HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เกาะติด "ฮีโร่" และชุมชนหน้า "ถ้ำหลวง" เขาอยู่กันอย่างไร
by Veen T.
15 ก.ค. 2561, 17:16
  2,166 views

ภารกิจพาหมูป่าออกจากถ้ำสำเร็จแล้ว มาชมแง่มุมต่างๆ บริเวณหน้าถ้ำหลวงช่วงปฎิบัติการ

คงเป็นที่จดจำกันไปยาวนานกับภารกิจ Mission Impossilbe ช่วยเหลือสมาชิกทีมหมูป่าอคาเดมี่ และโค้ช รวม 13 ชีวิต ที่เกิดจาก    ความร่วมมือร่วมใจของคนไทย หน่วยราชการไทย และผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ เรียกว่าเป็นภารกิจระดับโลกกันเลยทีเดียว ซึ่งคาดว่ามีคนเข้าร่วมเฉพาะโดยตรงกับการปฏิบัติการถึง หมื่นกว่าคน ตามคำบอกเล่าของท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่งานนี้

Happenging BKK  ขออาสาพาชมภาพนช่วงการปฏิบัติงานสุดหินครั้งนี้ บางเรื่องอาจไม่อยู่บนสื่อกระแสหลัก มาฝาก บางมุมก็น่ารักน่าประทับใจ ตามมาดูกันเลย

Welcome to Mud Bureau

ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่ "สำนักข่าวคลุกโคลน" ที่บริเวณหน้าถ้ำที่เป็นที่ตั้งของบรรดาสื่อทั้งไทยและต่างชาติ เป็นจุดสะสมโคลนหลังจากมีฝนตกมาเป็นเวลานาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้สื่อข่าวต้องอัพสกิลคือการเดินในโคลน อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้คือรองเท้าบูท แบบที่คนสวน คนงานก่อสร้างใส่กันแหละ หรือคนต่างชาติเรียกว่า Wellington Boots และระวังไม่เดินให้โคลนกระเด็นไปโดนคนอื่น ซึ่งอันนี้บางคนก็ไม่ระวัง สามารถสะบัดโคลนไปถึงระดับศีรษะของคนอื่นได้ด้วย อุปกรณ์ทั้งหลายก็ต้องระวังกันเอง ใครทำโทรศัพท์ตกอาจจบชีวิต เพราะเบื้องล่างคือโคลนเต็ม ๆ

ภารกิจประจำวัน

ใครจะเข้ามาที่พื้นที่หน้าถ้ำจะต้องมีบัตรประจำตัวติดตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัคร ผู้สื่อข่าวหรือญาติและครอบครัวของน้องๆ หมูป่าอคาเดมี หลังจากลงทะเบียนแล้วก็สามารถเข้าออกในบริเวณหน้าถ้ำได้ โดยมีข้อกำหนดห้ามเข้าในเขตที่เจ้าหน้าที่กั้นไว้ เช่นบริเวณปากถ้ำ บริเวณด้านในที่ประชุมของทีมงาน และบริเวณเต้นท์ของกรมสุขภาพจิตที่ให้พ่อแม่หมูป่านั่งพัก มีป้ายบอกห้ามสัมภาษณ์ซึ่งภายหลังมีการแปลภาษาจีนและอังกฤษกำกับด้วย



และภารกิจที่ไม่มีใครอยากพลาด คือการแถลงข่าวของคณะทำงานที่เป็นข้อมูลอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะมีการแถลงซึ่งเวลานั้นไม่แน่นอนและไม่มีการบอกเวลาล่วงหน้าสักเท่าไหร่นัก พวกตากล้องทีวีก็จะมาจับจองพื้นที่เด็ดๆ กันไว้ก่อนเป็นชั่วโมงๆ เลยทีเดียว ส่วนผู้สื่อข่าวที่เหลือก็เกาะๆ อยู่รอบนอก นอกจากนักข่าวแล้ว การแถลงข่าวแต่ละครั้งยังมีพวกอาสาสมัครเองสนใจมาฟัง เพราะทุกคนก็เป็นห่วงน้อง ๆ และยังมีตัวแทนจากทางโรงเรียนน้องๆ เข้ามาฟังด้วย อย่างคุณครูสุรเชษฐ์ ธรรมโสภณก็มาที่ถ้ำทุกวันเพื่อเยี่ยมพ่อแม่เด็ก และมาฟังรายงานข่าวไปอัพเดทที่โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ที่มีน้องหมูป่าเรียนอยู่ถึง 6 คน
นอกจากการแถลงข่าวก็ยังมีการสัมภาษณ์โดยรอบ โดยนักข่าวต้องตื่นตัวหากันเอง และต้องเสี่ยงเอาหากใครเขาไม่คุยก็คือไม่คุย ไม่ว่าจะเป็นนักดำน้ำ ซึ่งนานๆ จะเดินออกมา ส่วนใหญ่ก็อยู่ในถ้ำกันเป็นหลัก หรือหน่วยสูบน้ำ หน่วยสำรวจบนเขา แม้แต่อาสาสมัครด้านต่างๆ  หลังๆ พอข่าวเริ่มจะพีคแล้วยังมีการสัมภาษณ์นักข่าวกันเองอีกด้วย โดนเฉพาะนักข่าวต่างชาติที่มาคราวนี้ถึงความรู้สึกต่างๆ เกี่ยวกับการทำข่าวครั้งนี้ เรียกว่าเก็บกันแทบทุกแง่มุมเลยทีเดียว

ครัวพระราชทานและจิตอาสา


การเข้าออกจากบริเวณหน้าถ้ำต้องใช้เวลามากทีเดียว เพราะเจ้าหน้าที่จะให้อุนญาตจอดรถไว้ด้านหน้าปากทาง ซึ่งจุดที่ใกล้ๆ ก็จะเต็มไปด้วยรถของสถานีโทรทัศนืเจ้าใหญ่ๆ ที่ปักหลักจอดกันยาวไป รถขาจรก็ต้องจอดตามข้างทางที่มีที่ว่าง จากนั้นก็เดินเท้าเข้ามาบริเวณหน้าปากถ้ำ หากวันไหนมีโชคอาจมีอาสาสมัครขี่มอเตอร์ไซด์ให้บริการและเรียกขึ้นรถ แต่ก็ไม่บ่อยนัก แต่ที่ประทับใจคือมีคุณลุงคนหนึ่งอายุ 60 กว่าปีแล้ว แกจะมาให้บริการแต่เช้าตรู่ถึงช่วงเย็น ๆ เสียดายไม่มีเวลาถามชื่อกันเลย
สำนักข่าวที่มีคนหมุนเวียน บ้างก็ผลัดกันออกไปซื้อกาแฟ และของกินของใช้ บ้างก็หิ้วท้องรอออกไปทีเดียว หรืออาศัยฝากท้องกับครัวจิตอาสาที่ทำกับข้าวกันตลอดทั้งวัน ครัวเหล่านี้จะมีการแพ็คอาหารเพื่อนำส่งคนทำงานภายในถ้ำด้วย นอกจากโรงครัวพระราชทานแล้ว ยังมีครัวจิตอาสาที่มากันเอง เช่นร้านก๋วยเตี๋ยวรอบเย็นที่เจ้าของกิจการจิวเวลรีพากันมาเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ทุกเย็น หรือซาลาเปาเจ้าดังจากเชียงใหม่มาแจกกันตอนเย็น ๆ จิตอาสาด้านอาหารนี่เป็นอีกหนึ่งหมวดที่มากันมากมาย จนผู้สื่อข่าวต่างประเทศตะลึง

จิตอาสามาทุกด้าน

นอกจากอาสาสมัครที่ร่วมในภารกิจโดยตรงอย่างทีมสูบน้ำ หรือทีมปีนเขาแล้ว บริเวณถ้ำหลวงยังรวมเอาจิตอาสาจากหลากหลายแขนงเข้าด้วยกัน เราได้พบกับ ณัฐฐพงศ์ เล็กกำเนิด หนึ่งในทีมเก็บรังนก 8 คนที่เดินทางมาจากตรัง เขาบอกว่า "พวกผมไม่ใช่ฮีโร่แต่เราดีใจที่มีส่วนร่วมได้เป็นหนึ่งตัวเลือกในภารกิจครั้งนี้"

       หรืออย่างคุณป้าวัย 61 ปี บุญรักษา เพิ่มสิน ที่บอกว่านั่งดูทีวีอยู่ ร้องไห้อยู่หลายวัน ทนไม่ไหวจึงชวนเพื่อนมากันสองขนอุปกรณ์ครัวมาทำอาหาร เหมารถออกจากศรีราชามาเวลา 5 โมงเย็นและแวะจ่ายกับข้าวมาถึง 10 โมงเช้าของอีกวัน และเริ่มทำอาหาร เลี้ยงคนเลย เพราะอยากจะช่วยในด้านที่ตัวเองช่วยได้

มาจากศรีราชาด้วยใจล้วน ๆ / Photo by Jacob Elijah

ส่วนพี่ที่เฝ้าห้องน้ำหญิง เป็นอีกคนหนึ่งที่ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง เธอมาจากเชียงใหม่และบอกว่าไม่มีกำหนดกลับ เธอจะกลับเมื่อเด็ก ๆ ออกจากถ้ำได้แล้วเท่านั้น เธอทำทุกอย่างที่ทำให้ห้องน้ำที่มีคนเข้าออกเป็นพัน (พร้อมโคลน) สะอาดอยู่เสมอ และเธอประจำการที่ห้องน้ำตั้งแต่เช้าตรู่ถึงค่ำ เธอเองก็นอนภายในบริเวณถ้ำเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีบริการตัดผมฟรี และนวดของจิตอาสาด้วย โดยช่างตัดผมในจังหวัดและละแวกใกล้เคียงและหมอนวดอาชีพมาคอยให้บริการ

Photo by Jacob Elijah

ค่ำแล้ว..กลับที่พักกันไหม

ในขณะที่หลายคนกลับที่พักกันหลังเสร็จภารกิจ และคาดว่าไม่มีการแลงข่าวจากท่านผู้ว่าฯแล้ว ก็มีคนหลายกลุ่มที่นอนพักอยู่ในบริเวณถ้ำหลวง เช่นผู้สื่อข่าวทีวีหลายช่องที่มีเวรยามกะดึก หรือเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา ภายในถ้ำหลวงมีไฟไว้บริการซึ่งไปรับได้มาแขวนไว้ที่เต้นท์ของตัวเอง

        หรือนายทหารเรือ ทหารบกที่ช่วยงานด้านนอก ซึ่งบอกว่าหาที่นอนเอาแถวๆ นั้น หรือพวกที่ช่วยอัดอากาศ และหน่วยซีลที่ต้องดำน้ำไปวางถังอากาศ นอกจากนี้กลุ่มพ่อแม่ของน้องๆ หมูป่าก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่นอนพักหน้าถ้ำ คือไม่มีใครอยากห่างลูกเลย พวกเขานอนกันบริเวณศูนย์บัญชาการ คือห้องด้านในที่เราเห็นในการแถลงข่าวแหละ ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าการอยู่รวมกันช่วยได้มาก เพราะเขามีความรู้สึกคล้ายๆกัน ถึงแม้วันๆ จะไม่ค่อยได้คุยกันเลย พ่อแม่บางคนก็ออกไปอาบน้ำที่บ้านในตอนเช้าและรีบกลับมาใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ลูกติดถ้ำพวกเขาก็ไม่ได้ทำงานกันเลย แต่เข้าใจได้เพราะใครจะมีใจทำงานได้ในสถานการณ์แบบนี้

จุดล้างบูท

        ส่วนกิจวัตรหลังจากออกจากบริเวณก็คือการแวะที่จุดสูบน้ำข้างทางเดินซึ่งเป็นจุดล้างบูทที่ทุกคนจะแวะทำความสะอาดกันก่อนเดินทางกลับ จากนั้นใครถึงเตียงก่อนก็ขอเชิญสลบเลย เก็บแรงไว้เพื่องานวันต่อไป

STORY BY Veen T.

ขอบคุณภาพในถ้ำจากเพจ Thai Navy Seals
 

ABOUT THE AUTHOR
Veen T.

Veen T.

อดีตบอกอ lifestyle อยากรู้อยากเห็นไปทุกเรื่อง ชื่นชอบแนว slowlife แต่ยังไม่มีเวลาทำ

ALL POSTS