HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
จุฬาฯ ชวนคนไทยทุกคนร่วมผลิตวัคซีคโควิด-19
by L. Patt
18 ธ.ค. 2563, 00:10
  502 views

       เริ่มศุกร์นี้ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งหนุนนักวิจัยไทยเดินหน้าพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิดแรกให้ได้สำเร็จ เพียงบริจาคคนละ 500 บาทเท่านั้น

        แม้ว่า รัฐบาลได้ทำสัญญาจองซื้อวัคซีนโควิด-19 ล่วงหน้าจากบริษัทแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) บริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน จำนวน 26 ล้านโดสไปแล้ว แต่คงจะดีกว่าหากไทยสามารถผลิตวัคซีนได้เอง ไม่ต้องพึ่งพาจากต่างประเทศซึ่งปริมาณการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ทั่วโลกที่เข้าคิวจองคิวกันยาวเหยียด ท่ามกลางการแพร่ระบาดที่ยังหนักหนาสาหัสในหลายๆ ประเทศ

  สองนักวิจัยหญิงไทย วัคซีนโควิด-19      ด้วยเหตุนี้ บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดยสองนักวิจัยหญิงจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ. ดร. วรัญญู พูลเจริญ และ ผศ. ภญ. ดร. สุธีรา เตชคุณวุฒิ จึงต้องเร่งสร้างโรงงานผลิตวัคซีนสัญชาติไทย เพื่อให้คนไทยได้ใช้กันภายในปีหน้า

        เพื่อสนับสนุนโครงการผลิตวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม ให้ไปสู่เป้าหมาย CU Enterprise Co ซึ่งเป็นโฮลดิ้งคัมปานีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม บริษัท คินเจน ไบโอเทค และองค์การเภสัชกรรม ตั้งทีมไทยแลนด์ ขึ้น พร้อมออกแคมเปญ "วัคซีนเพื่อคนไทย" โดยเชิญชวนให้คนไทยร่วมบริจาคเงินคนละ 500 บาท เพื่อสนับสนุนโครงการผลิตวัคซีนดังกล่าว

        ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี และซีอีโอ ซียู เอ็นเทอร์ไพรส์ บอกว่า การระดมทุนครั้งนี้ ตั้งเป้าไว้ 500 ล้านบาท โดยต้องการให้ได้คนบริจาค 1 ล้านคน คือหนึ่งคนหนึ่งสิทธิ ทั้งนี้เพื่อให้คนไทยมีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรมครั้งสำคัญที่นักวิจัยไทยสามารถคิดค้น พัฒนา และผลิตวัคซีนโดยคนไทยต้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

        ผู้ที่สนใจ สามารถสแกน QR Code เพื่อลงทะเบียนได้ที่ www.CUEnterprise.co.th จากนั้น บริจาคได้ผ่าน 2 ช่องทางคือ สแกน QR Code ผ่านโมบางแบงค์กิ้ง หรือ บริจาคเข้าบัญชีมูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ (CU Enterprise Foundation) ได้ที่ธนาคารกรุงไทย

        ผู้บริจาคจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันชีวิต 12-23% เมื่อซื้อประกันกับบริษัทที่เข้าร่วมแคมเปญ เช่น บริษัทวิริยะประกัย และบริษัททิพยประกันภัย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีสิทธิจองวัคซีนโควิด-19 ก่อนที่จัดจำหน่ายให้กับบุคลทั่วไป หากวัคซีนได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยา

        ศ. ดร. วรัญญู เล่าถึงความคืบหน้าล่าสุดในการพัฒนาวัคซีนว่า หลังจากได้ผลดีจากการทดลองในสัตว์ ขณะนี้จะอยู่ในขั้นตอนการทดสอบการเป็นพิษของวัคซีน โดยต้องใช้โดสในปริมาณมากเพื่อให้ความมั่นใจในความปลอดภัยก่อนจะนำไปทดลองในมนุษย์ หากผ่านขั้นตอนนี้ก็สามารถยื่นขออนุญาตทำการทดลองในมนุษย์ได้

        ผศ. ภญ. ดร. สุธีรา กล่าวเสริมว่า การทดลองในมนุษย์จะเริ่มในราวกลางปีหน้า โดยจะทดลอง 3 เฟส ซึ่ง 2 เฟสแรก เป็นการทดลองในประเทศ เพราะดูเรื่องความปลอดภัย และการกระตุ้นภูมิ ส่วนระยะสุดท้าย จะต้องดูว่าในขณะนั้น มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทสหรือไม่ หากไม่มี สถาบันวัคซีนจะช่วยประสานงานให้บริาทสามารถไปทำการทดสอบในประเทศอื่น

        ในเฟส 1 และ 2 จะใช้กลุ่มตีวอย่างเฟสละ 200-300 คน ในช่วงวัยที่แตกต่างกัน ส่วนระยะที่ 3 จะต้องทดลองเป็นหมื่นคนขึ้นไป เช่นเดียวกับมาตรฐานในต่างประเทศ โดยทั้ง 3 เฟส จะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 6 เดือน

        นักวิจัยทั้งสองคนยืนยันว่า เป้าหมายของบริษัทฯ คือ ต้องการให้คนไทยเข้าถึงได้ โดยคาดว่าจะจำหน่ายในราคา 500 บาทต่อโดส ซึ่งหากผลิตได้ในปริมาณมากขึ้นก็จะทำให้ราคาถูกลงได้ ส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้พิจารณาในการกระจายวัคซีนให้ทั่วถึง และจะผลิตให้เพียงพอสำหรับคนในประเทศก่อนจะส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

        นอกจากจะเป็นการพัฒนาโดยฝีมือคนไทยตั้งแต่ต้นน้ำแล้ว ยังเป็นการผลิตวัคซีนจากพืช ซึ่งทั่วโลกมีเพียงไทยและแคนาดา เท่านั้น

ABOUT THE AUTHOR
L. Patt

L. Patt

ALL POSTS