HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
7 ขั้นตอน “ดิจิตัล ดีท็อกซ์”
by Manta
26 ม.ค. 2562, 22:54
  854 views

มาเป็นไทจากโลกออนไลน์และสร้างสมดุลให้กับชีวิตกัน

           เห็นพาดหัวแบบนี้อย่าเพิ่งวี้ด เราไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยี ให้ลบบัญชีโซเชียลมีเดีย หรือจะให้โยนสมาร์ทโฟนทิ้ง แค่อยากให้ลอง “พักร้อน” จากโลกออนไลน์และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ททั้งหลายบ้าง จัดสมดุลชีวิตออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นทั้งในด้านสุขภาพกายและใจ เพียงแค่ทำตาม 7 ขั้นตอนง่ายๆ นี้

(ผลเสียและผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจของการใช้เวลาในโลกออนไลน์มากเกินไปคืออะไร อ่านที่นี่)

1 ทำรายการอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้งานทุกวัน

            สมาร์ทโฟน ไอแพ็ด แล็ปท้อป เดสก์ท้อป มีกี่เครื่องลิสต์ออกมาให้หมดเพื่อดูว่าชีวิตประจำวันต้องพึ่งพามันมากน้อยแค่ไหน อีกลิสต์ที่อยากให้ทำคือรายการกิจกรรมที่คุณอยากทำ แต่ “ไม่มีเวลา” ออกไปทำซักที ตั้งแต่จะเข้ายิม จะเริ่มเล่นโยคะ จะหัดทำขนม จะซ่อมห้องน้ำ หรือรายชื่อเพื่อนที่อยากเจอตัวเป็นๆ หรือสถานที่ที่อยากไป ซึ่งจะทำให้คุณพอเห็นภาพว่า ถ้าไม่เอาเวลาไปผูกติดกับโลกออนไลน์จะมีเวลาและพลังออกไปทำอะไรได้บ้าง

2 กำหนดช่วงเวลาดีท็อกซ์

             อันนี้แล้วแต่ความสบายใจของคุณ แต่อย่างน้อยควรเป็นช่วงเวลาและระยะเวลาที่แน่นอนเพื่อให้ง่ายเวลาทำจริงๆ เหมือนเวลากินวิตามิน เวลาทาครีม หรือเวลาไปยิมนั่นแหละ เช่น ระหว่างกินข้าว 3 ชั่วโมงก่อนนอน หรือตั้งแต่ตื่นเช้าไปจนถึงเวลาเริ่มงาน วันละกี่ชั่วโมง หรือช่วงไหนของวันก็ว่าไป อย่าตั้งเป้าหมายสูงเกินไปเช่นรวดเดียว 24 ชั่วโมง เอาเท่าที่คิดว่าจะทำได้สำเร็จทุกวันโดยไม่กระทบกับการใช้ชีวิตแบบที่คุ้นเคยจนเกินไป ที่สำคัญคือต้องมีวินัยและมุ่งมั่น ทำให้ได้ตามที่ตั้งใจไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์

3 เริ่มทีละอุปกรณ์สื่อสารแล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวน

               การหักดิบไม่ใช่ไอเดียที่ดีเลย เพราะมันจะทำให้แผนการพังทลาย (ใครมันจะไปทนไหว!) เริ่มจากอุปกรณ์ที่จำเป็นน้อยที่สุดก่อน อีกสองสามวันค่อยไปสู่ชิ้นที่สำคัญหรือจำเป็นมากขึ้น เช่นในวันแรกไม่หยิบแท็ปเล็ตออกมาเล่น อีกสองวันค่อยขยับไปเป็นแล็ปท้อป แล้วค่อยมือถือ ตามช่วงเวลาดีท็อกซ์ที่ตั้งใจไว้

4 อย่าเก็บอุปกรณ์สื่อสารในห้องนอน

            เป็นการบังคับตัวเองกลายๆ ไม่ให้ใช้อุปกรณ์พวกนี้ในช่วงก่อนนอน เรียกว่าเก็บให้ห่างมือที่สุดจะช่วยให้คุณนอนหลับดีขึ้น ไม่เชื่อลองดู        

5 ไม่กินอาหารที่โต๊ะทำงาน

           ก็คือไม่กินข้าวหน้าคอมนั่นแหละ ใช้เวลาช่วงพักกลางวันพักจากโลกออนไลน์และการสื่อสาร นอกจากนี้ยังเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถ ได้ทำความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมงาน ได้ลองข้าวตามสั่งร้านใหม่ ได้ค้นพบไอติมรถเข็นข้างตึก หรือได้ทำธุระปะปังให้เสร็จ เป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

6 หาเพื่อนร่วมโปรแกรมดีท็อกซ์

            ถ้าหาได้เป็นทีมจะยิ่งดี ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว ในที่ทำงาน ในกลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่คู่รักเพราะนอกจากช่วยให้กำลังใจกันและกันได้แล้ว ยังช่วยปรับพฤติกรรมให้เราหันมาพูดคุยกันมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่านอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีใดๆ แถมไม่เบื่อด้วย

7 ปิดการแจ้งเตือน Notification จากแอพพลิเคชั่น

            จะใจแข็งแค่ไหนถ้าได้ยินเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้า หรือมีความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย ใครก็อดใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูไม่ได้ การปิดการแจ้งเตือน ทำให้เป็นระบบสั่น หรือไม่แสดงข้อความบนจอจะลดความกดดัน (และความคัน) ในการเช็คโทรศัพท์ตลอดเวลา นอกจากนี้ลองลบแอพที่ไม่ค่อยได้ใช้งานออกไป ยกเลิกอีเมลแจ้งข่าวจากเว็บหรือบริการที่ไม่จำเป็น ออกจากกลุ่มแชทที่ไม่จำเป็นไปบ้าง

ผลที่ได้ .... จากประสบการณ์ตรง

            ตลอดสองสัปดาห์ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือนอกห้องนอน ไม่ใช้อุปกรณ์สื่อสารสองชั่วโมงก่อนนอน ระหว่างกินอาหารทุกมื้อไม่ว่าจะกินคนเดียวหรือกับใคร และระหว่างพักกินกาแฟทุกบ่าย รวมทั้งปิดการแจ้งเตือนจากแอพส่วนใหญ่ ทำให้มีเวลาอ่านหนังสือที่ซื้อมาแล้วไม่ได้อ่าน (เพราะไม่ต้องส่องไอจีใคร) นอนเร็วขึ้น (เพราะไม่ต้องแชทกับกลุ่มไหนจนนัวเนียติดพัน) ได้ไปออกกำลังกายบ่อยขึ้น (เพราะเบื่อและไม่เสียเวลายุ่งเรื่องชาวบ้านในโซเชียล) และที่สำคัญได้เจอและคุยกับเพื่อนมากขึ้น ไม่ใช่ “ทัก” กันในแชท แต่ได้ออกไปนั่งกินข้าว กินกาแฟกัน เม้ากันแบบเห็นหน้าน้ำลายแตกฟอง ได้เห็นว่าเพื่อนหน้าจริงแบบไม่ผ่านแอพเป็นยังไง พอเข้าสัปดาห์ที่สามและสี่เริ่มชิน และไม่ทุรนทุรายต้องมีโทรศัพท์ติดมือตลอดเวลา และมันไม่ใช่สิ่งที่ควานหาเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอนอีกต่อไป

           นอกจากนี้ยังพบว่าเครียดน้อยลง เพราะไม่ถูกข่าวสารและข้อมูลมากมายถาโถมเข้าใส่ตลอดเวลา อาการตาแห้งหายไป หลับนานและหลับลึกแบบไม่ตื่นกลางดึก กลับมาอ่านหนังสือทีละเป็นชั่วโมงๆ ได้ มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งเดียวได้นานขึ้น การผัดวันประกันพรุ่งน้อยลง ที่สำคัญคืองานเสร็จ เพราะมีเวลามากขึ้น!

            ยอมรับว่าช่วงสัปดาห์แรกมีความวิตกว่าจะเป็นไรไหมถ้าเราตอบข้อความหรืออีเมลช้า หรือถ้าเรา “หายไป” จากโซเชียลจะเป็นอะไรไหม ตอบได้เลยว่า “ไม่เป็นอะไร” และไม่ควรจะต้องเป็นอะไรด้วย ถ้ามีเรื่องด่วนเพื่อนคงโทรมา ไม่แชททิ้งไว้รอให้เราตอบ ถ้าเป็นเรื่องงานเขาควรรู้ขอบข่ายและช่วงเวลาติดต่อที่เหมาะสม เราควรให้ความเคารพการใช้เวลาของกันและกัน ไม่ควรคาดหวังการโต้ตอบทันทีตลอดเวลาทุกครั้งไป ส่วนโลกโซเชียลเป็นสิ่งที่เรากำหนดได้เองว่าอยากมีปฏิสัมพันธ์มากน้อยแค่ไหน อย่าลืมว่าเรามีชีวิตอยู่ในโลกจริงๆ กับคนจริงๆ คุณภาพชีวิตที่ดีและมีความหมายเริ่มต้นทุกวันเมื่อเราลืมตาตื่นขึ้นในตอนเช้า ไม่ใช่ตอนล็อกอินเข้าโลกออนไลน์

อ่าน ตอนแรก “ดิจิตัล ดีท็อกซ์” ทำไมถึงควรพักร้อนจากโลกออนไลน์ คลิก

Story by Manta

 

ABOUT THE AUTHOR
Manta

Manta

นักดื่ม นักจิบ ดื่มบ้างบ่นบ้าง

ALL POSTS