HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
แฟชั่นไม่มีสูตรสำเร็จ! MERGE x POEM กับสองรันเวย์ที่บอกเล่าตัวตนคนละแบบใน BIFW2026
by HBKK
10 ต.ค. 2569, 13:20
  66 views

BIFW2026 วันที่สองเดือด! เมื่อ MERGE ยกทะเลขึ้นรันเวย์ ส่วน POEM ฉลอง 20 ปีด้วยเทเลอริ่งสุดเฉียบ

 

 

แฟชั่นยุคนี้ต้องเล่าเรื่องได้มากกว่าแค่เสื้อผ้า สองรันเวย์จาก MERGE และ POEM จึงพาไปสำรวจโลกคนละใบใน Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026 (BIFW2026) ตั้งแต่เสน่ห์ของทะเลเขตร้อนที่เต็มไปด้วยอิสระ ไปจนถึงความสง่างามของงานเทเลอริ่งที่ผ่านการขัดเกลามาตลอด 20 ปี

ถ้าจะบอกว่าแฟชั่นคือภาษาหนึ่งที่ใช้เล่าตัวตน BIFW2026 ก็เป็นพื้นที่ที่ทำให้เห็นชัดว่าดีไซเนอร์แต่ละคนสามารถพูดเรื่องเดียวกันผ่านเสื้อผ้าได้แตกต่างกันแค่ไหน โดยในวันที่สองของแฟชั่นวีคปีนี้ สองโชว์ไฮไลต์อย่าง MERGE presented by Amazing Thailand และ POEM presented by MERZ AESTHETICS พาคนดูไปคนละทิศทางอย่างมีชั้นเชิง

 

 

MERGE เมื่อเดนิมออกเดินทางสู่โลกของทะเล

 

 

เริ่มต้นแกรนด์รันเวย์ด้วย MERGE presented by Amazing Thailand กับคอลเลกชัน TROPICAL BLISS ภายใต้ธีม TIDE OF TIME ที่หยิบจังหวะของท้องทะเลมาเล่าใหม่ผ่านแฟชั่นร่วมสมัย ตั้งแต่ภาพของชายฝั่ง วิถีชาวประมง ไปจนถึงโลกใต้สมุทรที่เต็มไปด้วยมิติและความเคลื่อนไหว

ลองนึกถึงสีของท้องฟ้าและผืนทรายในช่วงแสงแรก ก่อนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเฉดลุ่มลึกเมื่อเข้าสู่ค่ำคืน นี่คือบรรยากาศที่ MERGE ถ่ายทอดผ่านพาเลตต์สีฟ้าอ่อน ครีม ขาว และเบจ ก่อนเติมความเข้มด้วยโทนสีที่ชวนให้นึกถึงทะเลในอีกช่วงเวลาหนึ่ง เสริมด้วยเท็กซ์เจอร์และประกายสะท้อนแสงที่ทำให้เสื้อผ้าดูมีชีวิตเมื่อขยับอยู่บนรันเวย์

 

 

แต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่เป็นตัวตนของ MERGE อย่างแท้จริง คงหนีไม่พ้น เดนิม (Denim) ที่ครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่กางเกงยีนส์หรือเสื้อแจ็กเก็ตตัวเก่ง เพราะแบรนด์พาเดนิมออกจากกรอบเดิม ๆ ด้วยการทดลองโครงสร้าง ซิลูเอต และเทคนิคงานคราฟต์ จนเกิดเป็นมิติใหม่ที่ทั้งแข็งแรงและพลิ้วไหวในเวลาเดียวกัน

หนึ่งในลูกเล่นที่น่าสนใจคือการจับคู่เดนิมกับผ้าออร์แกนดี้ (Organdy) และชีฟอง (Chiffon) ซึ่งมีความโปร่งเบา ช่วยสร้างความแตกต่างระหว่างเนื้อผ้าที่ดูแข็งแรงกับความอ่อนพลิ้วของผ้าที่เคลื่อนไหวไปตามร่างกาย ขณะที่เส้นสายจากแหและอวนประมงก็ถูกนำมาตีความใหม่ผ่านงานฝีมือ เพื่อเชื่อมโยงเสื้อผ้าเข้ากับภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของผู้คนริมทะเล

อีกหนึ่งไฮไลต์คือการแบ่งเรื่องราวของโชว์ออกเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ แสงแรก แสงเย็น และแสงสุดท้าย ทำให้ผู้ชมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของทะเลตลอดวันผ่านสีสันและบรรยากาศที่แตกต่างกัน พร้อมการแสดงพิเศษจาก MARQUISE ป๊อปสตาร์มากความสามารถ ที่เข้ามาเติมจังหวะให้รันเวย์มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

คอลเลกชันนี้จึงเป็นมากกว่าการหยิบแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาใช้ แต่เป็นอีกก้าวของ MERGE ในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ และพา DNA ของเดนิมเดินทางไปสู่บทที่แตกต่าง โดยยังรักษาความมั่นใจและท่าทีอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ได้อย่างชัดเจน

สำหรับคนดังที่มาร่วมชมโชว์และเติมสีสันให้กับค่ำคืนของ MERGE ได้แก่ อิงฟ้า วราหะ, มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์, พาเวล-นเรศ พร้อมเผ่าพันธ์, ลิลลี่-ณิชภาลักษณ์ ทองคำ, เจมส์-ศุภมงคล วงศ์วิสุทธิ์, โอมกิต-ธนกฤต เจียมจรรยา, ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว, จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร, ภีม-ธนัช ลิ้มปัญญากุล, ลีโอ, ไทม์, แอนโทเนีย โพซิ้ว, แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส, จีน่า-ญีนา ซาลาส, ตูน เอลลี่, ฟลุ๊ค กะล่อน, ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, ซินดี้ บิชอพ และซิลวี่-ภาวิดา มอริจจิ

 

POEM 20 ปีแห่งความสง่างาม กับการตีความความคลาสสิกใหม่

 

จากความพลิ้วไหวของทะเล รันเวย์เปลี่ยนอารมณ์เข้าสู่โลกของความเนี้ยบและเฉียบคมกับ POEM presented by MERZ AESTHETICS ที่กลับมาพร้อมคอลเลกชัน Perennial Testimony เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด Transformation Through Remembrance หรือการวิวัฒน์ผ่านความทรงจำ

สำหรับ POEM ความทรงจำไม่ได้หมายถึงการย้อนกลับไปทำสิ่งเดิม แต่คือการนำสิ่งที่หล่อหลอมตัวตนของแบรนด์มาตีความใหม่ให้เข้ากับปัจจุบัน ตั้งแต่มรดกทางแฟชั่น รายละเอียดงานตัดเย็บ ไปจนถึงซิลูเอตที่หลายคนจดจำได้ แล้วตั้งคำถามว่า เมื่อความคลาสสิกถูกนำมาปรับเปลี่ยนอีกครั้ง จะสร้างความรู้สึกใหม่ให้กับผู้สวมใส่ได้อย่างไร

 

 

คำตอบปรากฏอยู่ในรายละเอียดของคอลเลกชัน ตั้งแต่ผ้าลายเกลนเช็ก (Glencheck) และฮาวด์สทูธ (Houndstooth) ซึ่งคุ้นเคยกันดีในโลกของชุดสูท ไปจนถึงการปรับเส้นสายและโครงสร้างให้มีความเฉียบคมยิ่งขึ้น รูปทรงโค้งมนถูกขัดให้ชัด ขณะที่เหลี่ยมมุมต่าง ๆ ถูกบิดและจัดสัดส่วนใหม่ จนเกิดเป็นเสื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคย แต่ก็มีบางอย่างแตกต่างไปจากเดิม

เสน่ห์ของ POEM อยู่ตรงการทำให้รายละเอียดเล็ก ๆ กลายเป็นจุดที่ชวนมอง ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค Vanishing Lapel ที่เล่นกับรายละเอียดปกเสื้อสูท ลูกเล่นบนแขนเสื้อ หรือการนำองค์ประกอบจากงานเทเลอริ่งมาปรับใช้กับเดรสและกระโปรง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างเสื้อผ้าสไตล์สูทกับชุดเฟมินีนมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น

แม้แต่ลายริ้วและลายตารางที่ให้ความรู้สึกสุขุม ก็ถูกนำมาสร้างมิติผ่านเทคนิคการพับทบแบบโอริกามิ (Origami) ขณะที่เทคนิคไล่เฉดสี (Ombré) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ กลับมาในรูปแบบที่ผสานเข้ากับลายฮาวด์สทูธ สร้างความแตกต่างระหว่างความอ่อนช้อยกับความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว

ส่วนงานเดรปก็ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการจับจีบบิดผ้าเจอร์ซีย์อย่างไร้รอยต่อ รวมถึงการใช้ผ้าออร์แกนดี้อัดพลีทเพื่อสร้างรูปทรงที่โดดเด่น รายละเอียดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเบื้องหลังความสง่างามของเสื้อผ้า POEM ไม่ได้มีเพียงภาพลักษณ์ที่สวยเนี้ยบ แต่ยังเต็มไปด้วยการทดลองด้านโครงสร้างและความประณีตของงานฝีมือ

Perennial Testimony จึงเป็นการฉลอง 20 ปีที่ไม่ได้มองเพียงความสำเร็จในอดีต แต่ยังสำรวจว่าดีเอ็นเอของแบรนด์จะเติบโตต่อไปได้อย่างไร เมื่อความทรงจำถูกนำมาผสมกับความคิดสร้างสรรค์ ความคลาสสิกก็ไม่จำเป็นต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่

บรรยากาศของโชว์ยังเต็มไปด้วยเหล่าคนดังที่มาร่วมชมคอลเลกชันในฐานะแขกคนสำคัญแถวหน้า (Front Row) อาทิ เก้า-สุภัสสรา ธนชาต, ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์, แอน ทองประสม, เดียร์น่า ฟลีโป, สันต์ ศรุตานนท์, โอปอล์ ปาณิสรา และหมอโอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล, พุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน, จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา, จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์ และลูกเกด-จิรดา โยฮารา

ขณะที่เหล่านักแสดง ศิลปิน และเซเลบริตี้ที่ร่วมถ่ายทอดความสง่างามในแบบฉบับ POEM บนรันเวย์ ได้แก่ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์, ไบร์ท-นรภัทร วิไลพันธุ์, แจม-รชตะ หัมพานนท์, ท็อป-ทศพล หมายสุข, เอม-สรรเพชญ์ คุณากร, เมเบิ้ล-สิริวลี สิริวิบูลย์, แอนโทเนีย โพซิ้ว, ยุวเรต ศรุตานนท์ และมาช่า วัฒนพานิช

สองโชว์ สองคาแรกเตอร์ กับภาพของแฟชั่นไทยที่ไม่หยุดอยู่กับที่

แม้ MERGE และ POEM จะมีแนวทางการออกแบบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่เชื่อมทั้งสองโชว์เข้าด้วยกันคือการหยิบตัวตนของแบรนด์มาเป็นจุดตั้งต้น แล้วพัฒนาไปสู่การตีความใหม่ที่ร่วมสมัย

MERGE เลือกออกเดินทางไปกับธรรมชาติและวิถีชีวิตริมทะเล พร้อมทดลองกับเดนิมซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์ ส่วน POEM หันกลับไปสำรวจรากฐานของตัวเองตลอด 20 ปี ผ่านงานเทเลอริ่งและเทคนิคการตัดเย็บที่ยังเปิดพื้นที่ให้กับความคิดสร้างสรรค์

ทั้งสองรันเวย์จึงสะท้อนให้เห็นว่าแฟชั่นไม่ได้มีสูตรสำเร็จเพียงแบบเดียว ความสนุกอยู่ที่การรู้จักตัวเองมากพอจะทดลองสิ่งใหม่ โดยไม่ทิ้งสิ่งที่ทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์

ติดตามทุกโมเมนต์จาก Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026 (BIFW2026) ได้ทาง Facebook: Siam Paragon และเว็บไซต์ www.siamparagon.co.th

BIFW2026 ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท มาดามฟิน จำกัด, XPENG Thailand, Millennium Auto Group, บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน), THANN, KIKI Beauty Space, Grey Goose และ M.A.C Cosmetics Thailand

 

 

#SiamParagonBIFW2026 #BIFW2026

#SiamParagon #HappeningBKK

#ThaiFashion #FashionWeek

ABOUT THE AUTHOR
HBKK

HBKK

Live Every Day

ALL POSTS