HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
Walking Safari ที่มาลาวี เปิดตาให้กว้างปิดปากให้สนิท
by โลจน์ นันทิวัชรินทร์
31 ต.ค. 2562, 17:02
  268 views

กฏข้อแรกของ Walking Safari คือห้ามวิ่ง และงดใช้เสียง ถ้าพร้อมแล้วออกเดินทางได้

        “ขอต้อนรับสู่เกมไดรฟ์ครั้งแรกของคุณนะครับ เมื่อพูดเสร็จ มุสตาฟา (Mustafa) ไกด์หนุ่มแห่ง Mkulumadzi Lodge ก็ขึ้นนั่งด้านหน้าประจำที่คนขับ ส่วนข้าง ๆ เขาก็คือ วิลสัน (Wilson) ผู้เป็นพรานป่าที่มาพร้อมปืนกระบอกยาวน่าเกรงขาม จากนั้นรถโตโยต้า แลนด์ ครุยสเซอร์ แบบไม่มีหลังคาก็วิ่งออกจากลอดจ์ทันทีโดยมีผมเป็นผู้โดยสารเพียงคนเดียวของบ่ายวันนั้น

         ตอนนี้ผมกำลังนั่งโขยกเขยกไปมาฝ่าถนนฝุ่นตะลุยเข้าป่าโปร่งในเขตอุทยานแห่งชาติมาเจเต้ (Majete National Reserve) อันแสนจะโด่งดังของประเทศมาลาวี (Malawi) การท่องเที่ยวแบบซาฟารีของที่นี่นั้นนับว่ายังโล่งมาก ๆ เพราะบ่ายนี้ผมแทบไม่เจอรถคันอื่นเลย...... ชอบจัง

       

        ระหว่างทาง เราเจออิมพาลา วอเตอร์บัค เอ็นยาลา อีแลนด์ คูดู ฮิปโป จระเข้ บาบูน และนกป่าสีสวย ๆ มากมาย รวมทั้งช้างแอฟริกันครอบครัวใหญ่ แต่ยังม่มีสิงโตที่ผมอยากเห็นสักตัวจนฟ้าเริ่มมืด และอากาศก็หนาวมาก ๆ

       “วันนี้กลับก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ มุสตาฟาชวนกลับที่พัก และทันใดนั้นก็เกิดเสียงฟืดดดดด ดังขึ้น และทุกคนก็รู้ทันทีว่านี่คืออาการยางแบนแต๊ดแต๋

         เวรล่ะสิ... อย่างนี้ก็ต้องเปลี่ยนยางล่ะสิ... แล้วเรากต้องลงจากรถล่ะสิ... แล้วมันดันมืดแล้วล่ะสิ... และขอย้ำว่าขณะนี้พวกเรากำลังอยู่กลางป่าอันอุดมไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด

       

        “เอ่อ.... ลงจากรถมาก่อนนะ เอ่อ...ยังไงก็อยู่แถว รถนะ เอ่อ....อย่าไปไหนไกลนะ  มุสตาฟาบอก และแน่นอนว่าผมก็ไม่คิดที่จะออกเดินเล่นเพ่นพ่านไปไหนต่อไหนอย่างแน่นอน ความจริงผมแทบจะยืนชิดติดรถและอยู่ในอากัปกิริยาที่พร้อมจะปีนกลับขึ้นรถได้ทุกวินาทีเลยด้วยซ้ำ กฏเหล็กข้อที่หนึ่งของการท่องซาฟารีในเขตอุทยานแห่งชาติเช่นนี้ก็คือห้ามนักท่องเที่ยวลงจากรถอย่างเด็ดขาดเพราะสัตว์ป่ามีอยู่มากมาย และอาจซุ่มซ่อนตัวอยู่ตรงไหนก็ได้ ดังนั้นเราจึงสามารถเป็นเป้านิ่งของพวกเขาโดยไม่รู้ตัว แต่จากสภาพรถที่เห็นและเป็นอยู่นั้น ถ้าเราไม่เปลี่ยนยางที่ล้อหลัง เราก็คงไปต่อไม่ได้ และผมคิดว่าทั้งมุสตาฟาและวิลสันคงพิจารณาแล้วว่ามีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง... ใช่ไหมฮะคุณพี่?

        “ต้องรีบเปลี่ยนยางเร็ว เสียงมุสตาฟาบอก และส่งไฟฉายอีกกระบอกให้ผมช่วยถือส่องแสงสว่างชณะที่วิลสันก็เริ่มค้นหาอุปกรณ์สารพัดจากหลังรถ

         

         ผมช่วยหาหินมาวางล็อคตำแหน่งล้อหน้าล้อหลังท่ามกลางความมืดที่โรยตัวมาปกคลุมป่าอย่างรวดเร็วและไม่นานก็กลายเป็นความมืดที่มิดเสียยิ่งกว่ามิด รถแลนด์ ครุยเซอร์คันนี้มีล้อใหญ่มาก ๆ แม่แรงต้องยกสูงมาก ๆ เพื่อให้เปลี่ยนยางได้ และเราก็ใช้เวลาอยู่นานทีเดียว แต่มุสตาฟาและวิลสันยังคงทำหน้าที่ไกด์อย่างต่อเนื่องด้วยการอธิบายไปเรื่อย ๆ ระหว่างเปลี่ยนยาง เสียงบรรยายของเขาช่วยทำลายความวังเวงลงได้มาก

        “ค่ำ แบบนี้สิงโตจะออกหากิน เพราะบางทีกลางวันมันร้อนเกินไป เราเคยเจอตอนค่ำแบบนี้แหล่ะ... บ่อย ด้วยมุสตาฟาเล่าและผมก็เริ่มยืนไม่เป็นสุข..... ทำไมเขาถึงต้องมาเล่าเรื่องสิงโตตอนนี้ด้วยนะ

วิลสัน พรานป่า

        “ฟืดดดด ฟาดดดด..” มีเสียงแปลก ๆ ดังมาจากริมน้ำ ที่ร้องฟืดฟาดดังขึ้นมาเมื่อสักครู่ก็คือเสียงฮิปโปนั่นเอง ฮิปโปก็ชอบขึ้นฝั่งมาตอนค่ำ ... แบบช่วงเวลานี้แหล่ะ พวกมันขึ้นจากน้ำมาเดินหาหญ้ากิน ตอนกลางวันมันจะพากันหลบแดดในน้ำ ตอนนี้ถึงจะขึ้นบก บางทีมันเดินไปไกลหลายกิโลเมตรเลยนะ มุสตาฟายังคงทำหน้าที่ไกด์อย่างไม่บกพร่อง พร้อม ๆ กับที่ผมหันไปมองริมแม่น้ำชีเร่ (Shire) ที่กำลังไหลเอื่อย ๆ อยู่ด้านหลัง และพยามยามเพ่งมองฝ่าความมืดออกไปหาว่าฝูงฮิปโปฝูงนั้นอยู่กันตรงไหน พร้อมกับนึกภาพจำเมื่อช่วงบ่ายว่าผมเห็นพวกมันกี่ตัว จินตนาการกำลังเล่นตลกกับผม ผมแอบเห็นภาพว่าพวกมันกำลังชักชวนกันเดินขึ้นบกมาหาหญ้า..... แล้วมันกำลังจะแวะมาทักทายเรา

        “เสือก็ออกหากินค่ำ เหมือนกัน มุสตาฟาเล่าเสียงใสพร้อมกับเปลี่ยนยางไปเรื่อย ๆ ผมชักรู้สึกคอแห้งผากขึ้นมา

        “ไฮยีน่ากับงูเหลือมก็ออกหากินค่ำ แบบนี้เหมือนกัน มันเป็นสัตว์ที่.......” วิลสันเริ่มเล่าบ้าง

        “ดะ.. ดะ.. ดะ.. เดี๋ยวก่อนมุสตาฟากับวิลสัน เราว่าพวกยูรีบเปลี่ยนยางกันเร็ว เหอะนะ... นะ พอขึ้นรถแล้วค่อยเล่าต่อนะ... นะ ผมรีบขัดและขยับไปใกล้พวกเขาอีก

         เสียงฮิปโปดังลอยมาตามลมแรงเป็นระยะ ๆ และไฟฉายก็ดับลงวาบ รอบตัวมืดสนิท

        “เฮ้ย....” ผมเฮ้ยออกมา แล้วรีบตบ ตบ ตบกระบอกไฟฉายให้ติดอีกครั้ง มุสตาฟาหัวเราะเสียงใสพร้อมย้ำว่า เกือบเสร็จแล้ว อย่ากลัวเลย จากนั้นเขาฮัมเพลงต่อเบา ๆ อย่างไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ

        “เร็ว หน่อยก็ดีนะพี่นะ ผมลุ้นในใจและอีกไม่นานการเปลี่ยนยางก็จบลงเรียบร้อย ผมนี่โล่งใจมาก ๆ รีบปีนขึ้นรถรัว ๆ ลมเย็นยะเยือกยังคงพัดมาปะทะ เสียงฮิปโปยังคงดังฟืดฟาด.... แต่คราวนี้มันฟังเพราะกว่าเมื่อสักครู่นี้มาก ๆ ซาฟารีครั้งแรกของผมก็จบลงไปด้วยความตื่นเต้นสุด ๆ และเมื่อกลับมาถึง Mkulumadzi Lodge อันเป็นที่พัก เฮนดริก ผู้จัดการหนุ่มก็รอผมอยู่แล้ว

        “สำหรับพรุ่งนี้เช้า จะเลือกซาฟารีแบบไหนดีครับ? วันนี้นั่งรถแบบ Game Drive มาแล้ว พรุ่งนี้ลอง Walking Safari บ้างไหม?” เฮนดริกถามพร้อมเสนอไอเดีย

         

        ผมนึกถึงความตื่นเต้นที่เพิ่งเผชิญมาเมื่อสักครู่แล้วก็คิดว่าถ้าเรามีโอกาสเดินด้วยสองเท้าเข้าไปในป่าเพื่อตามหาสัตว์ต่าง ๆ บ้างก็คงจะดีไม่น้อย แต่คราวนี้ขอแบบมีแสงแดดหน่อยก็ละกันนะ แบบมืด ๆ อย่างเมื่อสักครู่นี้ ผมแทบไม่อยากก้าวลงจากรถเลย

       “งั้นขอเป็นแบบเดินเท้า Walking Safari ละกันครับ ผมตอบไปอย่างไม่ลังเล

        “ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เช้าตอนตีห้าจะมีเจ้าหน้าที่เดินไปเคาะประตูปลุกที่กระท่อมนะครับ ทานกาแฟกับบิสกิตที่เพิ่งอบใหม่ ร้อน รองท้องเสียก่อนจะได้มีแรงเดิน แล้วพอสักหกโมงครึ่งค่อยเริ่มออกเดินนะครับเฮนดริกชี้แจงกำหนดเวลา

       

        กระท่อมหมายเลขหนึ่งของผมอยู่ไกลสุด เงียบสุด และมืดสุด จึงใกล้ชิดธรรมชาติมาก ๆ แม่น้ำชีเร่ที่ไหลเอื่อยผ่านหน้ากระท่อมพักนั้นเต็มไปด้วยจระเข้และฮิปโป ตั้งแต่คืนแรกนั้นผมก็ได้ยินเสียงฮิปโปร้องอยู่ริมระเบียงหน้าห้องพักอย่างชัดเจน มีเสียงเดินสวบสาบของมันป้วนเปี้ยนไปมาด้วย ผมนอนฟังเสียงของมันตลอดคืนอย่างตื่นเต้น แต่ผมไม่กล้าจะแหวกมุ้งออกมาจากกระท่อม และทำได้แค่พยายามหรี่ตามองหาพวกมัน แต่ทุกอย่างก็มืดมากจนผมมองไม่เห็นอะไรเลย

        พรุ่งนี้ไป Walking Safari แล้วจะได้เจอพวกมันไหมนะ?

        ตีห้ามีเจ้าหน้าที่มาปลุกพร้อมกระติกกาแฟร้อนและบิสกิตโหลใหญ่ พ่อครัวที่ Mkulumadzi Lodge นั้นฝีมือดีมาก ๆ เพราะบิสกิตที่เพิ่งอบมาร้อน ๆ นั้นกรอบนอกนุ่มในพร้อมส่งกลิ่นเนยหอมชื่นใจ พอหกโมงเช้าเมื่อฟ้าเริ่มมีแสงแดด ผมก็เดินจากกระท่อมมาพบกับมาลี (Mali) ผู้เป็นไกด์ และวิลสัน ผู้เป็นพรานคนเก่งคนเดิม และเราก็เริ่มออกเดินท่องป่าไปพร้อมกับนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอีกสองคน

มาลี ไกด์พาเดิน Walking Safari

        กฏข้อแรกของ Walking Safari คือ ห้ามวิ่งโดยเด็ดขาด ขอให้ทุกคนดูสัญญาณมือจากผมเป็นหลัก ถ้าผมโบกไปข้างหน้าคือตามมา ถ้ายกมือขึ้นคือหยุด และถ้าโบกมือไปข้างหลังคือถอย และถ้าเอามือมาราบกับพื้นคือย่อตัวหรือหมอบ ...ง่ายมาก ครับ จำได้นะครับ อ้อ....และเราจะใช้เสียงกันน้อยที่สุดด้วยนะครับ เสียงมาลี ไกด์หนุ่มผิวเข้มบอก

        “ในป่ามีสัตว์ทุกประเภท ทั้งเสือ สิงโต ช้าง ยีราฟ แรด อิมพาล่า ฯลฯ งูก็มี งูพิษแรง ทั้งนั้นไม่ว่ากรีนแมมบาหรือแบล็คแมมบา รวมทั้งงูเห่าพ่นพิษแห่งโมซัมบิก ต้องระวังตัวกันมาก นะครับ มาลีย้ำอีกรอบ จากนั้นทุกคนเข้าแถวตอนเรียงหนึ่ง และออกเดิน ผมรี่มาอยู่หน้าสุดติดกับมาลีและวิลสันเลย ....ยังไงก็ขอ Safety First ไว้ก่อนล่ะนะ

       

;วอเตอร์บัค (บน) และอิมพาล่า

        จากลอดจ์ เราเดินเลียบแม่น้ำชีเร่ที่ไหลเอื่อย ๆ อย่างสงบในตอนเช้า และเริ่มเข้าป่าโดยมาลีใช้เสียงเบา ๆ คอยอธิบายถึงต้นไม้และสัตว์ต่าง ๆ เท่าที่เราพบ ไม้ว่าจะพบตัวมันเป็น ๆ หรือพบแต่เฉพาะซาก รอยเท้า หรือโพรงของมัน ในชั่วโมงแรก ๆ เราก็เจอสัตว์เยอะมาก ๆ มันคือสัตว์ประเภทกวางอย่าง วอเตอร์บัค เอ็นยาลา และอิมพาล่าซึ่งยืนกันเป็นฝูงและขี้ตกใจมาก ๆ คอยแต่จะโดดหนีเราอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะย่องไปหาอย่างเกรงใจสุด ๆ และเว้นระยะห่างสุด ๆ แล้วก็ตาม มันก็ยังกระโดดหยองแหยงหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย และถ่ายรูปยากมาก ๆ

        พอเดินไปเรื่อย ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีงูสีดำเลื้อยอย่างว่องไวอยู่ที่พื้น ผมตกใจจนตัวแข็งทื่อและแอบคิดว่านี่ต้องเป็นเจ้างูแบล็คแมมบาอันแสนร้ายกาจแน่ ๆ แต่มาลีบอกว่าไม่แน่ใจเพราะยังดูเป็นงูเด็ก ๆ ที่วิเคราะห์ยากมากว่าเป็นพันธุ์ไหน ต้องรอให้โตกว่านี้ก่อน ถึงจะเป็นลูกงูแต่มันก็ทำให้ผมเสียววาบและผมก็พยายามเพ่งทางเดินโดยใช้สมาธิจดจ่อเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

         ตามต้นไม้มักจะมีเจ้าลิงบาบูนและลิงชนิดต่าง ๆ ที่จำชื่อไม่ได้ ลิงพวกนี้ชอบอยู่บนต้นเชสนัทที่มีเนื้อไม้ขาวกระจ่างมาก ๆ หากเอามือลูบที่ลำต้นของมันก็จะมีผงสีขาวนวลติดมือมาด้วย

       

        ในชั่วโมงที่สอง เราเดินออกจากป่ามาที่ริมน้ำ เราเห็นโขลงช้างอยู่ไกล ๆ ห่างออกไปหลายกิโลเมตร แต่เราก็รู้สึกเย็นวาบไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อตระหนักว่าเรากับเขาอยู่ในบริเวณเดียวกันแบบปราศจากกรงกั้น ที่หาดริมน้ำก็มีจระเข้และฮิปโปเป็นดาราหลัก พวกจระเข้ก็จะนอนนิ่ง ๆ ราวก้อนหินพร้อมอ้าปากกว้างอย่างที่พบเสมอ ส่วนฮิปโปก็หมกตัวในแม่น้ำเห็นใบหูกระดุกกระดิกอย่างน่ารัก .....แต่

        “ฮิปโปวิ่งเร็วมาก เลยนะครับ เร็วกว่ามนุษย์เสียอีก และยังหวงอาณาเขตมาก มีสถิติว่าฮิปโปทำร้ายมนุษย์มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น มากกว่าเสือ หรือสิงโตด้วยซ้ำมาลีเล่าให้เราระวังและอย่ายืนชิลกันเกินไปนักแม้จะอยู่ห่างจากพวกมันพอสมควร

ดูนกกันจริงจัง

        นกก็มีเยอะมาก ๆ และนกที่ผมปลื้มสุดคือนก White-Crowned Lapwings (Prover) ที่มักจะทำรังบนพื้น และพร้อมจะบินมาจู่โจมเราทันทีที่เราเดินไปใกล้รังของมัน วันนั้นเราเจอนกชนิดนี้บินพุ่งใส่บ้าง บินวนขู่บ้างอยู่หลายรอบ นกชนิดนี้ดุเอาเรื่องเลย

        “มาลี... มาลี... แล้วถ้าเดิน ไปเจอสิงโตล่ะ ผมกระซิบถามมาลี ไกด์คนเก่ง

        “Don’t worry. I shall handle it” มาลีตอบสั้น ๆ แต่ผมก็ยังแอบสงสัยว่า “I shall handle it” มันคืออะไร?

        “อย่ากลัวแต่เฉพาะสิงโตนะ ความจริงสัตว์ทุกชนิดอันตรายหมดหากพวกมันรู้สึกว่ากำลังโดนรุกราน ต้องระวังประเด็นนี้มาก วิลสันช่วยเสริม

       

       ตลอดสามชั่วโมงที่เราเดินเลียบแม่น้ำ บุกป่า ฝ่าดง ผมพบว่า Walking Safari นั้นสร้างความตื่นเต้นมาก ๆ เพราะเรากำลังอยู่ในบริเวณเดียวกับสัตว์โดยไม่มีอะไรมากีดขวางเลยที่สำคัญคือการได้สังเกตรายละเอียดอย่างมูลสัตว์ว่าเป็นของชนิดไหน สังเกตรอยเท้าและลองแกะรอยซึ่งหลายครั้งที่เราตื่นเต้นเมื่อทราบว่ามันคือรอยเท้าของเสือ แรด ช้าง หรือฮิปโปที่เพิ่งผ่านตรงจุดนี้ไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ หรือการสังเกตโพรงว่าเป็นของสัตว์ประเภทใด และวันนั้นผมเห็นโพรงเม่น กับตัว Aardvark จนเวลากว่าสามชั่วโมงหมดลงไปอย่างรวดเร็วพร้อมความรู้เรื่องธรรมชาติของสัตว์ต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งประเภทและประโยชน์ของต้นไม้ในท้องถิ่น แต่ผมก็ยังไม่เจอสิงโตเสียที

        เราจบ Walking Safari ด้วย Bush Breakfast ที่เฮนดริก ผู้จัดการ Mkulumadzi Lodge ลงทุนพาเชฟ และพนักงานเสิร์ฟมาตั้งโต๊ะบริการอาหารเช้าถึงกลางป่า

       “โอ้โห... หรูหราจัง ผมตื่นเต้นกับมื้อพิเศษในสถานที่พิเศษนี้มาก ๆ

       

        “มันเป็นประเพณีที่เราจะจัด Bush Breakfast ให้แขกทุกคนได้ลองครับ ยิ่งเพิ่งเดินขึ้นเขาลงห้วยมากว่าสามชั่วโมงแบบนี้ยิ่งต้องเพิ่มพลังกันหน่อย เฮนดริกเล่าความเป็นมาของอาหารเช้าพิเศษมื้อนี้

         อากาศเย็นจนหนาว แต่เมื่อได้ English Breakfast ที่มาพร้อมชาร้อนแบบนี้แล้วก็เลยหายหนาวไปทันที

       “ที่มาลาวีไม่เคยมีเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายคนจาก Walking Safari เลย ทั้งไกด์และเจ้าหน้าที่ต้องผ่านการทดสอบและอบรมอย่างต่อเนื่องและจริงจัง พรานที่มือปืนอย่างวิลสันนั้นก็มีฝีมือมาก มาลีเล่าให้ฟังระหว่างอาหารเช้าสุดเก๋

        “สัตว์ทุกตัวในอุทยานแห่งชาติมาเจเต้เป็นสัตว์สงวน ใครทำร้ายมีโทษสถานหนัก เราทำได้เพียงยิงขู่เท่านั้น และที่ผ่านมาก็ไม่มีเหตุการณ์ร้ายใด เลย เฮนดริกช่วยเสริม

         Walking Safari จัดขึ้นเพื่อให้มนุษย์ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้เรียนรู้จากธรรมชาติ และอยากให้เห็นว่ามนุษย์สามารถอยู่ร่วมพื้นที่กับสัตว์ได้เช่นกัน ทุก ๆ วันที่ผมพักที่ Mkulumadzi Lodge คือความตื่นเต้น ทุกวันเป็นไฮไลตที่ผมเลือกไม่ได้เลยว่าช่วงเวลาไหนสนุกตื่นเต้นกว่าเวลาไหน

Image Contribution : Robin and Pope Safaris และโลจน์ นันทิวัชรินทร์

ABOUT THE AUTHOR
โลจน์ นันทิวัชรินทร์

โลจน์ นันทิวัชรินทร์

หนุ่มเอเจนซี่โฆษณาผู้มีปรัชญาชีวิตว่า "ทำมาหาเที่ยว" เพราะเรื่องเที่ยวมาก่อนเรื่องกินเสมอ ชอบไปประเทศนอกแผนที่ที่ไม่มีใครอยากไปเลยต้องเต็มใจเป็น solo backpacker

ALL POSTS