HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
พาเที่ยว “ล้ง 1919” ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีนริมเจ้าพระยา
by Manta
9 พ.ย. 2560, 03:37
  2,440 views

เปิดประวัติศาสตร์ชุมชนพ่อค้าจีนกว่า 160 ปีก่อน ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ “ล้ง 1919”

นักเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผู้ที่ยังชื่นชอบศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ของไทยอาจจะรู้สึกเคืองๆ อยู่บ้างที่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แหล่งวัฒนธรรมสำคัญของชาติ กำลังถูกลดทอนเสน่ห์ด้วยคอนโด โรงแรมหรู และห้างใหญ่ยักษ์ที่กำลังสร้าง ขอให้นั่งเรือเลยห้างมโหฬารที่ว่านั่นไปอีกนิด เพราะยังมีย่านฮิปเปิดใหม่ ล้ง 1919 (LHONG 1919) ที่เน้นการอนุรักษ์มากกว่าทำลาย ได้ดื่มด่ำทั้งศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนอายุ 160 กว่าปี และยังนั่งชิล ชิม ช้อปแบบฮิปๆ สะใจชาวกรุง

ชื่อ “ล้ง” มาจากชื่อเดิมของสถานที่แห่งนี้ ที่มาชื่อว่า “ฮวย จุ่ง ล้ง” หมายถึงท่าเรือกลไฟ ซึ่งทุกวันนี้รู้จักในนามโกดังบ้าน หวั่งหลี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับย่านตลาดน้อย - เยาวราช สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2393 โดยพระยาพิศาลศุภผล (ชื่น พิศาลบุตร) ต้นตระกูลพิศาลบุตร ซึ่งเป็นคนจีนที่เกิดบนแผ่นดินสยาม โดยบรรพบุรุษของท่านได้เดินทางจากเมืองจีนมาค้าขายและตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ โดยท่าเรือนี้ มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ พร้อมพื้นที่อาคาร 6,800 ตารางเมตร

หลังจากไทยเซ็นสนธิสัญญาบาวริ่งกับอังกฤษสมัยรัชกาลที่ 4 ที่เปิดการค้าเสรีระหว่างไทยและต่างประเทศ ชาวจีนก็เดินทางทางทะเลเพื่อเข้ามาค้าขายหรือย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่ประเทศไทย และได้มาเทียบท่าเรือขึ้นฝั่งที่ท่าแห่งนี้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งการค้าธุรกิจ โดยตัวอาคารท่าเรือเป็นร้านค้าและโกดังเก็บสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ หลังๆ มาใช้เป็น “โฮมออฟฟิศ” ขายของชั้นล่าง ข้างบนใช้อยู่อาศัย

ต่อมาเมื่อการท่าเรือแห่งประเทศไทยเข้ามามีบทบาทในการค้ากับต่างชาติมากขึ้น ท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ค่อยๆ ลดบทบาทลง ในปี พ.ศ. 2462 ตระกูลหวั่งหลี โดยนาย ตัน ลิบ บ๊วย จึงได้เข้ารับช่วงเป็นเจ้าของต่อจากตระกูลพิศาลบุตร เจ้าของท่าเรือดั้งเดิม และได้ปรับท่าเรือดังกล่าวให้กลายเป็นอาคารสำนักงาน และโกดังเก็บสินค้าสำหรับกิจการการค้าด้านการเกษตรของตระกูลหวั่งหลี ที่ขนส่งมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นที่อยู่อาศัยให้เช่าราคากันเองสำหรับพนักงานของตระกูลหวั่งหลี รวมถึงเก็บรักษาศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) ที่ประดิษฐานอยู่คู่กับท่าเรือ ฮวย จุ่ง ล้ง มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง

จนถึงปัจจุบัน เวลาคนจีนเดินทางจากโพ้นทะเลมาถึงฝั่งประเทศไทย ก็จะมากราบสักการะท่านเพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยคุ้มครองให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ และเมื่อจะเดินทางกลับไปประเทศจีนก็จะมากราบลาเจ้าแม่ที่นี่เช่นกัน “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” (คลองสาน) จึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนจีนในแผ่นดินไทย ซึ่งคนจีนที่ทำการค้าในไทยจนเจริญร่ำรวยเป็นเศรษฐีก็ล้วนก่อร่างสร้างตัวมาจากที่นี่

ด้วยคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ของ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ซึ่งเป็นอาคารหมู่เรือนแถวไม้ที่ออกแบบด้วยการวางผังสถาปัตยกรรม “ซาน เหอ ย่วน” แบบจีนโบราณ เป็นเพียงไม่กี่หลังที่ยังหลงเหลืออยู่บนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา งดงามด้วยจิตรกรรมฝาผนังลวดลายอันเป็นมงคลและภาพวิถีชีวิต ที่เป็นเรื่องราวมาจากนวนิยายจีนโบราณเรื่องดัง บนผนังปูนรอบหน้าต่างและประตู ซึ่งมีอายุเก่าแก่มากกว่า 167 ปี “ฮวย จุ่ง ล้ง” จึงถูกยกฐานะเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ตามกฎหมายการอนุรักษ์ของประเทศไทย

น่าชื่นชมในความพยายามที่จะอนุรักษ์โบราณสถานและคืนชีวิตชีวาให้กับย่านการค้าที่เคยคึกคัก ด้วยการเปลี่ยนท่าเรือ โกดังและตึกแถวที่อยู่ในสถาพทรุดโทรมให้เป็นโครงการ ล้ง 1919 ที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชมความงาม และพักผ่อนหย่อนใจกับร้านค้าศิลปะและงานฝีมือของเหล่าศิลปินรุ่นใหม่ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือจะกราบไหว้ศาลเจ้าแม่เพื่อความเป็นมงคลก็ย่อมได้

ชมประวัติศาสตร์สั้นๆ และขั้นตอนการบูรณะภาพเขียนสีและอาคารโบราณที่นี่

https://youtu.be/H2DxNLcyZ9s

ล้ง 1919 ตั้งอยู่ที่ ถนนเชียงใหม่ แขวงคลองสาน เปิดให้เข้าชมและใช้บริการทุกวันตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงสองทุ่ม (ร้านอาหารเปิดสิบโมงถึงสี่ทุ่ม) สามารถเดินทางมาโดยรถยนต์ หรือเรือ (ลงท่าเรือหวั่งหลี และท่าเรือสวัสดี) ถ้ามารถไฟฟ้า ลงสถานีกรุงธนบุรี (ประตูทางออก 3) ต่อรถโดยสารสาธารณะ หรือสถานีสะพานตากสิน (ทางออกประตู 2) ต่อเรือโดยสารสาธารณะ

สอบถามรายละเอียดได้ที่ 091-187-1919 หรือทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ LHONG 1919

 

 

ABOUT THE AUTHOR
Manta

Manta

นักดื่ม นักจิบ ดื่มบ้างบ่นบ้าง

ALL POSTS