HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
กระบอกจากเวียงจันทน์
by ศุภโมกข์ ศิลารักษ์
22 มิ.ย. 2563, 19:15
  156 views

การเดินทางเพื่อค้นหาความงามที่ซ่อนอยู่ริมฝั่งโขง

วันที่หนึ่ง

       เส้นทางสายเลียบโขงจากเลยมาถึงหนองคายนั้นงดงามนัก ด้วยเกาะแก่งหินในลำโขงมีพื้นผิวขรุขระด้วยลวดลาย ราวกับน้ำนั้นเป็นช่างผู้สลักเสลาสกัดร่องริ้วเกิดผลงานศิลปะแบบนามธรรม ฉันสัมผัสน้ำเย็นเฉียบของแม่น้ำโขงก่อนจะปีนเกาะหินตรงหนองปลาบึกขึ้นไปถ่ายภาพ คนแถวนั้นเตือนด้วยเสียงขรึมว่าให้ระวัง เพราะว่าแถวนี้นั้นมีสิ่งลี้ลับ ฉันเดาเอาว่าคงมีส่วนเกี่ยวพันกับพญานาคอันเป็นความเชื่อเก่าแก่ในดินแดนแถบนี้มาแต่โบราณกาล​ จึงน่าเสียดายนักหากเรื่องที่ว่าจีนจะระเบิดแก่งเหล่านี้เพื่อใช้ลำโขงเป็นทางเดินเรือสินค้านั้นจะเกิดขึ้นจริง

วันที่เจ็ด ร้อยหกสิบแปดชั่วโมงถัดมา

       ฉันกับกระบอกกระดาษแข็งสีน้ำตาลกำลังเคลื่อนไปบนสะพานมิตรภาพ ไทย ลาว ฉันนึกถึงเส้นทางที่หอบหิ้วติดตัวไปด้วยตลอดเกือบสัปดาห์ในลาว พลางนึกถึงชายชราผู้นั่งวาดภาพลงบนกระดาษสองแผ่นนั้น  หลายอย่างที่ฉันเคยคิดว่ารู้ ได้เปลี่ยนแปลงไป

       ผิวน้ำสีฟ้าของน้ำในลำโขง ทำให้นึกถึงบลูลากูน

วันที่สาม วังเวียง

       ถนนสองเลนค่อยๆ ไต่ขึ้นสูง รถบัสขนาดเล็กบรรจุได้ราวยี่สิบคนนั้นพาเราพาออกห่างแม่น้ำโขง เมื่อรถหยุดจอดพักครึ่งทางที่ร้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ฉันปล่อยให้กระบอกสีน้ำตาลนั้นอยู่บนรถ เดินลงตามคนอื่น ลงไปยืดเส้นสาย เข้าห้องน้ำ หาอะไรใส่ท้อง ฉันเลือกข้าวจี่และหมูปิ้ง อาหารสามัญยอดนิยมในลาวแทนที่จะเป็นคัพนูเดิล

       จากจุดพัก อีกชั่วโมงถัดมาจึงถึงวังเวียง เมืองท่องเที่ยวเล็กๆ กลางหุบเขา ฉันเดินถือกระบอกกระดาษแข็งนั้นเข้าที่พัก นึกงงๆ เหมือนกันว่าทำไมต้องเพิ่มภาระให้ตัวเอง ผึ้งฝูงใหญ่นั้นก็ดูจะไม่เข้าใจ มันบินว่อนออกมาจากรูแถวๆ ฝาบ้านซึ่งทำด้วยไม้ซุงผ่าซีก บินวนเสียงหึ่งดังอยู่บนฟ้าเหนือหลังคาเต็มไปหมด ฉันนึกกลัวอยู่บ้าง แต่ดูมันไม่มีท่าทีจะดิ่งเข้าโจมตี จึงค่อยคลายกังวล นึกถึงผึ้งป่วยๆ ตัวนึงตรงลานน้ำพุที่เวียงจันทน์ กระทั่งบริกรเอาตะเกียบมาคีบก็ไม่มีแรงจะบินหนี หญิงสาวผู้หนึ่งเคยบอกไว้ว่า ที่ไหนมีผึ้งเยอะ แสดงว่าที่นั่นยังคงมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ลาวก็น่าจะเป็นเช่นนั้น

        ฉันวางกระบอกสีน้ำตาลนั้นไว้บนเตียงอย่างดีก่อนจะเดินมาที่หาด  เพื่อหาจ้างเรือที่จะพาล่องแม่น้ำสองยามเย็น (ที่ฉันอยากจะเรียกชื่อว่า SongRiver มากกว่า) เช่นเดียวกับมนุษย์จำนวนมากซึ่งยืนออกันอยู่ในช่วงใกล้สิ้นปี ฉันเดินลงเรือลำหนึ่งในบรรดาหลายสิบลำ คนขับพาทวนน้ำขึ้นไปก่อนจึงค่อยล่องลงมา ฉันถ่ายภาพพลางดูทิวทัศน์เบื้องหน้าเบื้องข้างสลับไป การขับยานพาหนะนับว่าเป็นศาสตร์และศิลป์อย่างหนึ่ง ยิ่งกับเรือบนสายน้ำตื้นเขิน หรือถนนบนภูเขาอันคนเคี้ยว แม่น้ำสองก็เป็นเช่นนั้น ในบางช่วงจังหวะ ท้องเรือจะกระทบกระทั่งกับหินบนพื้นแม่น้ำกระเทือนให้ได้สะดุ้ง คนขับชะลอเรือเมื่อเห็นฉันยกกล้องขึ้นเล็งฝูงควายที่กำลังเล่นน้ำนั้น

       ตลาดกลางคืนที่อยู่เคียงเมืองท่องเที่ยวมักถูกให้ภาพว่าเป็นตลาดศิลปะ ซึ่งกับวังเวียงไนท์มาร์เก็ตที่ปิดถนนสั้นๆ สายนึงก็เช่นกัน หากส่วนใหญ่นั้นคือของที่ระลึกราคาถูกจำนวนมาก แต่ก็ยังได้พบเห็นบางสิ่งซึ่งคล้ายจะเป็นงานฝีมืออยู่บ้างหรอก

        ถึงอย่างไร บรรยากาศแบบนี้ เราก็ปฏิเสธควันอุ่นๆ จากหม้อดินหนาขนาดใหญ่ในแผงจิ้มจุ่มนั้นไม่ได้หรอก  ที่นี่อาหารจะมาเป็นชุด เมื่อเราสั่งเนื้อชนิดหนึ่งมันจะมาพร้อมผักและไข่ เราจึงได้กินผักและไข่เยอะหน่อย หากสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือดนตรี ร้านนี้เลือกเปิดเพลงคัฟเวอร์ยุค 70-80 อย่าง Girl have fun หรือ Strawberry field forever ในเวอร์ชันเร็กเก้ ซึ่งทำให้ร้านนี้มีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างไป เพราะอย่างไนท์มาร์เก็ตริมฝั่งโขงที่เวียงจันทน์นั้นเราจะได้ยินแต่เพลงไทยหรือเพลงป็อบติดชาร์ตดังเช่นเมืองใหญ่ทั่วโลก

วันที่สี่ บลูลากูน

       คนนั้นมักเลือกอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำธาร ทะเล ทะเลสาบ บึง นอกเหนือจากเป็นสิ่งจำเป็นกับชีวิตแล้ว คงยังมีเหตุผลเรื่องความงามด้วยกระมัง

       นอกจากแม่น้ำสอง ในวังเวียงยังมีแอ่งน้ำในหุบเขาที่เรียกกันว่า Blue lagoon ซึ่งต้องเช่ารถขับออกนอกเมืองผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ไปตามทางลูกรังหลายกิโล บลูลากูนไม่ใช่แหล่งน้ำเพื่อการดำรงชีวิตโดยตรง แต่เป็นธรรมชาติอันงดงามอันดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ

 

        บลูลากูนถือกำเนิดจากน้ำพุบนแอ่งหิน ชื่อ Blue ได้มาจากน้ำที่จะเป็นสีนำเงินในช่วงตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ มีบลูลากูนอยู่หลายแห่ง สิ่งที่เหมือนกันคือ ความเย็นของน้ำและถ้ำบนผาสูง

       ฉันปีนขึ้นถ้ำที่บลูลากูน 1 ยืนชมเมืองในความสูงของภูเขาก่อนจะลงไปสัมผัสกับความมืดและเย็นของก้นถ้ำ

       มีพระพุทธรูปองค์เล็กๆ วางอยู่ในจุดที่ลึกที่สุดของถ้ำ ขณะยืนอยู่นิ่งๆ มีจังหวะหนึ่งที่สรรพเสียงรอบตัวคล้ายเงียบงันไปชั่วครู่ ฉันมองพระพุทธรูปในเงาสลัว ฉันเชื่อว่ามนุษย์นั้นหลงใหลในความงาม หลงใหลถึงขั้นต้องออกเดินทางดั้นด้นเสาะหา มันคงถูกฝังอยู่ในดีเอ็นเอของเรา ระดับขั้นนั้นคงรุนแรงต่างกันไปในแต่ละคน บางคนเพียงได้ยลได้สัมผัสเพียงชั่วครู่ก็พอใจ แต่บางคนถึงขั้นอยากให้ความสุขของการสัมผัสนั้นยืดยาวนานอันนำซึ่งความโลภอยากครอบครอง หลายๆ ครั้งมันจะนำไปสู่การแก่งแย่ง ถลำรุนแรงเข้าขั้นสงคราม

        ลองดูรอบตัวสิ ไม่ว่าจะเป็น ความงดงามของธรรมชาติ ความงามของคนของสิ่งมีชีวิต หรือของฝีมือมนุษย์ด้วยกันเอง ไม่ว่าจะสะท้อนมาทางวิจิตรศิลป์โดยตรงอย่าง รูปภาพ ประติมากรรม หรือจะเป็นศิลปประยุกต์อย่างเช่น เครื่องประดับ ของใช้ ถ้วยโถโอชาม ไปจนถึง สวน นา สิ่งปลูกสร้างเล็กๆ เช่น ขนำ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมใหญ่ๆ พระราชวัง วัดวาอาราม และแม้กับ อาหาร นุษย์ก็พยายามจะเพิ่มความงดงามลงไปทั้งนั้น และเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด

       เป็นที่น่าเสียดายว่าหลายครั้งผู้ครอบครองกลับมองไม่เห็นความงาม หรือพยายามจะทำลายความงาม เพียงเพื่อเหตุผลบางอย่าง

วันที่ห้า

        ฉันเดินข้ามสะพานไปซื้อแซนด์วิชไส้ทูน่าก้อนใหญ่เพื่อเป็นสะเบียงกลางทางขณะที่พระอาทิตย์เพิ่งทาบแสงแรกลงสู่โลก ประกายนั้นสะท้อนจากน้ำเบื้องล่างมากระทบตา

        รถยังแวะร้านเดิม ฉันอาศัยเพียงโต๊ะนั่งแทะแซนด์วิชพลางมองเอสเพรสโซแมชชีนขนาดสองหัวชงเครื่องใหญ่สีโครเมียมเงินวาว รู้สึกทึ่งมาตรฐานกาแฟในลาว ทุกที่ๆ ผ่านไป ไม่ว่าร้านเล็กซอมซ่อเพียงใด ถ้ามีเมนูกาแฟแล้วล่ะก็ เราจะได้รับกาแฟที่มีรสชาติมาตรฐานเสมอ ต่างกับที่ๆ ฉันอยู่ ที่ๆ แม้หลายคนยกให้เป็นเมืองกาแฟ แต่กาแฟที่ได้มาตรฐานจริงกลับมีอยู่น้อยยิ่งกว่าน้อย ฝรั่งคนนึงเดินมาถามว่าซื้อแซนด์วิชที่ไหน ฉันตอบเขินๆ ว่าซื้อมาจากวังเวียง

        ที่ลาว ขนมปังแบบฝรั่งเศสที่เรียกว่าบาเก็ตนั้นถูกปรับผสมเข้ากับแบบตะวันออก เรียกกันทั่วไปว่าว่าแซนด์วิช แต่ละร้านต่างกันเพียงการปรุงเล็กๆ น้อยๆ ชนิดและปริมาณผัก รวมถึงความอุ่นกรอบ เท่าที่ได้กิน นั้นอร่อยทุกเจ้าไม่ว่าจะเป็นร้านชั้นดี หรือแผงหน้าโรงพยาบาลที่อร่อยขนาดชาวต่างชาติมายืนออเข้าคิว ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวเนื่องกับที่ลาวตกเป็นอาณานิคมฝรั่งเศสอยู่หลายสิบปีมั้ย วัฒนธรรมหลายๆ อย่างจึงถูกหยั่งรากลง ทั้งบ้านเรือนและอาหาร ถึงฉันจะตั้งแง่กับลัทธิล่าอาณานิคม แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาหารแบบตะวันตกที่ลาวนั้นถูกลิ้นเสียจริง และอดนึกถึงร้าน Bristro22 ที่เวียงจันทน์ไม่ได้ เมนูเป็ดซอสส้มที่นั่นเลิศเลอ

วันที่สอง เวียงจันทน์

        ทุกคนที่เดินเข้าวัดสีสะเกตก็คงต้องปะทะเข้ากับภาพจำนวนมหาศาลอันขึงแขวนบนราวเป็นแผงอยู่เคียงสถูปเก่าด้านซ้ายก่อนถึงธรณีประตูวัด ข้างหน้าแผงนั้นมีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าขาหยั่งไม้ขนาดใหญ่ ชายชราผู้นั้นเพ่งสมาธิจดจ่อกับกระดาษเบื้องหน้าโดยไม่สนใจคนเดินผ่านไปมา แม้มีคนยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายภาพแกก็ไม่ได้หันไป มือแกขยับตวัดวาดโค้งขึ้นลงในอากาศ

        ฉันเดินเข้าไปแลภาพใกล้ๆ ทุกภาพเป็นภาพวาดลายเส้นปากกาวาดในกระดาษสาหรือกระดาษแข็งขาวเทาเต็มแผ่นไม่ตัดภาพ  พระพุทธรูป สัตว์ในวรรณคดี ธรรมชาติ บ้านเรือน วิถีชาวบ้าน ลายเส้นนั้นบอกถึงศิลปะแบบลาวโบราณ บางภาพลงสีเป็นลายน้ำจางๆ ภาพสีจัดแบบภาพสีแดงจัดจ้านปิดทองที่นักท่องเที่ยวคู่หนึ่งกำลังถามซื้อนั้นมีเพียงไม่กี่ภาพ ฉันได้จังหวะจึงถามคุยต่อ ชายชราลุกขึ้นมาตอบด้วยท่าทีคล่องแคล่ว ใบหน้ายิ้มแย้ม แววตาแจ่มใสแสดงอัธยาศัยอันดี

        ฉันอยากเปรียบภาพของอาจารย์กับส้มตำ อาหารอันลือชื่อของลาว ส้มตำลาวนั้นไร้รสหวาน มีเพียงความจริงใจใสซื่อ ไร้การปรุงแต่งที่ไม่จำเป็น เมื่อชวนแกคุยต่อถึงได้รู้ว่าคุณลุงจิตรกรนั้นชื่อบุญแสง มีดีกรีขั้นอาจารย์ผู้สอนในสถาบันศิลปะของลาวมานานถึงห้าสิบปี หากตอนนี้เกษียณแล้ว แต่ด้วยแรงข้างในนั้นทำให้แกไม่อาจอยู่นิ่งเฉยกับบ้านได้ อาจารย์บุญแสงออกมาวาดภาพที่หน้าวัดเป็นประจำทุกวัน

         ฉันเดินลึกเข้าไปเลือกภาพวางซ้อนกันในกองใหญ่ ตรงชั้นไม้นั้นเห็นหนังสือหลายเล่มจึงหยิบมาพลิกดู มันเป็นตำราการวาดภาพลายลาวหลายเล่มที่อาจารย์บุญแสงเป็นคนเขียนและรวบรวมไว้  ทั้งหมดดูเก่าและเป็นเพียงถ่ายเอกสารและเข้าเล่มแบบเย็บแม็กแปะเทปกาวสี ปกเป็นกระดาษโปสเตอร์สีอ่อน หากไม่สามารถลดทอนคุณค่าของสิ่งที่บรรจุอยู่ข้างในเลยแม้แต่น้อย เสียงแกบอกมาว่า ลายลาวคล้ายกันกับลายไทย

        อาจารย์บุญส่งถามว่าพวกเรามาจากที่ไหนในไทย พอฉันตอบไปแกก็แซวแบบขำๆ กลับมาว่า ดีนะไม่ใช่ราชบุรี คิดอยู่สักครู่ถึงได้ขำออกมาและรู้สึกว่าคุยถูกคนแล้ว เราสานต่อบททสนทนาหลังจากนั้นอีกยืดยาว เรื่องการเลือกปฎิบัติ สองมาตรฐาน ฉันอึ้งไปเล็กน้อยที่ดูเหมือนว่าอาจารย์จะติดตามข่าวสารบ้านเมืองของเราจริงจังพอดู เทียบไม่ได้เลยความรู้เรื่องการเมืองลาวของฉัน

        ฉันยืนอยู่หน้าภาพคุณตาเปิดหนังสือเล่านิทานให้หลานฟัง อาจารย์บอกว่า ที่ตาเล่าคือเรื่องพระเจ้าอนุวงศ์ ฉันเชื่อว่าอาจารย์คงกำลังสื่อสารกับฉันซึ่งเป็นคนไทยโดยตรง ฉันนึกถึงหน้าประวัติศาสตร์ที่ไทยให้ภาพของพระเจ้าอนุวงศ์เป็นอีกอย่าง นึกถึงวัดในลาวที่ถูกเผาทำลาย นึกถึงพระแก้วมรกต ลายลาวลายไทย และคำว่า บ้านพี่เมืองน้อง สะพานมิตรภาพ

        ภาพนั้นคล้ายจะบอกฉันว่า มีอะไรอีกมากมายที่ฉันไม่รู้ ยังมีความจริงเหลือให้กับการค้นหาอยู่อีกมาก ความจริงที่เหล่าศิลปินได้บอกเล่าซุกซ่อนไว้

STORY AND PHOTO BY Supamok Silarak

ABOUT THE AUTHOR
ศุภโมกข์ ศิลารักษ์

ศุภโมกข์ ศิลารักษ์

ALL POSTS