HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
หุ่นยนต์กำลังจะมาแย่งงานใครบ้าง
by L. Patt
22 มิ.ย. 2561, 16:31
  1,503 views

       ถ้านึกไม่ออกว่าหุ่นยนต์ล้ำหน้าไปถึงไหน แล้วจะมีบทบาทมาแทนที่การทำงานของคนอย่างไร ลองไปเดินดูงานเทคโนโลยีระบบและอุปกรณ์เพื่อสายการผลิตอัตโนมัติ (Assembly and Automation Technology) 20-23 มิถุนายนนี้ ที่ไบเทค บางนา 

        ในฮอลล์ Assembly and Automation Technology ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมเทคโนโลยีและโซลูชั่นเพื่ออุตสาหกรรมสนับสนุนและการผลิต “Manufacturing Expo 2018” จะมีการนำเสนอหุ่นยนต์ที่ใช้งานได้หลากหลายรองรับตั้งแต่สายการผลิตขนาดใหญ่ไปจนถึงระดับเอสเอ็มอี และถือเป็นไฮไลท์ของงานในปีนี้

        เทรนด์ที่เห็นเด่นชัดก็คือ การพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ หรือ Collaborative Robots ที่สามารถเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence: AI), คลาวด์ และ IoT (Internet of things) ทำให้หุ่นยนต์มีความชาญฉลาดมากขึ้น เป็นมิตรกับคน และปลอดภัยในการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมีความยืดหยุ่นในการออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานของแต่ละธุรกิจ และที่สำคัญ มีราคาถูกลงตั้งแต่หลักแสนบาทขึ้นไป

        คุณล้ำบุญ สิมะขจรบุญ ผู้จัดผ่านธุรกิจในประเทศด้านหุ่นยนต์ บริษัท เอบีบี ประเทศไทย ผู้นำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรม อธิบายว่า ปีนี้ หุ่นยนต์ถือเป็นพระเอกของงาน โดยเอบีบี เอาหุ่นยนต์ยูมิแบบสองแขนมาโชว์การทำสายไหม ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก โดยผู้ชมงานสามรถเลือกชนิดของสายไหม และท็อปปิ้ง จากนั้นแตะที่แขน หุ่นยนต์ก็จะทำสายไหมเส้นละเอียดสม่ำเสมอให้นำไปรับประทานได้ในเวลาอันรวดเร็ว

        การพัฒนาหุ่นยนต์ปัจจุบันกลายเป็น AI คือการที่หุ่นยนต์สามารถคิดและตัดสินใจได้ตัวเอง พูดง่ายๆ คือ หุ่นยนต์ส่งข้อมูลไปขึ้นคลาวด์แล้วดึงข้อมูลกลับมาประมวลด้วยหุ่นยนต์

        คุณล้ำบุญเล่าว่า ในบ้านเรามีการใช้หุ่นยนต์จำนวนมากในอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งเริ่มใช้มานับ10 ปีแล้ว จากนั้นก็ขยายไปสู่อุตสาหกรรมอิเลกทรอนิคส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และที่กำลังมีการตื่นตัวมากๆ ก็คือ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ซีพี เมทาโกร บุญรอดบริวเวอรี่ กระทิงแดง ไทยเบฟ ล้วนเอาหุ่นยนต์ไปใช้ในขบวนการผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในส่วนงานจัดเรียงสินค้า (palletizing)ส่วนด้านโลจิสติกส์ หรือ ศูนย์กระจายสินค้า ขณะนี้ หลายบริษัทกำลังศึกษาว่าจะสามารถใช้หุ่นยนต์ในการขนถ่ายสินค้าไปยังรถขนส่งได้อย่างไร แต่จะเกิดเป็นจริงแน่ในอนาคต

 

       นอกจากการพัฒนาซอฟแวร์ให้หุ่นยนต์สามารถคุยกับอุปกรณ์ต่างๆ ในไลน์การผลิตเพื่อให้รู้ว่า ตอนนี้ผลิตสินค้าไปถึงไหนอย่างไร ก้าวต่อไปที่หลายๆ บริษัทกำลังทำก็คือ ต้องการรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในช่วงการผลิต เช่น อาหารผลิตเมื่อไหร่ ด้วยอุณหภูมิเท่าไหร่ ความชื้นสัมพัทธ์เป็นอย่างไร เมื่ออาหารชิ้นนี้ส่งออกไปยังผู้บริโภคแล้ว เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า เกิดปัญหาอะไรขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวและมีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าอย่างละเอียด

        เดี๋ยวนี้ ถ้าสังเกตจะเห็นผลิตภัณฑ์หลายตัวที่มี QR Code เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เพราะข้อมูลการผลิตที่สำคัญจะอยู่ในนั้น 

        ถ้ามองเทรนด์หุ่นยนต์ในไทย นอกจากภาคอุตสาหกรรมที่มีการใช้หุ่น 3-4 แสนยูนิตต่อปี การใช้หุ่นยนต์ในภาคบริการ เช่น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ แม้กระทั่งหุ่นยนต์ที่ใช้ดูดฝุ่น มีแนวโน้มเติบโตสูงมาก ฉะนั้น การผลิตหุ่นยนต์เพื่อตอบสนองภาคบริหารจะมีมูลค่ามหาศาล

        คุณล้ำบุญ บอกว่า เอบีบี และอีกหลายบริษัทได้รับโจทย์จากผู้ประกอบการคอนโดมิเนียมว่า ต้องการหุ่นยนต์สำหรับส่งของให้ผู้พักอาศัยหน้าห้อง เช่น พิซซ่า ซึ่งจะมีความปลอดภัยมากกว่าคน โดยขณะนี้อยู่ในช่วงการศึกษารายละเอียด ความท้าทายก็คือ คอนโดมิเนียมสร้างไม่เหมือนกัน ทั้งประตูทางเข้า ลิฟท์ และห้องพัก ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้พักอาศัยเข้า-ออกได้สะดวก แต่ไม่ได้สร้างมาเพื่อหุ่นยนต์ แต่เชื่อว่า แนวคิดนี้จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้

       นอกจากเอบีบีแล้ว มิตซูบิช อิเล็คทริค Han’s Laser Technology Group, Connexall จากไต้หวัน ผู้ผลิตหุ่นยนต์จากจีน หรือแม้แต่หุ่นยนต์ฝีมือคนไทยอย่างบริษัท สยามอิทริเกชั่น ซิสเต็มส์ ที่ร่วมพันธมิตรกับบริษัทนาชิ จากญี่ปุ่น ก็เข็นเอานวัตกรรมหุ่นยนต์ล่าสุดมาแสดงในงาน 

        เพราะเหตุนี้ Collaborative Robotsจึงกลายเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะเข้ามาแทนที่คนทำงานมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอาชีพในภาคธุรกิจบริการ แรงงานคนก็ต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงยุคไทยแลนด์ 4.0 ให้ทันไม่งั้นจะถูกหุ่นยนต์แย่งงานไปทำแบบไม่ทันตั้งตัว

 

STORY by L. Patt

 

ABOUT THE AUTHOR
L. Patt

L. Patt

ALL POSTS