HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
ภาวะซึมเศร้าแฝงของกลุ่มชนผู้บูชาความ “เป๊ะ” ระดับ PHD
by Panisa Choosangsri
6 พ.ย. 2562, 16:43
  374 views

        ผู้ที่เข้าข่ายมนุษย์บูชาความสมบูรณ์แบบจำนวนหนึ่งนั้น สามารถมีความสุดโต่งในการถวิลหาความเพอร์เฟ็คท์ได้มาก จนแม้กระทั่งอาการซึมเศร้าของตัวเอง ยังแอบซ่อนไว้จากตัวเองและโลกได้แนบเนียนจนไม่มีใครรู้

        เรื่องราวเล่าถึงหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งประสบความสำเร็จในชีวิต อาชีพการงานดี ฐานะดี ครอบครัวดูเพียบพร้อม แต่วันหนึ่งอยู่ๆ เธอกลับคิดอยากหักรถพุ่งเข้าใส่รถบรรทุกที่กำลังแล่นสวนมา เดชะบุญที่ด้านดีของความเป็นมนุษย์เพอร์เฟ็คท์ผู้รับผิดชอบสูงช่วยเธอได้ไว้ได้ทันในนาทีสุดท้าย คืออยู่ๆ เธอก็รู้สึกรับผิดชอบสังคมขึ้นมาค่ะ ว่าถ้าเธอตาย คนขับรถบรรทุกคงเป็นแผลใจไปตลอดชีวิต งั้นอย่าตายเลย คงไม่ดีแน่ ๆ

         จิตแพทย์ตั้งชื่อภาวะซึมเศร้าที่ไม่ปรากฏร่องรอยให้เห็นในกลุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบว่า “Perfectly Hidden Depression” (PHD) แหม่...แค่ชื่อย่อของมันยังดูสูงส่ง ซึมเศร้าระดับปริญญาเอกกันทีเดียว ซึ่งเจ้า PHD นี้ จิตแพทย์ยังไม่ระบุว่ามันเป็นโรค เรียกแค่ว่าเป็นกลุ่มอาการทางพฤติกรรม ซึ่งถ้าไม่สุดขั้วมากนักก็ยังไม่ต้องไปกินยาอะไร แต่ก็สมควรเฝ้าระวังและหาทางแก้ไข เพราะมันมีโอกาสที่จะนำไปสู่โรคซึมเศร้าของแท้ได้ในที่สุด ในรูปแบบที่อาจไม่มีใครรู้เลย จนกระทั่งวันที่เขาตัดสินใจว่าไม่อยากอยู่กับเราอีกต่อไป

กลุ่มอาการทางพฤติกรรมของ PHD มี 10 ข้อ

1. รักความสมบูรณ์แบบสุดหัวใจ

         แต่ด้วยแรงขับที่มาจากความรู้สึกยอมรับตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่ได้เป็นในสิ่งที่สมบูรณ์แบบ พ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ พนักงานที่เก่งที่สุด เพื่อนที่เพื่อนๆรักมากที่สุด.....คนที่มีแรงขับแบบนี้จะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่เสมอเพื่อประเมินว่าตัวเองทำได้ตามความคาดหวังของตัวเองหรือยัง และถ้ามันน้อยกว่าที่หวังไว้แม้แต่นิดเดียวจะรู้สึกเฟลและนอยด์อย่างท่วมท้น เพราะกดดันตนเองตลอดเวลา

2. มักจะแบกความรับผิดชอบทุกอย่างไว้มากเกินไป

         ถ้ารู้สึกว่าเป็นหน้าที่ แทบไม่มีหรอกที่จะกล่าวคำว่า “ไม่” คนกลุ่มนี้จะดูเหมือนพวกชอบความท้าทาย รักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจ หรือเสียสละ แต่ในความเป็นจริง บ่อยครั้งที่แรงขับให้คนเป็นแบบนี้ มาจากกลไกทางจิตที่ต้องการหลีกหนีอะไรบางอย่าง เช่น ความเจ็บปวด ความสับสน ความรู้สึกว่างเปล่า ด้วยการทำให้ตัวเองวุ่นวายกับสิ่งอื่นอยู่เสมอ

3. ยอมรับและแสดงความอ่อนแอของตัวเองไม่เป็น

        ความรู้สึกในทางลบ เช่น เศร้าหรือหวาดกลัวจะเลือนหายไปจากใจอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะเข้มแข็งแต่เพราะไม่อยากรับรู้ และไม่อยากแสดงมันออกมา ถ้าอาการหนักจะร้องไห้กับใครเขาไม่ค่อยเป็น หรือบางคนถึงกับคิดว่าการร้องไห้คือการแสดงความอ่อนแอ ความรู้สึกที่ถูกกดข่มไว้นานๆจะทำให้จิตใจแห้งแล้งลงไปเรื่อยๆ จนนำไปสู่ความรู้สึกอ้างว้างอย่างรุนแรงในที่สุด

4. ขี้กังวล ไม่ชอบเรื่องประหลาดใจและมักหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ตัวเองควบคุมไม่ได้

        ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาของคนที่ห่วงแต่เรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น ทำให้การอยู่กับปัจจุบันกลายเป็นเรื่องยากยิ่ง คนที่เข้าข่ายข้อนี้ถ้าไปฝึกโยคะก็มักจะเป็นพวกหอบเสื่อกับขวดน้ำออกจากห้องไปตอนที่ครูบอกให้นอนท่าศพเพื่อผ่อนคลาย เพราะใจมันพุ่งออกจากห้องไปก่อนหน้านั้นแล้ว

5. อาศัยการทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จเป็นเครื่องวัดคุณค่าของตัวเอง

        การทำอะไรให้สำเร็จบอกถึงคุณค่าของความตั้งใจและความพยายามได้จริง และก็ไม่ใช่เรื่องแย่ที่คนอยากจะทำอะไรให้สำเร็จ มากกว่านอนเลื้อยไปวันๆ แต่หากไม่สามารถรู้สึกว่าตนเองมีค่าได้เลย ถ้าไม่มีสถานภาพหรือความสำเร็จภายนอกมารองรับ ไม่กล้าเปิดเผยความกากหรืออ่อนแอให้ใครรู้เพราะกลัวถูกตัดสินหรือปฏิเสธ คนที่มีนิสัยแบบนี้พองานหนึ่งสำเร็จไปแล้ว ก็จะต้องรีบวิ่งหาความสำเร็จใหม่ที่ดีกว่าเดิมเรื่อยไปเพียงเพื่อให้รู้สึกอิ่มเต็ม เหมือนหมาล่าเนื้อที่หยุดไม่ได้ จิตใจลึกๆจึงมีแต่ความอ่อนล้า

6. มีความห่วงใยให้คนอื่นมากมาย แต่แทบไม่ยอมให้ใครรับรู้เรื่องของตัวเอง

        คนที่เป็นแบบนี้จะรักและห่วงใยคนอื่นมาก แต่ไม่เคยปริปากบอกความยากลำบากของตัวเองให้โลกรู้ ไม่ยอมเปิดเผยความเจ็บปวดหรือเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้ใครฟังง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือครอบครัว ต่อให้เล่าก็แค่เล่าเหมือนพูดถึงปรากฏการณ์ ไม่ใช่การปลดปล่อยอารมณ์หรือความรู้สึก จะมีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นตัวเองกับโลกอยู่เสมอ

        นิสัยแบบนี้อันตรายมากเพราะถ้าถึงจุดพังทลาย มันสามารถทำให้คนเดินสู่ความตายได้โดยไม่คิดขอความช่วยเหลือจากใครเลย คนใกล้ชิดจึงต้องระวังให้ดี ถ้าคนที่มีลักษณะแบบนี้แสดงความอ่อนแอให้เห็น กรุณาอย่าตอบสนองด้วยคำพูดทำนอง “อะไรกัน? คนอย่างเธอเนี่ยะนะซึมเศร้า? ชีวิตก็ดีทุกอย่างแล้วไม่ใช่เหรอ?” เพราะนั่นคือการผลักไสเขากลับเข้าไปสู่โลกอันเดียวดายหลังกำแพงดังเดิม

7. มีแนวโน้มที่จะลดทอนหรือเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดหรือการถูกทำร้ายทั้งในอดีตและปัจจุบัน

        คนกลุ่มนี้จะมีความสามารถพิเศษในการเพิกเฉยต่อความเจ็บปวด โศกเศร้า ผิดหวัง กลัว หรือโกรธของตัวเอง ถ้ามองว่าไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะแสดงออกมาก็จะกดเก็บมันไว้ ฟังเผินๆดูไม่แย่ เหมือนเป็นมนุษย์อีคิวดีทั่วๆไป แต่ความจริงคือถ้าเป็นอาการกลุ่ม PHD ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้จะถูกฝังกลบไว้จนมิด ไม่ว่าจะเป็นในระดับจิตสำนึกหรือจิตใต้สำนึกก็ได้ คุณจะทำราวกับว่าคุณลืมเรื่องเหล่านั้นไปหมดแล้ว หรือให้อภัยมันได้ เพียงเพื่อที่จะได้ลดทอนหรือปฏิเสธความยากลำบากและผลกระทบที่เหตุการณ์เหล่านั้นก่อให้เกิดกับชีวิตตัวเอง

8. มีปัญหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพจิตอื่นๆ ที่มีเรื่อง “การควบคุม” เป็นสาเหตุสำคัญ

         พฤติกรรมบางอย่างเช่น การรับประทานอาหารที่ผิดปกติ โรควิตกกังวล ซึ่งเป็นปัญหาที่มาจากความรู้สึกต้องการควบคุม หรือติดเหล้า ติดยา ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการหลีกหนีความกดดันจากสิ่งที่รู้สึกว่าควบคุมไม่ได้

9. มีความเชื่อมั่นอย่างมากว่า “การมองโลกในแง่ดี” คือรากฐานของชีวิตที่ดี

        การมองโลกในแง่ดีและความรู้สึกขอบคุณเป็นอารมณ์บวกที่ดีต่อจิตใจก็จริง แต่ปัญหาคือถ้าระดับของคำว่า “แง่ดี” มันเหนือจริงเกินไป คนจะไม่สามารถเมตตาต่อตนเองได้ ปัญหาบางอย่างในชีวิตคนนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง มีผลกระทบจริง สมควรที่จะยอมรับด้วยความเข้าใจและเหตุผลว่ามันได้ก่อความเสียหายอะไรเอาไว้บ้าง เป็นเหยื่อก็ต้องรับรู้ตามจริงว่าตนเองเป็นเหยื่อ ซึ่งมีสิทธิที่จะสงสารและเมตตาต่อตนเอง คร่ำครวญได้ อ่อนแอได้ ไม่ใช่ต้องแข็งแกร่งตลอดเวลาทั้งๆที่โดนมาขนาดนั้น แต่คนกลุ่มที่มีความเสี่ยงเรื่อง PHD จะไม่มีวันยอมรับว่าตัวเองเป็นเหยื่อ เพราะนั่นไม่ใช่การมองโลกในแง่ดีในทัศนคติของเขา

10. ประสบความยากลำบากทางอารมณ์ในความสัมพันธ์แต่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

        ชาวดาวเป๊ะเว่อร์จะประสบความสำเร็จในการทำงานมากกว่าค่าเฉลี่ยเสมอ เพราะขยันและรับผิดชอบ มีวินัยและทำอะไรตามกฎ แต่ในเรื่องของความใกล้ชิด ความสัมพันธ์ ซึ่งไม่มีกฎกติกาที่ชัดเจน แต่ต้องการความละเอียดอ่อน ต้องการความกล้าที่จะปล่อยให้คนเข้าถึงจุดซ่อนเร้นที่อ่อนแอ คนกลุ่มนี้จะทำได้ไม่ดี ด้วยความเป็นผู้ให้ที่สามารถให้ได้โดยไม่คิดถึงตัวเอง

       คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะไปดึงดูดเอาพวกปลิงที่ต้องการแต่จะเป็นฝ่ายรับเข้ามา หรือไม่ก็ไปเลือกเอาพวกชาวดาวเป๊ะเว่อร์ซึ่งขาดความสามารถที่จะสนิทแนบแน่นกับคนอื่นได้เหมือนกันมาเป็นคู่ ความสัมพันธ์จึงวางอยู่บนรากฐานของการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบมากกว่าความใส่ใจในตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย จุดโฟกัสในชีวิตคู่อาจจะไปอยู่ที่งานหรือไม่ก็ลูก ดูเผินๆอาจเป็นครอบครัวตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก เพราะคนที่มีแนวโน้ม PHD จะเพียรพยายามรักษาภาพที่สมบูรณ์นั้นเอาไว้จนเพิกเฉยกับตัวตนของตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ

         ปัญหาเรื่องจิตใจของคนนั้นมีความซับซ้อนยากหยั่งถึงอยู่มากมาย บางเรื่องอาจจะเป็นนิสัยที่เรารู้ตัว แต่บางเรื่องก็แอบแฝงอยู่ในจิตใต้สำนึกจนเราแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่ ถ้าใครอ่านแล้วรู้สึกว่าทำไมตรงกับตัวฉันเยอะแยะหลายข้อเหลือเกินก็อย่าเพิ่งกังวลมากไป

       ไม่ว่าต้นตอของปัญหาจะมีกี่ข้อ แต่ทางออกจากปัญหามีทางเดียวง่ายๆ นั่นคือยอมรับในความเป็นมนุษย์ของตัวเองให้ได้ตามความเป็นจริง เราคือมนุษย์ที่มีความเปราะบาง ไม่ได้แข็งแกร่งดังหินผา ชีวิตเป็นเรื่องของการแข็งแรงบ้าง อ่อนแอบ้าง ชนะบ้าง แพ้บ้างปนๆกันไป เพราะมนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อความสมบูรณ์แบบ เราเกิดมาเป็นชิ้นส่วนที่แหว่งวิ่น เพื่อจะได้เติมเต็มกันและกันต่างหาก

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณคงอยากรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงแค่ไหน ไปทำแบบทดสอบดูค่ะ คลิกที่นี่

ABOUT THE AUTHOR
Panisa Choosangsri

Panisa Choosangsri

นักเขียน นักแปล อดีตล่ามญี่ปุ่น ปัจจุบันเป็นสาวกศาสตร์อายุรเวทเพื่อซ่อมร่างและส่งเสริมสุขภาพจิต ว่าง ๆ ก็จัดทัวร์พาคนไปญี่ปุ่นเน้น ๆ ที่ที่ไม่มีทัวร์พาไป

ALL POSTS