HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
Radiant Millennials: สองหนุ่มโสดผิวสวยยุคมิลเลนเนียล
by วรวุฒิ พยุงวงษ์
7 ม.ค. 2562, 23:44
  1,563 views

สองหนุ่มคลีโอ "โฟร์" และ "ป๊อบ" กับมุมมองด้านงาน สังคมโซเชียล และการดูแลตัวเอง

        มันน่าสนใจไหมล่ะที่ตำแหน่ง Cleo Most Radiant Skin Bachelor 2018 กับรองอันดับหนึ่งเป็นของสองคทากรจุฬา*ซึ่งแม้จะต่างรุ่น ต่างคณะ แต่ก็ได้ลงสนามฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ในปีเดียวกันอีกต่างหาก แถมยังมีออร่าแบบไม่มีใครยอมใคร

ณภัทร หิรัญเดช หรือ “โฟร์” เจ้าของตำแหน่งหนุ่มโสดผิวสวย

        เรากำลังพาคุณไปรู้จักกับสองมุมมอง ของสองหนุ่มกลุ่มมิลเลนเนียล ณภัทร หิรัญเดช หรือ “โฟร์” จากนิสิตปี 3 คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ เจ้าของตำแหน่งหนุ่มโสดผิวสวย ซึ่งคุณสามารถสัมผัสความใสของเขากับสายตาตัวเองได้ทาง MV เพลง “มะงึกๆ อุ๋งๆ” ของทีม Cute Chef และรองอันดับหนึ่ง  ธัชทร ทรัพย์อนันต์ หรือ “ป๊อบ” บัณทิตสดใหม่จากภาควิชานฤมิตรศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบนิทรรศการ ซึ่งหลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาจากโฆษณาดีแท็ค และศูนย์บริการโตโยต้า อีกทั้งกำลังมีผลงานละครโทรทัศน์ในเร็วๆ นี้

ธัชทร ทรัพย์อนันต์ หรือ “ป๊อบ” บัณทิตป้ายแดงจากคณะศิลปกรรมศาสตร์

        กับตำแหน่งคฑากร

โฟร์: “ตอนปีหนึ่ง รุ่นพี่มาชวนให้ไปสมัครครับ แล้วก็ทำการซ้อมมาตลอด แต่พอดีเมื่อปลายปีนี้เกิดเหตุการณ์สวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ ๙ งานฟุตบอลประเพณีเลยเลื่อนไป แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ให้ทำการซ้อมมาตลอดจนได้ลงสนามจริงๆ คือปีสอง ซึ่งถือว่ามีความพร้อมมาก และมั่นใจมาก ตอนลงสนามนี่คือเต็มที่จริงๆ”

ป๊อบ: “รุ่นพี่มาชวนตอนที่ผมอยู่ปีสามครับ ตอนแรกก็ไม่คิดว่านี่จะเป็นทางของเรา แต่ก็อยากลองดูก่อน เพราะตั้งแต่เข้าจุฬาฯ มาก็มีกิจกรรมหลายอย่างให้เราได้ร่วม ซึ่งก็ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ กลับมาเยอะมาก สำหรับการเป็นคทากรนี่ก็เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการมีวินัย กับการให้ความสำคัญต่อเวลา เป็นสิ่งซึ่งสอนให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น”

        กับงานนายแบบ

โฟร์: “ตอนนี้ผมอยู่ในสังกัดของ Magnet Management ครับ ซึ่งก็จะมีช่องรายการทางยูทูบให้แวะเวียนไปเจอหน้าเจอตากันเป็นระยะ งานส่วนใหญ่จะเป็นเดินแบบ อาจเป็นเพราะเราตัวค่อนข้างสูง เดินแบบครั้งแรกนี่บอกได้เลยว่าทั้งสนุก ทั้งตื่นเต้น ตื่นเต้นมาก มันไม่เหมือนกับตอนเป็นคทากรลงสนามนะครับ ถึงแม้จะต้องปรากฏตัวเป็นจุดเด่นกลางสายตาของคนจำนวนมาก เพราะอย่างที่บอก ผมใช้เวลาในการซ้อมคทากรถึงสองปี มันเต็มที่มาก แต่เดินแบบครั้งแรกนี่ เวลาในการซ้อมมันเร็วมาก ตื่นเต้นจริงๆ”

ป๊อบ: “จริงๆ ผมเริ่มทำงานนายแบบมาตั้งแต่ตอนม.4 เลยครับ ยังหัวเกรียนสกินเฮดเรียนรด. งานแรกคือแฟชั่นโชว์ของ 27 Friday (ปัจจุบันคือ Fri27Nov.) ตื่นเต้นมาก ไปถึงงานนี่คือไม่กล้ากินข้าว ไม่กล้าคุยอะไรกับใคร รู้สึกว่ามันเป็นสังคมใหม่อีกสังคมที่เราเพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก ถึงแม้ก่อนหน้านั้น พี่สิทธิ์ (ชนะชัย จรียะธนา ผู้ก่อตั้ง และนักออกแบบของแบรนด์) จะให้คำแนะนำ ให้เราฝึกซ้อม เตรียมตัวมามากแล้วก็ตาม แต่มันก็ตื่นเต้นอยู่ดี จากนั้นก็มีงานเดินแบบเข้ามาเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงแฟชั่นวีค เพิ่งมาหยุดไปก็ตอนเข้าจุฬาฯ ปีหนึ่ง เพราะอยากทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างเต็มที่ เพิ่งกลับมารับงานใหม่ตอนปลายปีสี่ ซึ่งก็มีทั้งงานถ่ายแบบ และโฆษณา”

        กับการดูแลผิว

โฟร์: “ไม่เคยดูแลผิวของตัวเองเลยจนติดหนึ่งในห้าสิบหนุ่มโสดคลีโอ ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่ผมเข้าร่วมคือการตรวจสภาพผิวกับทางเครื่องสำอาง IPSA ครั้งแรกหลังจากรับการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวของตัวเองนี่...เฮ้ย...ผิวของเราแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ นั่นเป็นสิ่งซึ่งทำให้ผมเริ่มดูแลผิวของตัวเอง ประเด็นสำคัญก็คือเรื่องของความชุ่มชื่น เพราะน้ำหล่อเลี้ยงผิวมีความจำเป็นมากต่อสุขภาพของผิว IPSA The Time Reset Aqua ช่วยผมได้เยอะ แล้วก็เหมาะกับสภาพผิวของผู้ชายด้วย เพราะนอกจากจะให้ความชุ่มชื่นอย่างเต็มที่แล้ว ก็ยังช่วยในเรื่องของปัญหารูขุมขน กับความมันเป็นอย่างมาก”

ป๊อบ: “เมื่อก่อนเป็นสิวเยอะมากครับ ไปหาหมอ หมอก็ให้ครีมมาใช้แต่ยิ่งใช้ก็ยิ่งแพ้ แถมหน้ามัน เหนอะหนะ เลยเลิก หลังๆ มาก็ทาครีมกันแดด ไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษมากกว่านั้น เหมือนกับว่าเราไม่มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์ถนอมผิวเลย ถ้าไม่มีใครแนะนำ เราก็ไม่กล้าใช้ จนกระทั่งติดหนึ่งในห้าสิบหนุ่มโสดในฝันของคลีโอ เลยได้ร่วมกิจกรรมตรวจสภาพผิวกับ IPSA ถึงได้รู้ว่าการดูแลผิวมันมีมากกว่าการใช้ครีมกันแดด พี่ๆ ที่ IPSA ช่วยดูแลผิวของผมดีมาก กับ IPSA The Time Reset Aqua นี่ เรียกได้ว่าครอบคลุมปัญหาผิวของผมได้ครบมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขาดน้ำหล่อเลี้ยง ปัญหาความมัน รูขุมขนกว้าง ปัญหาสิว ได้ใช้ไปไม่นานก็เห็นการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก”

        กับการเป็นคนกลุ่มมิลเลนเนียลที่ชีวิตส่วนหนึ่งผูกไว้กับโซเชียล มีเดีย

โฟร์: “มิลเลนเนียลมักถูกมองว่าเป็นคนกลุ่มซึ่งให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของตัวเองในโลกโซเชียลมากกว่าในโลกของความเป็นจริง เพราะคนกลุ่มนี้รู้สึกว่าโลกโซเชียลทำให้ตัวตนของเขาเป็นที่พบเห็น ได้เป็นที่รู้จักกับคนหมู่มาก ทั้งกับคนที่เป็นเพื่อนของตัวเอง คนที่เรารู้จัก และคนที่ยังไม่เคยรู้จัก คนเหล่านี้จะได้เห็นว่าเราเป็นใคร ซึ่งในโลกโซเชียลนี้ เปิดโอกาสให้เราได้สร้าง ได้แต่งเติมภาพลักษณ์ตามแบบที่เราต้องการ และภาพลักษณ์ในโลกโซเชียลนี้ เมื่อเทียบกับในโลกความเป็นจริง อาจเป็นคนละแบบกันเลยก็ว่าได้สำหรับบางคน เพราะในโลกของความเป็นจริง กับคนที่เรามีความสนิทอย่างเพื่อนๆ เราจะละเลยในเรื่องของการปรุงแต่งภาพลักษณ์ หรือรักษาภาพลักษณ์เพราะมีความใกล้ชิด รู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว พูดง่ายๆ คือคนในโลกของความเป็นจริงจะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเราดีกว่าคนในโลกโซเชียล คนกลุ่มมิลเลนเนียลจึงให้ความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของตนในโลกโซเชียล ซึ่งเต็มไปด้วยคนที่มีความห่างจากโลกความเป็นจริงมากกว่า

        “แต่โดยส่วนตัวของผมแล้ว ผมว่าไม่ใช่เฉพาะคนกลุ่มมิลเลนเนียลหรอกครับที่ให้ความสำคัญทางภาพลักษณ์ในโซเชียล มีเดียมากกว่าในโลกของความเป็นจริง เพราะเท่าที่เห็น คน Gen X กับ Baby Boomer ใครก็ตามที่ใช้ช่องทางสื่อสารทางโซเชียล ต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องราวในโลกโซเชียลมากกว่าในโลกของความเป็นจริงกันทั้งนั้น อาจมากกว่ากลุ่มมิลเลนเนียลด้วยซ้ำเพราะเขามองว่าช่องทางนี้ จะมีเรื่องของหน้าที่การงานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”

ป๊อบ: “ถ้าภาพลักษณ์ของใครสักคนที่ปรุงแต่งขึ้นในโลกโซเชียลไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ส่งผลกระทบอะไรกับใคร ผมก็ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องเสียหายอะไร อย่างไรก็ตาม โซเชียล มีเดียเป็นโลกที่คนเราสามารถทำอะไรได้มากมายกว่าที่เราจะทำในโลกของความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการออกความคิดเห็น แสดงความคิดเห็น เพราะในความเป็นจริง เราคงไม่สามารถไป comment อะไรกับคนที่เราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวได้เหมือนในโลกโซเชียล ซึ่งบางครั้งมันก็นำไปสู่ความรุนแรงอย่างที่เราเรียกกันว่ามี “ดราม่า” จนกลายเป็นเรื่องหมกมุ่น ให้ความสำคัญมากกว่าประเด็นที่เกิดขึ้นจริงๆ ในโลกของความเป็นจริงที่ตัวเองกำลังใช้ชีวิตอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือ สิ่งซึ่งเกิดขึ้นในโลกของความเป็นจริง เรากลับปล่อยผ่าน แต่เรากลับไปให้ความสำคัญกับโลกโซเชียล ซึ่งบ่อยครั้งไม่ใช่สิ่งที่เราจับต้องได้จริง

        “ผมรู้สึกว่าจุดนี้เป็นสิ่งที่เราน่าจะแก้ไข ปรับมุมมอง และความเข้าใจเพื่อจะได้ใช้โซเชียล มีเดียให้เป็นประโยชน์ตรงตามความต้องการของผู้สร้าง & พัฒนาสื่อดิจิตอลชนิดนี้ได้มากขึ้นนะครับ”

        คำตอบประเด็นสุดท้าย ก็น่าจะอธิบายได้ว่า เหตุใดเราถึงตั้งชื่อบทสัมภาษณ์นี้ว่า Radiant Millennials นั่นก็เพราะ “รัศมี” หาได้จรัสประกายออกมาแค่ทางหน้าตา และผิวพรรณหรอกนะ

 

*คทากร หรือ ดรัม เมเยอร์ (Drum Major)  เป็นผู้มีบทบาทและมีความสำคัญในวงโยธวาทิตรองลงมาจากผู้อำนวยเพลง บทบาทของคทากรจะเป็นผู้นำควบคุมแถวในการเดินบรรเลง มีหน้าที่ให้สัญญาณต่างๆ ให้สมาชิกภายในวงได้รับรู้และปฏิบัติ โดยการใช้มือและไม้ถือ (คทา) สั่งการให้ปฏิบัติได้ถูกต้องและพร้อมเพรียง

ABOUT THE AUTHOR
วรวุฒิ พยุงวงษ์

วรวุฒิ พยุงวงษ์

At boundary of athletics and beauty, I write and play

ALL POSTS