HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
ปั้น "เรือนจันแลนด์" ชุบชีวิตใหม่ในเรือนจำจังหวัดจันทบุรี
by L. Patt
31 พ.ค. 2562, 17:35
  1,373 views

บริเวณเรือนจำจังหวัดจันทบุรีกำลังจะกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่ใครๆ ก็อยากแวะไปเที่ยว

        เรือนจำหลายแห่งไม่ได้เป็นดินแดนลึกลับน่ากลัวอีกต่อไป ล่าสุด บริเวณเรือนจำจังหวัดจันทบุรีกำลังจะกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่ใครๆ ก็อยากแวะไปลิ้มลองอาหาร หรือนั่งชิลล์จิบกาแฟ ที่สำคัญ เป็นบริการจากผู้ต้องขังล้วนๆ

        ถ้าใครผ่านไปหน้าเรือนจำจังหวัดจันทบุรีช่วงกลางวัน ก็คงสะดุดตากับภาพลักษณ์ใหม่หน้าทางเข้าเรือนจำ จากเดิมที่ปล่อยเป็นพื้นที่รกร้างเต็มไปด้วยป่าโกงกางและป่าพุ กลายมาเป็นร้านการแฟ Inspire by Princess น่ารักๆ จะเลือกนั่งเอกเขนกรับลมข้างล่าง หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศขึ้นไปนั่งชมวิวบนต้นไม้ใหญ่ขนาบสองข้าง และมีบานประตูเรือนนอนผู้ต้องขังที่รื้อมาจากเรือนจำหลังเก่าตั้งไว้ให้เป็นจุดเช็คอินแบบเท่ๆ มีธรรมชาติเป็นฉากหลังที่สามารถเดินทอดน่องสะพานไม้เข้าไปชมป่าโกงกางใบเล็กได้

        นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ยังจะมีไอเดียอีกหลายอย่างที่จะผุดขึ้นบนพื้นที่เกือบ 10 ไร่ ให้กลายเป็นเรือนจำเปิดที่สร้างโอกาส สร้างอาชีพ อีกทั้งยังช่วยปรับเปลี่ยนทัศคติเชิงลบของผู้คนที่มีต่อผู้อยู่หลังกำแพงเรือนจำ สร้างการยอมรับ และการมีส่วนร่วมของคนในสังคม เพื่อเตรียมพร้อมของผู้ต้องขังให้ก้าวออกไปสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน

       

        เราได้ยินชื่อโครงการคืนคนดีสู่สังคมกันมานานแล้ว แต่หลายแห่งก็ยังลดปัญหาการกระทำผิดซ้ำ หรือที่เรียกกันว่า เด็กรอบ ไม่ได้ เนื่องจากผู้ต้องขังที่พ้นโทษไปแล้ว ไม่ได้รับโอกาสจากสังคม ขณะที่หลายคนก็ยังมืดมน ไม่รู้ว่าจะกลับไปทำอะไรและจะตั้งต้นใช้ชีวิตใหม่อย่างไร ทำให้ ดร. ชาญ วชิรเดช ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดจันทบุรี ผุดไอเดียในการเปลี่ยนจาก ‘ดินแดนต้องห้าม’ ให้เป็น ‘ดินแดนต้องห้ามพลาด’ กับคนที่ถูกตีตราว่าเป็นคนไม่มีดี มาเป็น คนที่สังคมต้องการ ด้วยการริเริ่มโครงการ เรือนจันแลนด์ มุ่งเน้นการเปิดเรือนจำสู่สังคม สร้างโอกาสให้ผู้ก้าวพลาดได้มีอาชีพ ทักษะชีวิต และมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ไม่หวนกลับเข้ามาในเรือนจำอีก

        หลังจากดำเนินโครงการไปได้เพียงปีเดียวก็เห็นผลชัดเจน ดูจากสถิติการกระทำผิดซ้ำของเรือนจำจังหวัดจันทบุรี ลดลงจากร้อยละ 25 เหลือเพียงร้อยละ 6 เทียบกีบค่าเฉลี่ยของประเทศร้อยละ 14 โดยปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 พ.ค. 2562) มีจำนวนผู้ต้องขังจำนวนทั้งสิ้น 2,359 คน โดยเป็นผู้ต้องขังชาย 2,119 และผู้ต้องขังหญิง 240 คน ซึ่งกว่าร้อยละ 90 เป็นคดีค้ายาเสพติด และถูกพิพากษาจำคุกนานถึง 25 ปี

         ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้เปิดโครงการกำลังใจในเรือนจำจังหวัดจันทบุรีเป็นแห่งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ก้าวพลาดได้มีโอกาสกลับมาดำเนินชีวิตเป็นคนดีมีคุณภาพของสังคม (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มีพระประสงค์เรียกผู้ต้องขังว่า ผู้ก้าวพลาด) จนถึงปัจจุบัน มีการดำเนินโครงการกำลังใจในเรือนจำและทัณฑสถานแล้ว 19 แห่งทั่วประเทศ

                 คุณสมาน รุ่งจิรธนานนท์ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง เล่าเพิ่มเติมอีกว่า เรือนจำได้เปลี่ยนภาระกิจจากการควบคุมมาเป็นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยผู้ต้องขังที่ก้าวเข้ามาในนี้ จะถูกจำแนกว่าใครมีทักษะและความสามารถด้านใด และเปิดโอกาสให้เค้าเลือกได้ว่า อยากเรียนอะไร ไม่ใช่เป็นการกำหนดให้เหมือนในอดีต และการฝึกอาชีพก็จะต้องปรับไปตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยภายในเรือนจำมีการจัดฝึกอบรมหลายด้านภายใต้การสนับสนุนจากโครงการกำลังใจ เช่น การฝึกเป็นบาริสต้า ทำอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์จากกก จัดดอกไม้ เจียระไนพลอย แกะสลักรองเท้า ดูดวงชะตาไพ่ยิบซี การปักริบบิ้น นวดผ่อนคลาย เป็นต้น

        อีกทั้งยังมีกิจกรรมการแสดง โดยมีการตั้งชมรมดนตรีชื่อ CTS ซังเตแบนด์ (ชื่ออักษรตัวแรกของผู้บริหารเรือนจำ ได้แก่ ผบ. ชาญ ผอ. เทวินทร์ และ ผอ. สมาน) ขึ้นเมื่อประมาณ 8 เดือนที่แล้ว และมีชมรมชายข้ามเพศที่มีความสามารถในการแสดงคาบาเร่ต์โชว์

         นอกจากนี้ เรือนจำยังได้ส่งผู้ต้องขังชั้นดีและมีโทษเหลือไม่เกิน 5 ปี ออกไปฝึกงาน ณ สถานประกอบการนอกเรือนจำ ซึ่งในแต่ละวันจะส่งไป 20 คน พร้อมผู้คุม 1 คน โดยไม่เพียงเปิดโอกาสให้ได้ปฏิบัติงานจริงแล้ว ผู้ต้องขังยังได้รับค่าแรงขั้นต่ำคนละ 318 บาท อีกด้วย หากผู้ประกอบการใดที่สนใจจะจ้างผู้ที่กำลังจะพ้นโทษ หรือพ้นโทษไปแล้ว ก็มาติดต่อศูนย์แคร์ของเรือนจำได้ โดยมีการเก็บประวัติและที่อยู่ผู้ต้องขังแต่ละคนว่ามีทักษะความสามารถในด้านใด

      กระนั้นก็ตาม เรือนจำก็ยังมีข้อจำกัดทั้งเรื่องกฎระเบียบ และสถานที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพราะต้องคำนึงถึงผลกระทบถึงสภาพความเป็นอยู่ซึ่งมักจะมีความแออัดจากจำนวนผู้ต้องขังที่มีมาก นอกจากนี้ การนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากเรือนจำไม่มีขีดความสามารถในกาพัฒนาช่องทางการจำหน่าย ทำให้มีผลิตภัณฑ์สะสมอยู่ในโกดังจำนวนมาก

                 

        ดังนั้น โครงการเรือนจันแลนด์ ก็จะเป็นอีกแนวทางที่ช่วยต่อยอดจากโครงการฝึกทักษะอาชีพภายในเรือนจำ ทำให้คนเหล่านี้มีพื้นที่ในการใช้ทักษะของตนเอง โดยขณะนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ ร้านอาหาร ‘เรือนจันครัวไทย’ ที่ทั้งคนขายและพนักงานเสิร์ฟและคนปรุงอาหารล้วนเป็นผู้ก้าวพลาดในเรือนจำ และร้านกาแฟ ‘inspire by Princess’  ส่วนโครงการต่อไป คือ คุกขี้ไก่จำลอง พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ สปา คาร์แคร์ และศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง รวมไปถึงการแสดงดนตรี และโชว์จากผู้ต้องขังชายข้ามเพศ

เปิดบ้านจันท์ช่วยจันท์

        กรุงศรี ออโต้ ผู้ให้บริการสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา ถือเป็นเอกชนรายแรกที่เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อช่วยขับผลักดันแนวทาง “สร้างกำลังใจ สร้างโอกาส และสร้างการยอมรับ”

       

        ไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เล่าว่า บริษัทได้ผนึกกำลังกับชาวจันทบุรี และเครือข่ายพันธมิตรกรุงศรี ออโต้ ในจังหวัดจันทบุรี สร้างสรรค์โครงการ “จันท์ช่วยจันท์” โครงการจันท์ช่วยจันท์ ซึ่งดำเนินการผ่าน 4 เป้าหมายหลัก คือ สร้างแพลตฟอร์มเพื่อเป็นตัวเชื่อมให้ผู้ก้าวพลาดได้มาเจอกับผู้ประกอบการในพื้นที่ที่พร้อมจะมอบโอกาสให้ สร้างสรรค์การพัฒนาทักษะในการประกอบการอาชีพ ส่งเสริมทักษะชีวิตและพื้นฐานด้านการเงินให้มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง และสนับสนุนเงินทุนเพื่อขยายผลสู่การประกอบอาชีพ

        นอกจากการพัฒนาอาชีพแล้ว กรุงศรีออโต้ ได้ร่วมกับแพทย์หญิงศุภรา เชาว์ปรีชา ผู้อำนวยการ มาย์ แอนด์ มู้ด คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมจิตเวช จัดหลักสูตรฝึกอบรมผู้ก้าวพลาดหญิงเพื่อพัฒนาทักษะการใช้ชีวิต ทำให้มีจิตใจที่แข็งแกร่งสามารถต้านทานสิ่งยั่วยุ ไม่เดินกลับไปทำผิดซ้ำอีก โดยจะจัดอบรม 4 ครั้งตลอดปีนี้

เปลือยความรู้สึกผู้ก้าวพลาด

        เจ – พิรุณ ศรีขาว อายุ 28 ปี หนุ่มโคราชที่ถูกจับกุมในข้อหาค้ายาเสพติด โดยมียาบ้าในครอบครอง 1600 เม็ด พร้อมทั้งยาไอซ์อีก 138 กรัม ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก 25 ปี และถูกส่งมาอยู่ที่เรือนจำจังหวัดจันทบุรีเมื่อกว่า 6 ปีที่แล้ว แต่ด้วยการปฏิบัติตัวดีเลยได้รับพระราชทานอภัยโทษเหลือ 15 ปี

        เจเล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า ในระหว่างมาช่วยกิจการร้านคาราโอเกะของแม่ที่โคราช ตนเองก็ใช้ชีวิตแบบไม่มีจุดหมาย ติดเพื่อน และอยากรวยเร็ว ก็เลยตัดสินใจขายยา แต่ทำได้แค่ 2 เดือนก็ถูกจับ เมื่อเข้ามาอยู่ในเรือนจำก็ต้องปรับตัวเยอะ จนกระทั่งมีการตั้งวงดนตรี CTS ซังเตแบนด์ (ชื่อวงมาจากอักษรตัวแรกของผู้บริหารเรือนจำ คือ ผบ. ชาญ, ผอ. เทวินทร์ และ ผอ. สมาน) ขึ้นเมื่อ 8 เดือนที่แล้ว จึงทำให้มีโอกาสได้ซ้อมร้องเพลง และแสดงต้อนรับในโอกาสต่างๆ ภายในเรือนจำ

        นอกจากชอบร้องเพลงแล้ว เจยังได้รับการชื่นชมจากผู้ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดจันทบุรี เมื่อเขาแต่งเพลงชื่อ “ขอโอกาส” จนกลายเป็นเพลงประจำที่สร้างกำลังใจให้กับผู้ก้าวพลาดได้อย่างกินใจ

        เจเล่าด้วยน้ำตาคลอว่า ไม่เคยแต่งเพลงมาก่อน  แต่ด้วยความเหงาและคิดถึงครอบครัวมากๆ เลยอยากถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นเพลง แต่ก็ใช้เวลาถึง 3 เดือน เพราะแก้ไขอยู่หลายครั้ง จากนั้นก็นำไปให้เพื่อนที่เป็นสมาชิกวงดนตรีช่วยใส่ทำนองให้ ซึ่งตนเองได้นำไปร้องเป็นครั้งแรกในงานวันพบญาติเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ปรากฎว่า หลายคนที่ได้ฟังในวันนั้นถึงกับกลั้นน้ำตาไว้มาอยู่ ตอนนี้ เจแต่งเพลงที่สองชื่อ “หลงทางผิด” เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีเนื้อหาเพื่อขอโทษแม่ที่ตนเองได้เดินทางผิดไป และอยากจะมีโอกาสได้ทดแทนพระคุณแม่ วันข้างหน้า เมื่อพ้นโทษออกไป เจตั้งใจจะเป็นนักร้องอาชีพให้ได้ และหวังว่าสังคมจะให้โอกาสเขาได้เดินไปตามฝัน โดยจะไม่หวนกลับคืนสู่เส้นทางเดิมอีก

        ปิ๊ก - ทัศนลักษณ์ ศรีประดู่ อายุ 33 ปี ชายข้ามเพศร่างเพียวที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่เรือนจำเมื่อต้นเมษายนปีที่แล้ว เล่าว่า หลังจากจบมัธยมการศึกษาปีที่ 3 ที่บ้านเกิดบุรีรัมย์ เธอก็เปิดร้านเสริมสวย ภายหลังเพื่อนก็ชวนไปทำงานในบาร์ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด จนกระทั่งมีแฟนเป็นชาวเยอรมัน และได้แปลงเพศตามที่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ ปิ๊กยังมีโอกาสได้มีโอกาสไปเรียนภาษาที่เยอรมันอยู่หลายเดือน แต่ชีวิตก็ต้องพลิกผันเมื่อแฟนชาวเยอรมันเลิกรากับเธอไปมีแฟนใหม่    

        ตอนนั้นอายุ 24-25 ปี เธอยอมรับว่า ในช่วงที่ทำงานบาร์และมีแฟนต่างชาติทำให้มีรายได้ดีแต่ไม่ได้เก็บออมเลย พออกหักก็ทำให้เสียใจอย่างมาก และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอเข้าไปยุ่งกับยาเสพติดเมื่อเพื่อนมาชักชวนให้ลอง ต่อมาก็จะขยับจากผู้เสพมาเป็นผู้ขาย เธอคิดจะเลิกหลายครั้ง แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเพื่อนไม่ยอมให้เลิก จนกระทั่งถูกจับ และถูกศาลพิพากษาจำคุก 25 ปี แต่ปิ๊กถูกส่งตัวมาอยู่แดนผู้ต้องขังหญิงเพราะเธอแปลงเพศแล้ว

       

        ที่ผ่านมา นอกจากกำลังใจจากพ่อ-แม่ที่มาเยี่ยมและให้อภัย ปิ๊กยังมีโอกาสได้สวดมนต์ซึ่งช่วยให้จิตใจสงบ ในขณะที่เรือนจำก็มีการฝึกอาชีพหลายอย่าง โดยเธอเลือกฝึกการจัดดอกไม้สด และจับจีบผ้าระบายสำหรับตกแต่งสถานที่ ถ้าพ้นโทษออกไป ป๊กตั้งใจจะกลับไปอยู่กับพ่อ-แม่ที่บุรีรัมย์ และเปิดกิจการเล็กๆ ตามที่ถนัด โดยไม่ได้วิตกกังวลว่าสังคมจะมองเธออย่างไร ขอเพียงครอบครัวเข้าใจและให้กำลังใจ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

        เป็นที่รู้กันดีว่า การใช้ชิวิตในเรือนจำสำหรับชายข้ามเพศ หรือสาวประเภทสอง ต้องเจอปัญหามากมายในการอยู่ร่วมกับผู้ต้องขังชาย โดยเฉพาะการคุกคามทางเพศ แต่ที่นี่ มีการรวมกลุ่มกันซึ่งมีอยู่ 20 คน และนอนห้องเดียวกัน โดยมีหัวหน้ากลุ่มที่น้องๆ พร้อมใจกันเรียกว่า คุณแม่ เป็นผู้ควบคุมดูแลและถ่ายถอดทักษะการแสดงโชว์คาบาเรต์ให้กับรุ่นน้อง

        หากใครไปเที่ยวจันทบุรีคราวหน้า นอกจากไปสัมผัสวิถีชุมชนจันทบูรแล้ว อย่าลืมแวะไปเช็คอิน และลิ้มลองรสชาติฝีมือของผู้ก้าวพลาดที่ผ่านการอบรมจากอาจารย์ และเชฟของโรงแรมแชงกรี-ล่า ส่วนคนจันท์ หรือหน่วยงานต่างๆ ก็สามารถสั่งอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ได้ (สั่งล่วงหน้า 3 วัน) เรียกว่า อิ่มอร่อย ราคาถูก และยังได้สนับสนุนอาชีพผู้ก้าวพลาดได้เป็นอย่างดี 

เรือนจำจังหวัดจันทบุรี

039-327 099 ต่อ 146

FB: เรือนจันแลนด์

ABOUT THE AUTHOR
L. Patt

L. Patt

ALL POSTS