HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
โควิด-19 กับ ปอดอักเสบ เหมือนกันหรือไม่
by HappBKK
2 เม.ย. 2563, 17:04
  654 views

ไขข้อข้องใจโควิด-19 ปอดอักเสบตัวร้าย โดย รศ.นพ. ฉันชาย สิทธิพันธ์ แพทย์ชำนาญพิเศษ

        ไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ “โควิด 19” (Corona Virus 2019 หรือ Covid-19) เป็นเชื้อไวรัสใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดทั่วโลก ลักษณะสำคัญอันหนึ่งของโควิด 19 คือ การที่เชื้อเข้าไปโจมตีที่ปอด และทำความเสียหายให้เนื้อปอดได้  คำถามที่หลายคนสงสัยตอนนี้คือ ปอดอักเสบกับโควิด 19 ต่างกันหรือไม่

        รศ.นพ. ฉันชาย สิทธิพันธ์ แพทย์ชำนาญพิเศษโรคปอดและทรวงอก โรงพยาบาลเทพธารินทร์ อธิบายให้ฟังว่า ปอดอักเสบ ปอดบวม เป็นโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการหายใจลำบาก หายใจเองไม่ได้ บางรายอาการรุนแรง ลามไปถึงหัวใจวาย และถึงแก่ชีวิตได้

       

        ส่วนสาเหตุนั้น เกิดจากการติดเชื้อได้หลายชนิดทั้งแบคทีเรียและไวรัส  อาการจะแตกต่างกันไปตามเชื้อที่ก่อโรค เช่น แบคทีเรียมักทำให้มีเสมหะมาก ส่วนไวรัสมักมีอาการไอแห้ง เป็นต้น

        โควิด -19 เป็นหนึ่งในเชื้อไวรัสที่โจมตีระบบทางเดินหายใจ และมีความสามารถที่จะเข้าไปสู่ปอดได้ง่ายกว่าเชื้ออื่น เป็นสาเหตุหนึ่งของปอดอักเสบ  แต่ไม่ได้หมายความว่าการติดเชื้อโควิด 19 ทุกครั้ง จะทำให้ปอดอักเสบ  คนที่มีอาการรุนแรง ปอดอักเสบ มักเป็นผู้ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น  หรือคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ  หากเชื้อเข้าสู่ปอด ก็จะทำความเสียหายให้แก่ปอดของกลุ่มเสี่ยงนี้ได้ง่ายกว่าคนทั่วไปที่ร่างกายแข็งแรง  ผู้ติดเชื้อรุนแรงมักหายใจลำบากต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ  ไอมาก และอาจเสียชีวิตได้

อาการไหนบ่งชี้โรค

        ไม่ว่าจะหวัดหรือโควิด 19 อาการนำคล้ายกับเป็นหวัดเหมือนกัน คือ เจ็บคอ ปวดเมื่อยเนื้อตัว ถ้าเชื้อลงปอด มักจะมีไข้สูง แต่ก็มีหลายรายที่แทบไม่มีอาการอะไร บางคนไม่ทราบด้วยซ้ำว่าตนเองผิดปกติ จนเมื่อตรวจละเอียดและทำซีทีสแกน จึงเห็นว่าชายปอดเป็นฝ้ามีการติดเชื้อแล้ว

        สิ่งเดียวที่จะบอกได้ค่อนข้างชัดเจนคือการซักประวัติว่าเคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่ เคยไปในที่ที่มีการระบาดหรือไม่

        ที่สำคัญคือ ถ้าเป็นหวัดทั่วไปที่ส่งผลกระทบต่อทางเดินหายใจส่วนบน คือ คอ  ในขณะที่หวัดทั่วไปจะเริ่มแพร่เชื้อในวันที่ 3-4 หลังจากได้รับเชื้อ  แต่โควิด 19 แพร่เชื้อได้เลย แต่กว่าผู้ติดเชื้อจะแสดงอาการมักจะได้รับเชื้อมาแล้วอย่างน้อย 7 วัน

        นี่จึงเป็นเหตุสำคัญที่แพทย์ขอร้องว่าอย่าปกปิดข้อมูล

ถ้าเคยติดเชื้อแล้ว หายแล้ว ปอดจะยังดีอยู่ไหม

        จากข้อมูลในปัจจุบัน พบว่ากว่า 80% ของผู้ติดเชื้อสามารถรักษาให้หายได้ และปอดทำงานได้เป็นปกติ  มีเพียงส่วนน้อยที่อาการรุนแรง และมี 5% เท่านั้นที่ถึงกับต้องนอนไอซียู  แต่แน่นอนว่าทุกๆ กรณีที่ปอดอักเสบ ปอดมักมีแผล มีการทำงานลดลงจากปกติ  สำหรับโควิด 19 นั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าคนที่มีอาการรุนแรงนั้น ปอดจะทำงานได้มากน้อยเพียงไร ขึ้นกับอาการ สภาพร่างกาย การดำเนินของโรคในแต่ละกรณี  เพราะปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ยังน้อยมาก เรายังต้องเก็บข้อมูลต่อเนื่องต่อไป

เป็นแล้วเป็นซ้ำได้ไหม  ร่างกายเราจะสร้างภูมิต้านทานเองหรือเปล่า

        ตอนนี้เรายังไม่ทราบว่า หลังจากหายแล้ว ร่างกายสร้างภูมิต้านทานได้มากน้อยแต่ไหน อยู่ในระดับที่จะป้องกันหรือต่อสู้กับโรคหากได้รับเชื้อซ้ำอีก

        นอกจากนี้ ไวรัสเป็นสิ่งที่กลายพันธุ์ได้ตลอดเวลา คงต้องติดตามกันว่าในแต่ละปีจะกลายพันธุ์ไปอย่างไร และร่างกายคนเราจะสร้างภูมิต้านทานได้เพียงพอหรือไม่

ถ้าเจ็บคอ ไอ มีไข้ ควรหยุดอยู่บ้านหรือไปหาหมอทันที

        รศ.นพ.ฉันชายแนะนำว่า สิ่งแรกที่ควรต้องทำคือ แยกตัวเองออกมาจากคนอื่นก่อน  ถ้ามีไข้ และถ้ามีความเสี่ยงชัดเจนคือ เคยไปในพื้นที่ที่มีการระบาด หรือสัมผัสกับคนที่ติดเชื้อหรือมีความเสี่ยง จึงค่อยไปตรวจ และควรต้องแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ทันทีว่ามีความเสี่ยงอย่างไร

          “สิ่งที่น่ากังวลตอนนี้คือ ความคิดที่ว่าเราแข็งแรง ไม่เป็นไรหรอก เพราะจริงๆ แล้ว เราอาจได้รับเชื้อและกำลังแพร่เชื้ออยู่ก็ได้  จริงๆ แล้ว เราต้องไม่ตระหนก  แต่ต้องทำความเข้าใจให้รู้จักเชื้อรู้จักโรคอย่างถูกต้อง    และหากคุณมีความเสี่ยง ก็ควรแจ้งแก่แพทย์หรือเจ้าหน้าที่ตรงๆ  เพื่อเลี่ยงการแพร่เชื้อต่อไป  เพราะการติดเชื้อโควิด 19 ก็ไม่เป็นอะไร ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เราต้องช่วยกันเลี่ยง หยุดการแพร่เชื้อต่อไป” รศ.นพ.ฉันชายกล่าว

ขอจขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเทพธารินทร์

[บทความประชาสัมพันธ์]

ABOUT THE AUTHOR
HappBKK

HappBKK

Live Every Day

ALL POSTS