HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
“คิดถึง...สมเด็จย่า”... จากยอดดอย สู่เมืองหลวง สู่แบรนด์แห่งโลกแฟชั่นและงานหัตถศิลป์ระดับโลก
by Fairytale
25 ต.ค. 2562, 15:22
  216 views

พบกับนิทรรศการ “คิดถึง...สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์” ได้จนถึง27 ตุลาคมนี้

       ในโลกของงานฝีมือ และงานศิลปะของชาวไทยภูเขาบนยอดดอย แบรนด์ดอยตุง คือหนึ่งในดวงใจ ที่ได้รับการกล่าวขานมาเป็นเวลานานกว่าสามทศวรรษ ถึงความงามและความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ ความงามตามธรรมชาติมากที่สุด

       

        ความทรงจำของพสกนิกรไทยทุกคน ต่างซาบซึ้งต่อพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ที่ทรงงานเพื่อประโยชน์สุขให้กับผืนแผ่นดินอย่างมากมาย ทั้งสองพระหัตถ์ทรงงานอย่างหนักด้วยความห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎรไทยอยู่เสมอตามพระราชปณิธาน “ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง” โดยทรงจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมผลผลิตชาวเขาไทย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปีพ.ศ.2515 กระทั่งเปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ” ในปัจจุบัน ภาพที่เราเห็นจนชินตามักเป็นภาพที่พระองค์ทรงนั่งอยู่บนพื้นหญ้า ในพระหัตถ์ทรงมีดอกไม้ ดอกหญ้า ดอกเล็กๆ อยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะทรงรักในงานศิลปะ เช่น การทำกระดาษสา หนังสือทำมือ การตกแต่งดอกไม้แห้ง

       

        เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพในปี 2562 นี้ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด  ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดนิทรรศการ “คิดถึง...สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์” โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดงาน ในวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม เวลา 17.30 น.

       

         ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการจัดนิทรรศการ “คิดถึง...สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22 ว่า

“นิทรรศการครั้งนี้ เน้นเรื่องของการทรงงานด้วยการใช้สองพระหัตถ์ ทรงงานอย่างหนัก เสมือนดั่งมือที่คอยช่วยเหลืออุ้มชู ประคองให้สามารถพลิกฟื้นผืนดินให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนสามารถเลี้ยงดูตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีที่มาที่ไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดให้ประชาชนคนรุ่นหลังได้รู้จัก และไม่หลงลืมเรื่องราวต่าง ๆ ของพระบรมราชชนนีจึงเป็นที่มาของการจัดงานนิทรรศการ คิดถึงสมเด็จย่า มาอย่างต่อเนื่องถึงทุกวันนี้”

        “ดังนั้น นอกจากการนำเสนอพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบันของผืนแผ่นดินในภาคเหนือและดอยตุง ยังเชิญศิลปินช่างภาพถ่ายรูปมือของคนทำงานที่ดอยตุง เช่น คนปลูกกาแฟ คนคั่วกาแฟ คนทำกระดาษสา คนปั้นดิน คนปลูกดอกไม้ คนทำสวน คนทอผ้า และปักผ้า โดยไม่เน้นหน้าของคนทำงาน แต่เน้นที่มือ สื่อให้เห็นว่าจากมือของสมเด็จย่าที่ช่วยเหลือประชาชน ทำให้ประชาชนมีอาชีพ สร้างรายได้ และใช้มือนี้สานต่องานที่พระองค์ท่านได้เริ่มไว้ สร้างสรรค์เป็นงานและอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน”

แบรนด์ DoiTung

        กล่าวกันว่า ทุกวันนี้ดอยตุงเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เหตุผลสำคัญที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ คือ การสร้างชื่อเสียงมาอย่างมีระบบ ได้รับการปกป้องรักษาและสืบทอดอย่าง ยั่งยืน “ดอยตุง ไลฟสไตล์” แบรนด์แฟชั่นคุณภาพของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จำหน่ายผลิตภัณฑ์งานฝีมือของดอยตุง ประกอบด้วย ของตกแต่งบ้าน เครื่องเคลือบดินเผา ผลิตภัณฑ์กระดาษสา ผ้าทอมือ เสื้อผ้า พรมทอมือ ที่เกิดจากการผสมผสานกันอย่างลงตัวของวัตถุดิบธรรมชาติและภูมิปัญญาเรื่องการทอผ้าที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เติมแต่งสไตล์ให้ทันสมัยด้วยความคิดสร้างสรรค์จากนักออกแบบมืออาชีพของดอยตุง ในแนว "การออกแบบเพื่อความยั่งยืน" (Sustainable Design) ที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นเฉพาะตัว คือ เป็นผ้าทอมือจากเส้นใยธรรมชาติอันละเอียดอ่อน และการถักทอให้เกิดลวดลาย สวมใส่สบาย มีเนื้อผ้าหรือ texture ที่ดูนุ่มละมุน สวยงาม ซึ่งจุดแข็งอีกอย่าง คือ การออกแบบผสมผสานระหว่างมุมมองของดิไซเนอร์คนรุ่นใหม่บวกกับฝีมือการทอ ตัดเย็บของช่างผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่น ทำให้เข้าถึงใจและรสนิยมของคน รุ่นใหม่ที่ ใส่ใจในธรรมชาติและสังคม จนกลายเป็นความนิยมแฟชั่นที่ดูคูลและร่วมสมัย

         

        หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ปัจจุบัน โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จึงไม่ใช่เพียงต้นแบบด้านการแก้ไขปัญหาการปลูกพืชเสพติดเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืนให้หลายประเทศ ทั้ง เมียนมา อัฟกานิสถาน และอินโดนีเซีย และยังมีคณะศึกษาดูงานเดินทางมาที่ดอยตุงมากมายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาเรียนรู้และนำกลับไปประยุกต์กับบริบทของเขา

        และที่สำคัญมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังใช้ศักยภาพที่มีส่งเสริมและต่อยอดธุรกิจเพื่อสังคมอื่น ๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จย่าอีกทางหนึ่ง โดยใช้ธุรกิจเพื่อสังคมภายใต้แบรนด์ “ดอยตุง” (DoiTung) เป็นกลไกหลักในการดำเนินงาน และกรอบแนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน หรือ “3S Model” (สามเอส โมเดล) เป็นแกนหลักในการดำเนินงาน ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เรียนรู้และประยุกต์จากหลักการทรงงานและแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยแบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ ได้แก่ อยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องอย่างยิ่งกับ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (SDG Goals) ของสหประชาชาติ”

เวลาเป็นของมีค่า

        ภายในงานผู้ชมสมารถเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อป “เวลาเป็นของมีค่า” ที่ยกบรรยากาศงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงมาจำลองไว้ในงาน ได้แก่

  • เวิร์คช็อปการชงกาแฟดริป และเทคนิค
  • การวาดฟองโฟม (ไม่มีค่าใช้จ่าย) วันจันทร์-ศุกร์ 2 รอบ ได้แก่ เวลา 17.00น. และ 19.00น. วันเสาร์อาทิตย์ 3 รอบ ได้แก่ 11.00น. 15.00น. และ 17.00น.
  • กิจกรรมเวิร์คช็อปวาดลวดลาย ตกแต่งจานเซรามิค (มีค่าวัสดุอุปกรณ์) แบ่งเป็น 3 รอบ ได้แก่ 12.00น.15.00น. และ18.00น.
  • กิจกรรมศิลปะ (มีค่าวัสดุอุปกรณ์) แบ่งเป็น ศิลปะบนถุงผ้า เพ้นท์หรือปัก/ศิลปะบนกระดาษสา เพ้นท์หรือตกแต่งด้วยดอกไม้แห้ง/ศิลปะการทำตุงหรืองานถักร้อย แบ่งเป็น 4 รอบ ได้แก่ 11.00น.13.00น. 16.00น. และ 19.00น.
  • กิจกรรมจัดต้นไม้ในแก้วและสวนถาด (มีค่าวัสดุอุปกรณ์) แบ่งเป็น 4 รอบ ได้แก่ 11.00น. 14.00น. 17.00น. และ 20.00น.

        นอกจากนี้ มีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพแบรนด์ดอยตุง โดยฝีมือคนในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงราย อาทิ หัตถกรรมแบรนด์ Doi Tung Lifestyle และ Doi Tung Café กับกาแฟอาราบิก้า 100% คุณภาพพรีเมี่ยม รวมทั้งร้านต้นไม้ดอยตุง ที่นำต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงจากศูนย์เพาะเลี้ยงต้นไม้ที่ ดอยตุง จ.เชียงราย

นิทรรศการคิดถึง...สมเด็จย่าครั้งที่ 22 ภายใต้คอนเซ็ปต์มือที่สร้าง งานที่สรรค์ได้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคมนี้ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

 

ABOUT THE AUTHOR
Fairytale

Fairytale

ผู้สื่อข่าวสายแฟชั่นนิสต้า ชอบสี midnight blue เป็น self-learner และนิยมการเลี้ยงลูกแบบอิสระ

ALL POSTS