HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
๑๒ สิ่งที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงทำให้ไหมไทยเป็นที่นิยม รู้จักไปทั่วโลก
by HappBKK
15 มิ.ย. 2563, 21:21
  1,580 views

เรียนรู้พระราชกรณีย ในนิทรรศการใหม่ที่ ณ หอสุพรรณ - พัสตร์ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ

        เพื่อเผยแพร่พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการส่งเสริมงานศิลปาชีพด้านผ้าไหมไทย ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ได้จัดทำโครงการปรับปรุงการนำเสนอและการจัดแสดงงานหัตถศิลป์  ณ หอสุพรรณ - พัสตร์ ในปี ๒๕๖๓ พร้อมจัดงานเปิดหอนิทรรศการและกิจกรรมเสวนาพิเศษ  “สืบสานงานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง หอสุพรรณ - พัสตร์ ชั้น อาคารศาลา  พระมิ่งมงคล ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน.บางไทร  .พระนครศรีอยุธยา เมื่อเร็ว นี้    

       

        ในโอกาสสำคัญนี้ พรพล เอกอรรถพร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดหอนิทรรศการสุพรรณ -พัสตร์ ที่จัดแสดงผลงานและนำเสนอเรื่องราวภายใต้แนวคิด สืบสานงานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถ่ายทอดเรื่องราว  อันเป็นที่มาของพระราชดำริในการนำศิลปหัตถกรรมมาเป็นอาชีพเสริมให้แก่ชาวไร่ชาวนาไทย และนำไปสู่การก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในเวลาต่อมา

        นับแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนิน  ไปทรงเยี่ยมราษฎรครั้งแรกในปีพ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นต้นมา จึงทำให้สิ่งที่ทอดพระเนตรเห็นและสิ่งที่ทรง  รับฟังจากราษฎรมานั้น  ซึมซาบอยู่ในพระราชหฤทัยว่าราษฎรส่วนใหญ่ของประเทศในเวลานั้นเป็นเกษตรกร ฝากชีวิตไว้กับดินฟ้าอากาศ ยามใดที่ดินฟ้าอากาศไม่อำนวย เกษตรกรก็ต้องเดือดร้อน ลำบาก และส่วนใหญ่ก็เป็นหนี้สิน หลายคนทิ้งถิ่นทำมาหากินในจังหวัดใหญ่ ๆ

       สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงทรงมีพระราชดำริและทรงขอพระราชทานพระบรม      ราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ จัดหาอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรเหล่านี้ โดยเป็นอาชีพที่จะประกอบอยู่ที่บ้านได้ในเวลาที่ว่างจากการทำไร่ทำนา หรือเมื่อดินฟ้าอากาศไม่อำนวยให้เพาะปลูก หรือแม้แต่ผู้ไม่มีที่ดินก็จะสามารถประกอบอาชีพเสริมนี้ได้ด้วยทรัพยากรธรรมชาติหรือวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตน และด้วยภูมิปัญญา ตลอดจนด้วยฝีมือของเขาเอง

        นิทรรศการ สืบสานงานสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง บอกเล่าถึงพระราชกรณียกิจและแนวพระราชดำริสำคัญที่ทรงส่งเสริมฟื้นฟู และปรับปรุงคุณภาพของผ้าไหมไทย อันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านการผลิตและการใช้ผ้า จนทำให้ไหมไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยถ่ายทอดผ่านนิทรรศการในโซนต่าง ๆ ที่บอกเล่าจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมอาชีพการทอผ้าไหมแก่ราษฎร รวมถึงภูมิปัญญาในการทอผ้าไหมอันเป็นงานประณีตศิลป์ที่มีความสวยงาม และสะท้อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ในแต่ละพื้นถิ่นผ่านลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์

        รวมทั้งมีเรื่องราวอันทรงคุณค่าของ ๑๒ สิ่งที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงทำให้ไหมไทยเป็นที่นิยม อาทิ การส่งเสริมให้การทอผ้าเป็นอาชีพเสริมของสตรีในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพราะอุปกรณ์ในการเลี้ยงไหมและเครื่องไม้เครื่องมือในการทอ สามารถหาได้ในครัวเรือนและในชุมชน สามารถบรรเทาความเดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้  การส่งเสริมให้มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และพัฒนาสายพันธุ์ไหมเพื่อให้ได้คุณภาพเส้นไหมที่ดียิ่งขึ้น  การพัฒนาคุณภาพของสีย้อม กรรมวิธีการย้อม และการใช้ชุดสีใหม่ๆ จนเกิดเป็นผ้ามัดหมี่ที่มีสีสันสวยหวาน ต่างจากมัดหมี่เดิมที่มักมีสีเข้มไม่สว่างสดใส ที่สำคัญคือการพัฒนารูปแบบการทอจากเดิมที่ผ้าไหมจะมีหน้าผ้าที่มีความสั้นยาวหลากหลายตามความกว้างของกี่  โดยทรงแนะนำให้ปรับเปลี่ยนขยายความกว้างของหน้าผ้าให้เป็นมาตรฐานประมาณ ๑ เมตรเหมือนกัน รวมถึงทรงมีพระราชดำริให้ทอผ้าพื้นและผ้าลายมัดหมี่ในผืนเดียวกัน โดยใช้เส้นยืนและเส้นพุ่งที่ย้อมในคราวเดียวกัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เองที่ทำให้ผ้าไหมไทยมีการนำมาตัดเย็บเป็นชุดสำหรับสวมใส่อย่างแพร่หลาย เป็นต้น

       

        ภายในงานมีการจัดเสวนาพิเศษ สืบสานงานสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง โดยวิทยากรผู้มากประสบการณ์ได้แก่ กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสาร VOGUE Thailand, อัครชญ แก้วอาภรณ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนิทรรศการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด,  ตรีชฎา เพชรรัตน์ นักแสดงที่หลงใหลในผ้าไทย มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ และดำเนินการเสวนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

        กุลวิทย์ แฟชั่นกูรูผู้ที่ทำให้ผ้าไทยมีบทบาทในต่างประเทศ กล่าวว่า ตนมีโอกาสได้ต่อยอดพระราชปณิธานด้านการส่งเสริมผ้าไหมไทยของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านการจัดงาน Vogue Gala Night ต่อเนื่องมา ๖-๗ ปี โดยร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกออกแบบผลงานมาสเตอร์พีซที่ผสมผสานความงามของผ้าไทยและงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์ เพื่อให้ความสวยงามของผ้าไทยได้ปรากฎสู่สายตาผู้คนในต่างประเทศ

        “ทุกครั้งที่เอ่ยถึงผ้าไหมไทยกับดีไซเนอร์ต่างชาติ ทุกคนจะทึ่งกับฝีมือของคนไทย และตื่นเต้นกับการทอผ้าของคนไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่อยู่ในสายเลือดของพี่น้องชาวอีสานที่นิยมทอผ้าใช้กันเอง และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์การทอผ้าไหมไม่ให้สูญหาย และยังคงอยู่คู่คนไทยมาจนถึงทุกวันนี้

         สมัยก่อนทุกคนจะชื่นชมความเป็นผ้าไหมที่มีความวิจิตร แต่ยังไม่มีใครใส่คำว่าดีไซน์เข้าไปในผ้าไหม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเข้าไป ซึ่งพระองค์ท่านทรงมีสายพระเนตรที่กว้างไกลมาก ทรงนำผ้าไหมไทยให้ดีไซเนอร์ต่างประเทศออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์ เช่น ปิแอร์ บัลแมง ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์แบบสากลชุดต่าง ๆ ในการโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๐๓ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าตาของวงการแฟชั่นไทยในยุคนั้นอีกด้วย”

       

        อัครชญ แก้วอาภรณ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนิทรรศการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เล่าถึงการนำผ้าไหมและผ้าพื้นบ้านมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีความร่วมสมัย และทำให้ผู้คนทั่วไปสามารถนำผ้าไทยไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ว่า “มีโอกาสได้เรียนรู้และทำงานเกี่ยวข้องกับผ้าไหม และผ้าไทยในองค์กรต่าง ๆ มาเวลากว่า ๑๔ ปี ทั้งที่มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ และปัจจุบันดูแลเกี่ยวกับงานคราฟท์ และมิวเซียมที่ไอคอนสยาม จึงทำให้ได้เห็นกระบวนการผลิตและพัฒนาการของผ้าไทยในหลายด้าน แม้ว่าหลายคนจะยังคงมองว่าการสวมใส่ผ้าไทยทำให้ดูสูงวัยหรือล้าสมัย แต่จริง ๆ ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ให้เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลมากกว่า อย่างผมเองก็ได้นำผ้าไทยมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ปลอกหมอน ผ้าคลุมเตียง ผ้าม่าน กระเป๋า หรือเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่สวมใส่ได้ง่าย ซึ่งได้เสียงตอบรับที่ดี เนื่องจากมีการดีไซน์ และความครีเอทีฟที่ใส่เข้าไป ผสมผสานกับเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ชัดเจน  ซึ่งถือเป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง มาต่อยอด สืบสาน แต่ก็ต้องส่งเสริมให้มีการเปิดตลาดที่กว้างมากขึ้น รวมทั้งอยากให้คนไทยเห็นความสำคัญและใช้ผ้าไทยกันเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นหน้าที่ของคนรุ่นปัจจุบันที่จะต้องส่งต่อการคงอยู่ของผ้าไทยสู่คนในรุ่นต่อไป”    

         “ปอยตรีชฎา เพชรรัตน์ นักแสดงผู้หลงใหลผ้าไหมไทย เปิดเผยมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีโอกาสนำผ้าไหมไทยเผยแพร่สู่สากล โดยเฉพาะแฟนคลับที่เป็นชาวจีนซึ่งติดตามผลงานของเธอ “ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจเกี่ยวกับผ้าไทยเลย มองว่าเสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากผ้าไทยเป็นชุดสำหรับผู้ใหญ่ หรือใส่ได้ในบางโอกาสเท่านั้น กระทั่งมีโอกาสได้ไปทำงานต่างประเทศ มีเพื่อน ๆ นักแสดง และเพื่อนชาวต่างชาติ หลายคนมีความหลงใหลในผ้าไหมไทย ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นในการหาความรู้เกี่ยวกับผ้าไหมไทยจากในโลกออนไลน์ จนได้เห็นพระราชกรณียกิจในหลากหลายด้านของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงการส่งเสริมการใช้ผ้าไหมไทย การที่ได้เห็นพระองค์ท่านทรงงานด้านฟื้นฟูผ้าไหมไทยไม่ให้สูญหาย รวมทั้งเป็นการสร้างอาชีพให้กับชาวนาชาวไร่ด้วย ยิ่งทำให้ซาบซึ้งถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่าน รวมทั้งภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของไทยที่สร้างความประทับใจให้แก่ชาวต่างชาติที่หลายคนมองว่า ผ้าไหมไทยเป็นลักชัวรี่ อิน อาร์ต ที่เริ่มต้นตั้งแต่การเลี้ยงไหม การย้อมสี การทอ รวมถึงลวดลายผ้าที่สะท้อนเรื่องราวในประวัติศาสตร์ หรือถ่ายทอดเอกลักษณ์ของท้องถิ่นนั้น ๆ ก็เป็นการสืบสานต่อยอดมาจากบรรพบุรุษทั้งสิ้น  ดังนั้นถ้าคนรุ่นหลังไม่เห็นคุณค่าสิ่งที่คนรุ่นก่อนอนุรักษ์ไว้ให้ก็จะสูญเปล่า ทุกวันนี้ปอยก็นำผ้าไหมไทยมาสวมใส่ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเอง โดยเย็บด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยเข้ากับคนรุ่นใหม่  และมีความเป็นสากล”

        ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT มีพันธกิจในการเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ และอนุรักษ์สืบสานคุณค่าศิลปหัตถกรรมไทย โดยสร้างค่านิยมและความตระหนักในคุณค่าให้แก่งานศิลปหัตถกรรม จึงได้มีการจัดแสดงนิทรรศการที่สะท้อนถึงความงามของงานหัตถศิลป์ไทยในมิติต่าง ๆ ผ่าน ๖ หอนิทรรศการ ได้แก่  หอศิลปาชีพ, หอหัตถศิลป์ระหว่างประเทศ, หอเกียรติยศ, หอสุพรรณ – พัสตร์, หอนวัตศิลป์ และหอนิทรรศการโขน ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของงานศิลปหัตถกรรมทรงคุณค่าของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

        ชื่นชมเรื่องราวอันทรงคุณค่าของ ๑๒ สิ่งที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงทำให้ผ้าไหมไทยเป็นที่นิยม และการจัดแสดงผ้าแพรวา ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าปักไหมน้อย และผ้าปักชาวเขา พร้อมตัวอย่าง พันธุ์ไหม ที่นำเสนออย่างร่วมสมัยเสริมสร้างประสบการณ์ผสานองค์ความรู้ผ่านนิทรรศการสืบสานงานสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง ณ หอสุพรรณ - พัสตร์ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายบริหาร  องค์ความรู้ และนิทรรศการ โทร.๐๓๕-๓๖๗-๐๕๔ ต่อ ๓๑๐๘ หรือ SACICT Call Center  ๑๒๘๙

[ข่าวประชาสัมพันธ์]

ABOUT THE AUTHOR
HappBKK

HappBKK

Live Every Day

ALL POSTS