HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
“ดอกไม้กระดาษ” หรูได้ ไม่ต้องเว่อวัง
by วรวุฒิ พยุงวงษ์
22 พ.ย. 2561, 14:00
  666 views

          ก้าวใหม่ลำดับต่อไปที่ผู้คนในแวดวงธุรกิจแฟชั่นโลกยังคงจับตามองไปยังรี้ด คราคอฟฟ์ ผู้ผูกพันกับแบรนด์เครื่องหนัง Coach มานานเกือบสองทศวรรษก่อนพลิกผันมารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์หรือ chief artistic officer ประจำ Tiffany & Co. เมื่อปีที่แล้วหลังจากเขานำเสนอคอลเลคชั่น Everyday Objects เครื่องประดับตกแต่งบ้าน และทำการเปิด Blue Box Cafe จนกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวนิวยอร์กปัจจุบันขึ้นในบูติกสาขาหลักของ Tiffany ใจกลางมหานครนิวยอร์ก และนี่คือ Paper Flowers หรือ “ดอกไม้กระดาษ” ซึ่งหักล้างทุกแนวคิดดั้งเดิมเพื่อก่อกำเนิดเครื่องประดับอัญมณี ซึ่งเป็นตัวแทน “ความหรูหราแนวคิดใหม่” ให้แก่ผู้หญิงทุกคน

        ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ค่านิยมซึ่งรี้ด คราคอฟฟ์ กับ Tiffany & Co. มีร่วมกันนั้นก็คือมุมมองของความเป็นอเมริกันคลาสสิก, ผู้หญิงนิวยอร์ก, ความหรูหรา อันมาพร้อมความสดใหม่ ทันสมัย และเหนืออื่นใดก็คือคุณภาพกับงานฝีมือ แต่เมื่อก้าวข้ามจากอาณาจักรเครื่องหนังมาสู่เครื่องประดับอัญมณี โจทย์ท้าทายที่คราคอฟฟ์ตั้งให้แก่ตนเองก็คือ การทำ “ดอกไม้รัตนชาติ” ให้มีความลำลองมากขึ้น ลดความเป็นพิธีการ กระนั้นก็ยังโก้หรู ภูมิฐาน สง่างาม ถ่ายทอดทุกแง่มุมของ “ผู้หญิงนิวยอร์ก” ซึ่งมีความเป็นสากลได้อย่างครบครัน

ภาพจาก www.tiffany.com/

       “แรงบันดาลใจในการออกแบบครั้งนี้ ก็คือการผสมผสานรูปทรงอันมีความเป็นธรรมชาติ ให้เข้ากับความอ่อนช้อยของผู้หญิงโดยอาศัยลูกเล่นกราฟิกในการเติมความทันสมัย” คราคอฟฟ์อธิบาย “เราต้องการสรรค์สร้างผลงาน ซึ่งเรารู้สึกคุ้นเคย กระนั้นกลับมีความสดใหม่ Tiffany Paper Flowers คือการขจัดทุกกฎเกณฑ์ที่เราอาจเคยวางไว้กับบรรดาเครื่องประดับอัญมณีอันคุ้นชินให้หมดไป”

        จากดอกไม้ที่เด็กหญิงตัวน้อยๆ ตัดจากแผ่นกระดาษเพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องประดับในฝัน บัดนี้ได้กลายเป็นกลีบดอกแพล็ทตินั่มขัดผิวขึ้นเงาเนื้อเรียบสลับกับกลีบดอกฝังเพชรใสไร้สีเรียงแถวด้วยเทคนิค “จิกไข่ปลา” (pave’) อย่างวิจิตรบรรจงถึง 40 แบบ ไม่ว่าจะเป็นจี้สร้อยคอ, ต่างหู, สร้อยคอ และแหวน ล้วนร่ายลีลาล้อแสงระยิบระยับจับตา สำหรับผู้ซึ่งชื่นชอบสีสัน อีกตัวเลือกก็คือเพชรสีเหลืองกับสีฟ้า, ไพลิน และที่ขาดไม่ได้ก็คือประกายเจิดจรัสในสีน้ำเงินอมม่วงอันทรงเอกลักษณ์ดุจสีไพลินกำมะหยี่โบราณของแคว้นแคชเมียร์ที่ได้จากพลอยแทนซาไนต์ ซึ่งถือเป็นพลอยประจำแบรนด์เนื่องจาก Tiffany & Co. ได้ค้นพบพลอยชนิดนี้เป็นครั้งแรกในเหมืองที่แทนซาเนีย และเป็นผู้ตั้งชื่อตามแหล่งกำเนิดว่าแทนซาไนต์นั่นเอง

ภาพจาก www.tiffany.com/

        “ดอกไม้เหล่านี้ประกอบขึ้นจากกลีบแพล็ทตินั่มขัดผิวเงาในรูปทรงแนวแอ็บสแตร็ก โดยอาศัยหมุดแพล็ทตินั่มเป็นตัวยึด ส่วนงานฝังเพชรขึ้นตัวเรือน เราใช้เทคนิคจิกไข่ปลา เรียงแถวเพชรจนเต็มกลีบเพื่อก่อประกายระยับแสงเรืองรอง ไม่เจิดจ้าจนบาดตา” ซึ่งนั่นก็รวมถึงผลงานชิ้นใหญ่ระดับสุดยอด อันได้แก่สร้อยคอดอกไม้ฝังเพชรเจียระไนหลากรูปทรงน้ำหนักรวมกว่า 68 กะรัตด้วยเช่นกัน “เราเริ่มต้นงานออกแบบด้วยการนำกลีบดอกทั้งหลายมากลัดยึดเข้าไว้ด้วยกัน ลดหลั่นเป็นลำดับอย่างมีมิติ บางกลีบดูเหมือนกำลังจะแยกตัวปลิดร่วง บางกลีบก็เหมือนจะขึ้นมาเบียดเสียดกับอีกกลีบ ทั้งหมดก็เพื่อจำลองแบบธรรมชาติได้อย่างสมจริง เป็นงานฝีมือขนานแท้เพื่อให้ดอกไม้แต่ละดอก ทุกดอกได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว”

          กล่าวได้ว่า ประสบการณ์กว่า 16 ปีที่คราคอฟฟ์อยู่กับ Coach ถูกนำมาพลิกแพลงเข้ากับงานออกแบบสร้างสรรค์เครื่องประดับอัญมณีได้อย่างลงตัว เพราะภาพรวมทางแนวคิดคอลเลคชั่นของเขาก็คือ ความงดงาม หรูหรา กระนั้นก็ไม่ “ผิดที่ผิดทาง” หรืออย่างที่เรียกว่าเหมาะแก่การนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน กระนั้น ก็ยังคงสืบทอดมรดกทางงานออกแบบของ Tiffany & Co. ไว้ได้อย่างครบครัน “สำหรับผม ความหรูหราใช่ว่าจะเป็นเรื่องพิธีการตลอดเวลา เรายังคงใช้รัตนชาติล้ำค่ากับวัสดุคุณภาพสูงสุด หากก็ปรากฏออกมาในรูปลักษณ์ซึ่งเราสามารถหยิบใช้ได้ในทุกวัน” คราคอฟฟ์กล่าว

 

Story by วรวุฒิ พยุงวงษ์

 

 

 

ABOUT THE AUTHOR
วรวุฒิ พยุงวงษ์

วรวุฒิ พยุงวงษ์

At boundary of athletics and beauty, I write and play

ALL POSTS