HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
“เฉียนเหมิน” ถนนสายวัฒนธรรมแห่งมหานครปักกิ่ง
by โลจน์ นันทิวัชรินทร์
9 ส.ค. 2561, 01:55
  3,809 views

        ก่อนอื่น.... ถนนสายนี้สะกดเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษด้วยตัว ‘Qianmen’ นะครับ แต่เมื่อถึงเวลาอ่านออกเสียงเป็นภาษาจีนนั้น กลับอ่านออกเสียงอ่านว่า 'เฉียนเหมิน

        ผมเคยอ่านออกเสียงว่า 'เคียนเมน' แล้วพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวปักกิ่งพากันทำหน้ามึนงงราวกับจะถามว่า แกมาจากไหน? ....มาจากดาวอังคารเหรอ

        เรื่องการอ่านภาษาจีนที่สะกดด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษนี้เป็นสิ่งที่คนไม่เคยเรียนภาษาจีนอย่างผมพบว่ายากมากถึงมากที่สุด และมักจะทำให้เกิดอาการมึนงงจนอยากเอาหัวโขกกำแพงเมืองจีนได้ 

        ดังนั้นต้องทำใจนะครับ

        ถนนเฉียนเหมินตั้งอยู่หลังประตูเสิ่นหยางเหมิน (Zhenyangmen) อันเป็นประตูสำคัญของเมืองปักกิ่ง เพราะเป็นประตูที่จะเปิดถวายแด่องค์สมเด็จพระจักรพรรดิ์พระองค์เดียวเท่านั้น

Captionประตูเสิ่นหยางเหมิน (Zhenyangmen) 

         ดังนั้นถนนเฉียนเหมินจึงเป็นเส้นทางเสด็จขององค์สมเด็จพระจักรพรรดิเวลาเสด็จพระราชดำเนินออกจากเขตพระราชวังหลวงไปทรงประกอบพระราชกรณียกิจในพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งการที่จะต้องเสด็จพระราชดำเนินไปทรงสักการะเทพยดา และบวงสรวงสวรรค์ ณ หอฟ้าเทียนถาน ซึ่งตั้งอยู่ปลายถนนสายนี้

หอฟ้าเทียนถาน ในปัจจุบัน

        การสักการะเทพยดาและบูชาสวรรค์นั้นถือเป็นพระราชกรณียกิจสำคัญที่ โอรสสวรรค์ อย่างองค์สมเด็จพระจักรพรรดิต้องเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติด้วยพระองค์เองทุกปีสืบเนื่องมานับร้อย ๆ ปี

        ถนนเฉียนเหมินจึงเป็นดั่ง Emperor's Avenue และกลายเป็นถนนสายเศรษฐกิจของเมืองปักกิ่งมาเนิ่นนาน

ใครมาเที่ยวก็ถ่ายรูปรถราง

        ความที่โรงแรมที่ผมพักนั้นอยู่ไม่ไกลจากถนนสายนี้ ผมเลยมาเดินเล่นช่วงบ่ายบ้างช่วงเย็นบ้างหลังจากโต๋เต๋ไปตามที่ต่าง ๆ ทั่วปักกิ่ง แล้วผมก็พบว่าถนนเฉียนเหมินนั้นน่าเดินมาก ๆ

         ความรุ่งเรืองของการค้าบนถนนเฉียนเหมินมีอันจบสิ้นลงแบบไม่เหลือซากเมื่อสิ้นสุดราชวงศ์ชิง และสาธารณรัฐจีนก็ต้องเผชิญกับสงครามหลากรูปแบบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกมากมาย

ภาพถนนเฉียนเหมินสมัยราชวงศ์ชิงที่นำมาเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการปรับปรุงถนนสายนี้

        ถนนเฉียนเหมินถูกทิ้งร้างให้กลายเป็นถนนเก่า ๆ ที่ไร้อดีตอยู่นานหลายสิบปี จนในช่วงปี ค.ศ. 2008 เมื่อจีนได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก รัฐบาลจึงได้ดำริที่จะรื้อฟื้นความรุ่งโรจน์ของถนนสายนี้ให้มีลมหายใจอีกครั้งโดยอาศัยภาพถ่ายของสถาปัตยกรรมบนถนนเฉียนเหมินในสมัยราชวงศ์ชิงเท่าที่ค้นพบ เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการปรับปรุงสิ่งก่อสร้างและภูมิทัศน์ต่าง ๆ ในพื้นที่

         และในวันนี้รัฐบาลจีนได้มอบชีวิตให้กับถนนสายนี้ได้อย่างหมดจดงดงามแล้ว

         ความที่ถนนเฉียนเหมินเป็นถนนสายธุรกิจ ที่นี่จึงเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ทั้งหมดล้วนเป็น 'แบรนด์' ที่เคยมีตัวตนและสืบต่อธุรกิจยังรุ่นลูกหลานนับร้อย ๆ ปี

ป้าย China Time-honored บอกเล่าเรื่องราวของธุรกิจต่าง ๆ ที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน

         เราสามารถเดินหาป้าย ‘A Prestige Brand from Ancient China’ ที่รับรองโดยกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะประดับไว้หน้าร้านค้าโบราณตลอดทั้งสาย พร้อมกับมีประวัติความเป็นมาให้ไปยืนอ่านได้อย่างสนุกสนานและน่าสนใจ

         วันนี้ผมไปเดินไล่อ่านและจดมาทั้งถนน จนผมแอบ อิน ไปกับอดีตทีน่าภูมิใจของชาวปักกิ่งด้วย ผมเลยคิดว่าผมน่าจะพาผู้อ่าน Happening BKK ไปเดินทอดน่องท่องถนนเฉียนเหมินไปพร้อม ๆ กับผมบ้างดีกว่า

นี่ก็ร้านขายเสื้อผ้าเก่าแก่อีกร้าน 

        อ้อ !!! ผมเลือกมาเล่าเป็นบางร้านนะครับ เพราะถ้าหากผมเขียนเล่าหมดตั้งแต่หัวจรดท้ายถนน เรื่องราวมันจะยาวเกือบเท่ากำแพงเมืองจีนเลยทีเดียวครับ

        มาเดินไปด้วยกันเลยนะครับ

        ร้านแรกคือร้าน Yi Tiao Long 'The Dragon' เดิมชื่อร้าน Nan Heng Shun ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1785 เรื่องเล่าของร้านนี้มีอยู่ว่า ในสมัยราชวงศ์ชิง จักรพรรดิกว่างสูได้ปลอมพระองค์เป็นสามัญชนเสด็จมายังร้านนี้ ทรงแกล้งอ้างว่าเป็นวณิพก ไม่มีพระราชทรัพย์ติดพระองค์แม้สักตำลึง และทรงหิวมาก ๆ เจ้าของร้านให้การต้อนรับวณิพกหนุ่มผู้นั้นเป็นอย่างดี บอกว่าท่านจงดื่มด่ำอาหารมื้อนี้เถิด เมื่อไหร่มีทรัพย์ค่อยนำมาชำระข้า...

       ในวันรุ่งขึ้นมีขันทีจากวังหลวงเชิญทองจากท้องพระคลังมามอบให้เป็นจำนวนมาก พร้อมสั่งอาหารจานเด็ดที่พระจักรพรรดิเสวยเมื่อวานเข้าไปยังวังหลวง อาหารเด็ดนั้นคือ 'The Dragon Hot Pot' ที่เสิร์ฟในโถทองแดงจนปัจจุบันนี้....

Yi Tiao Long 'The Dragon'  ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1785/ photo by Harris 

        ไปลองชิมกันนะครับ อร่อยเลยครับ

        ร้านที่ 2 คือ ร้าน Tian Fu Hao สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1738 เป็นร้านขายเนื้อ และ เนื้อแปรรูป (อาทิเช่น ไส้กรอก กุ้นเชียง เนื้อแผ่น เนื้อแห้ง) และซอสเนื้อ ประวัติของร้านนี้ก็คือ วันหนึ่งลูกเจ้าของร้านกำลังย่างเนื้อในเตาแล้วเผลอทำให้เนื้อสุกกว่าที่เคย

        ด้วยความกลัวเขาจึงไม่กล้าบอกใคร...

       เผอิญวันนั้นดันมีข้าราชสำนักมาขอซื้อเพื่อจะเชิญเนื้อชิ้นนี้ไปเป็นเครื่องเสวยในวังหลวง แล้วปรากฏว่าเนื้อที่ทำสุกกว่าสูตรเดิมนั้นกลับอร่อยมาก ๆ จนสมเด็จพระจักรพรรดิติดพระทัย และโปรดให้ข้าราชสำนึกผู้นั้นรีบกลับมาบอกให้เจ้าของร้านรักษาการย่างเนื้อสูตรนี้ไว้ อย่าได้เปลี่ยนแปลงเด็ดขาด

        ลูกเจ้าชายของต้องสารภาพกับพ่อและค่อย ๆ นึกว่าวันนั้นเผลอทำอะไรไปบ้างจนได้เนื้อที่สุกกว่าสูตรเดิมจนอร่อยจนเป็นที่สบพระทัยขององค์พระจักรพรรดิ

        ปัจจุบันสูตรนั้นยังคงอยู่คู่ดับร้านนี้จนวันนี้...

ภายในร้านรองเท้าในตำนาน ละลานตามาก

        ร้านที่ 3 เป็นร้านของช่างทำรองเท้าผ้าที่มีชื่อว่า Nei Lian Sheng ที่เริ่มธุรกิจมาตั้งแต่ ค.ศ. 1853 

        ความพิเศษคือช่างทำรองเท้าร้านนี้จะใช้กระบวนการทำกว่า 90 ขั้นตอนต่อรองเท้าผ้าแต่ละคู่ และจะใช้แพรไหมที่เบาและนุ่มที่สุดค่อย ๆ ซัอนกันหลาย ๆ ชั้นจนได้สมญานามว่า 'รองเท้าพันชั้น'

Nei Lian Sheng ร้านรองเท้าในตำนาน

        อ่านแล้วน่าซื้อหาไปใส่สักคู่ไหมครับ?

        ร้านที่ 4 คือ ห้าง Yi Zhao ที่สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1927 และเป็นห้างขายของที่ใหญ่ที่สุดของจีนในช่วงทศวรรษที่ 1930 นำเข้าเสื้อผ้าคุณภาพจากญี่ปุ่นและเซี่ยงไฮ้ รวมทั้งผลิตเองด้วย

         Yi Zhao เป็นห้างขายผ้าและเสื้อ รวมทั้งปักผ้าที่ใหญ่โตมากในสมัยนั้น มีการว่าจ้างแรงงานกว่า 200 คนเลยที่เดียว

ห้าง Yi Zhao สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1927 เป็นห้างขายของที่ใหญ่ที่สุดของจีนในช่วงทศวรรษที่ 1930 

        บนถนนเฉียนเหมินยังมีธุรกิจอีกมากมายและหลากหลาย เรื่องราวของแต่ละร้าน ทั้งร้านชา ร้านไหม ร้านแป้งหอมแบบจีนโบราณ ฯลฯ ที่ตั้งเรียงรายอยู่บนถนนเฉียนเหมินนั้นมีคุณค่าน่าสนใจ

.ร้านชาดั้งเดิมบนถนน ที่ปัจจุบันนี้ได้แตกผลิคภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่าง Soft Cream ออกมาขาย

         ทุกวันนี้รถรางคันเดิมที่เคยวิ่งบนถนนสายนี้ก็กลับมาวิ่งขึ้นล่องบนรางเหล็กคู่เดิมอีกครั้ง เพื่อช่วยรักษาบรรยากาศอันเคยรุ่งเรืองของถนนเฉียนเหมินเอาไว้

         เช่นเดียวกับร้านรวงในอดีตอีกมากมายที่ล้วนเป็น ‘A Prestige Brand from Ancient China’ ได้กลับมามีชีวิตและนำความภูมิใจมาสู่ชาวปักกิ่ง รวมทั้งนักท่องเที่ยวอย่างเรา

STORY BY โลจน์ นันทิวัชรินทร์

ABOUT THE AUTHOR
โลจน์ นันทิวัชรินทร์

โลจน์ นันทิวัชรินทร์

หนุ่มเอเจนซี่โฆษณาผู้มีปรัชญาชีวิตว่า "ทำมาหาเที่ยว" เพราะเรื่องเที่ยวมาก่อนเรื่องกินเสมอ ชอบไปประเทศนอกแผนที่ที่ไม่มีใครอยากไปเลยต้องเต็มใจเป็น solo backpacker

ALL POSTS