หัวใจของการดริฟต์: จากสนามสู่แฟน ๆ และวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนมอเตอร์สปอร์ตไทย
หากพูดถึงวัฒนธรรมการแข่งดริฟต์ ประเทศไทยคืออันดับต้น ๆ ของโลก เป็นรองเพียงแต่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นต้นกำเนิดเท่านั้น การแข่งดริฟต์ในไทยมีให้เห็นมาเกินทศวรรษ และการแข่งขันดริฟต์รายการใหญ่ของโลก D1 มีมาแข่งที่ไทยด้วย ปีนี้แข่งที่กรุงเทพฯ และบุรีรัมย์ไปเป็นที่เรียบร้อย
แม้ประเทศไทยจะเป็นหมุดหมายของคนชอบดูการแข่งรถหลากหลายประเภท แต่ไม่ได้หมายความว่า “ดริฟต์” จะเป็นการขับที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
“เวลาขับรถ ตอนเลี้ยวแล้วเราเสียหลักหมุนหรือรถเกิดอาการลื่นไถลสไลด์ นี่คือเรียกว่าเสียหลัก แต่ถ้าเราทําให้มันเสียหลักแล้วเราสามารถควบคุมรถเนี่ยไปในลักษณะการเสียหลักและกลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้ อันนี้เรียกว่า ‘ดริฟต์’” คุณปอนด์ เดชะพล โตยิ่งเจริญ นักแข่งดริฟต์ชาวไทยที่คว้าชัยชนะในระดับนานาชาติมาหลายรายการ ล่าสุดคือ D1 Grand Prix Thailand 2025 และ D1 Grand Prix Malaysia 2025.
ปัจจุบัน นอกจากเป็นนักแข่งดริฟต์แล้ว คุณปอนด์ยังเป็นผู้จัดการแข่งขันดริฟต์ และเปิดโรงเรียนสอนดริฟต์ในไทยด้วย ปอนด์บอกว่า สำหรับเขาแล้ว ความใกล้ชิดระหว่างนักแข่งกับแฟน ๆ คือเสน่ห์ของดริฟต์ที่มอเตอร์สปอร์ตอย่างอื่นน่าจะเทียบไม่ได้
ด้วยธรรมชาติการแข่งดริฟต์ คนดูจะได้เห็นการแข่งตั้งแต่เริ่มต้นจนจบในพื้นที่เดียวกัน หลังจบทุกรอบการดริฟต์ เป็นประเพณีปฏิบัติที่นักแข่งจะขับรถตัวเองผ่านแสตนเชียร์โบกมือทักทายแฟน ๆ แม้ว่ารถจะขัดข้องระหว่างแข่ง รถก็ยังถูกลากผ่านบริเวณที่แฟน ๆ นั่งพร้อมคนขับโบกมือทักทาย
แรกเริ่มเดิมที ดริฟต์เป็นเพียงกิจกรรมระหว่างเรียนปริญญาโทวิศวกรรมเครื่องยนต์ที่ญี่ปุ่นของคุณปอนด์ รุ่นน้องชวนไปขับลงเขาคากากิที่เมืองกุนมะ “เหมือนในการ์ตูนคือเหมือนรถส่งเต้าหู้เลยครับ ไปแข่งยังมีอยู่จริงครับ แต่ก็จะไม่ได้มีทุกวัน แต่จริงจริง อันตรายนะครับ เพราะว่ามืดมาก เหมือนปิดไฟเลย” เล่ามาถึงตรงนี้ ถ้าใครได้เคยดูการ์ตูน Initial D ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Drift King เคอิจิ สึชิยะ ก็จะพอนึกภาพออก แต่ในความเป็นจริง แม้การแข่งดริฟต์จะเป็นที่นิยมขนาดไหน การดริฟต์ลงเขาคากากิก็ยังเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
D1 GP ที่เมืองทองธานีครั้งล่าสุดเป็นหลักฐานเป็นอย่างดีว่ามีคนในไทยกระตือรือร้นกับมอเตอร์สปอร์ตมากขนาดไหน ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ จูงมือกันมาแบบครอบครัว คู่รัก เพื่อนฝูง
เด็กชายลูกครึ่งวัยเกือบ 10 ขวบมากับพ่อแม่ที่สนามเมืองทอง เขานั่งดูดริฟต์ตลอดช่วงบ่ายอย่างตั้งใจ นี่ไม่ใช่ประสบการณ์ดูดริฟต์ครั้งแรกของเขา แต่การที่ได้ดูบิ๊กบอสโตโยต้า อิกิโอะ โตโยดะ ดริฟต์โชว์เมื่อเกือบสองปีที่แล้ว ทำให้เขาตื่นเต้นและสนุกสนานจนเมื่อพ่อชวน เขาจะตอบตกลงทุกครั้ง “ผมชอบดูดริฟต์เพราะว่ามันดู cool มาก และขับยากด้วย แล้วผมก็ชอบกลิ่นยางรถไหม้ และเสียงรถแข่ง” เด็กชายตอบอย่างมั่นใจว่าในอนาคต เขาจะต้องลองขับดริฟต์ดูบ้างแน่นอน
ส่วนสนามดริฟต์ที่เมืองทองครั้งนี้ เขาควงเพื่อนชั้นเรียนชาวอิสราเอลมาดูด้วย เพื่อนนั่งดูไปก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาถ่ายวิดีโอเก็บไว้ดูไปด้วย ไม่จำเป็นต้องถามแล้วว่าสนุกหรือเปล่า
สำหรับแฟน Motor Sport ชาวต่างชาติในไทย อดัม โจนส์ หรือที่รู้จักในยูทูบ คีส์ วัน (Keis One) น่าจะให้คำตอบแทนใจหลาย ๆ คนได้อย่างดี “เสน่ห์ของการดริฟต์คือมันแตกต่างจากการขับรถทั่วไปอย่างมากนะครับ เป็นประสบการณ์ที่ยากจะหาได้จากที่ไหน และเมื่อได้เห็นด้วยตาตัวเองในชีวิตจริง มันน่าทึ่งมากจริง ๆ และทำให้คุณทึ่งได้ทุกครั้งที่เห็น”
ตอนนี้อดัมมีผู้ติดตามในยูทูบ Keis one เกินหนึ่งแสนคนแล้ว และเขาเพิ่งเปิดช่องทางใหม่ที่จะเจาะเรื่องรถยนต์โดยเฉพาะ ตัวเขาเองก็เปิดเผยในโพสต์โซชียลว่าเพิ่งซื้อรถดริฟต์เป็นของตัวเอง ไม่แน่ว่าในอนคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นเขาในสนามแข่ง
อดัมมองว่าประเทศไทยมีวงการมอเตอร์สปอร์ตที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทุกสุดสัปดาห์ มักจะมีอีเวนต์เกี่ยวกับรถเกิดขึ้นที่ไหนสักแห่งเสมอ กิจกรรมสนุก ๆ ที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์
ดริฟต์เป็นกลุ่มย่อยของมอเตอร์สปอร์ต เป็นวัฒนธรรมรถเฉพาะกลุ่มที่ซ่อนอยู่ในวงใหญ่อีกทีหนึ่ง ที่ผ่านมา ไทยได้เห็นการจัดแข่งรถหลากหลายประเภท และงานโชว์รถหลากหลายรูปแบบ อย่าง Gumball 3000 คาราวานรถราคาแพงอันโด่งดังก็แรลลี่มาถึงไทย
รัฐบาลไทยเองเพิ่งประกาศว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดแข่งจักรยานยนต์ MotoGP ไปอีก 5 ปี และปีที่ผ่านมาก็มีการพูดถึงการเป็นเจ้าภาพการแข่ง F1 กันอย่างตื่นเต้น ถ้าได้มาถึงไทยจริง ๆ คงจะเป็นเหมือนภาพฝันของใครหลาย ๆ คน
“ถ้ามีดริฟต์ไปโชว์ด้วยจะดีมากเลยครับ ตอนผมมีโอกาสครั้งหนึ่ง เป็นครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่เราได้ไปโชว์ ที่ราชดําเนิน ตอนนั้น ทีมฟอร์มูลาวันมาโชว์ราชดําเนิน แล้วก็ทีมกระทิงแดง ทีมดริฟต์ ก็คือว่า 5 คันได้ไปร่วมโชว์ด้วย อันนั้น โอ้โหขนลุกมาก....” คุณปอนด์เล่าถึงตอนที่เขาได้ไปโชว์ดริฟต์บนถนนราชดำเนิน 15 ปีที่แล้วตอนที่อยู่กับทีมเรดบูลล์
อดัมเองก็มั่นใจว่าถ้าไทยได้จัดแข่ง F1 จริง ๆ ต้องมีผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลมาสัมผัสประสบการณ์ที่ไทยอย่างแน่นอน “ผมคิดว่ามันเป็นไปได้ ผมหวังว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ ประเทศไทยมีวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตที่ดีมาก ผมคิดว่าจะมีคนมาชมกันอย่างล้นหลามแน่นอน”
ส่วนเด็กชายแฟนรถแข่งตอบแค่สั้น ๆ ว่าถ้าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพแข่ง F1 จริง ๆ เขาต้องไปดูแน่นอน “I’ll watch it. I’ll go there!”
#DriftCulture #มอเตอร์สปอร์ตไทย #ดริฟต์ไทย #D1GrandPrixThailand #ThaiMotorsport #HappeningBKK
