที่เมื่อแบตเตอรี่ลดลง เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรจะเข้ามาทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างแนบเนียน ให้กำลังรวมสูงสุด 160 กิโลวัตต์ แรงบิด 300 นิวตันเมตร อัตราเร่งที่ฉับไวทำให้การแซงบนทางเขาไม่ใช่เรื่องให้ต้องลุ้น ขณะเดียวกันอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 28.6 กิโลเมตรต่อลิตร ก็ทำให้การขับยาวหลายจังหวัดไม่ใช่ภาระค่าใช้จ่ายอย่างที่เคยเป็น

 

 

ความน่าสนใจของการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่ตัวเลข แต่คือความรู้สึกที่ว่า “เราไม่ต้องคอยมองหาสถานีชาร์จ” ไม่ต้องวางแผนหยุดพักเพื่อเติมไฟช่วงเทศกาล ไม่ต้องแย่งหัวชาร์จกับใคร ทำให้มีเวลาโฟกัสหาคาเฟ่ใหม่ ร้านอร่อยๆ ได้มากกว่า ความยืดหยุ่นแบบนี้ทำให้การเดินทางกลับมาเป็นเรื่องของอิสระอีกครั้ง เพราะเติมน้ำมันหนึ่งถัง ชาร์จหนึ่งครั้ง รถคันนี้ก็ปล่อยให้ถนนพาเราไปไกลเท่าที่อยากไป

 

 

ซีดานที่ใช้ชีวิตง่ายขึ้น

 

ภายในห้องโดยสารของ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ก็สะท้อนแนวคิดเดียวกัน ด้วยฐานล้อยาว 2,718 มิลลิเมตร ทำให้พื้นที่ตอนหลังกว้างขวางเกินภาพจำของซีดานระดับเดียวกัน เบาะนั่งใหญ่และนุ่มพอจะทำให้การนั่งยาวหลายชั่วโมงไม่กลายเป็นภาระ พื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 450 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางไซส์ใหญ่ใส่ 6 ใบได้สบาย มาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอและระบบช่วยขับถูกจัดวางอย่างเรียบง่าย ใช้งานไม่ซับซ้อน เหมือนตั้งใจจะบอกว่ารถที่ดีไม่จำเป็นต้องหวือหวา แค่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นก็พอ

 

 

และด้วยประสบการณ์ใช้จริงต้องบอกเลยว่า BYD SEAL 5 รุ่นนี้ทำมาครบครันเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีเพียงจุดเล็กๆ ที่เราคิดว่าถ้าปรับปรุงอีกนิดจะเพอร์เฟ็กต์เลย อย่างเช่น ช่องใส่แก้วน้ำหลักที่ส่วนตัวแล้วเราว่าขนาดเล็กไป กระจกน่าจะพับไฟฟ้า และช่องเสียบสายชาร์จในรถอยู่ในจุดที่เสียบยากพอสมควร แต่นั่นแหละก็แค่จุดเล็กๆ น้อยๆ

 

 

BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV เปิดตัวราคาดี

 

อีกเรื่องที่ทำให้ทริปนี้น่าพูดถึงมากขึ้น คือราคาที่เปิดมาอย่างว้าว สำหรับรุ่น Standard ในราคาเริ่มต้นที่ 599,900 บาท (3,000 คันแรก) ขณะที่ รุ่น Dynamic สนนราคาที่ 659,900 บาท ซึ่งขยับขึ้นเล็กน้อยพร้อมออปชั่นแบบจัดเต็ม

สำหรับซีดานขนาดกลางที่วิ่งทะลุพันกิโลเมตรได้ในเงื่อนไข “One Tank, One Charge” ตัวเลขนี้ถือว่าเปลี่ยนสมการตลาดไม่น้อย

 

 

ท้ายที่สุดแล้ว เราว่ารถคันนี้อาจเป็นคำตอบที่ใช่ของคนที่อยากเริ่มต้นใช้พลังงานทางเลือก โดยไม่ต้องตัดขาดจากความสะดวกแบบเดิม เพราะเรายังขับในเมืองแบบไฟฟ้าเงียบๆ ได้ทุกวัน และยังออกทริปไกลโดยไม่ต้องวางแผนซับซ้อน

 

 

...บางครั้ง “ความยั่งยืน” อาจไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทุกอย่างในทันที แต่อาจหมายถึงการเลือกสิ่งที่ “สมดุลที่สุด” สำหรับวันนี้ และสำหรับถนนเมืองไทยในวันหยุดยาวครั้งต่อไป ชื่อของ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ก็อาจเป็นหนึ่งในบทสนทนาที่น่าสนใจที่สุดของปีนี้

 

ABOUT THE AUTHOR
HBKK

HBKK

Live Every Day

ALL POSTS