HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
 “อินดอร์ เจนเนอเรชั่น”  เด็กติดจอ เสี่ยงไร้ทักษะรับมือกับสิ่งต่างๆ ในชีวิต
by HappBKK
23 ก.ย. 2562, 17:01
  257 views

แพทย์แนะให้ระวังผลเสียจากสื่ออิเล็กทรอนิคส์ โดยเฉพาะในช่วง 2 ขวบปี

         เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย กำลังทำให้เด็กรุ่นใหม่กลายเป็น “เด็กกล่อง” มีเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งน้อยลง ผลการวิจัยพบว่า เด็กยุคนี้ออกไปเล่นนอกห้องน้อยกว่าเจนเนอเรชั่นก่อนถึงร้อยละ 71 ส่วนหนึ่งเพราะการใช้ชีวิตของพ่อแม่ที่อยู่แต่อินดอร์และใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นพี่เลี้ยง โดยคิดว่าทำให้เด็กเงียบไม่วุ่นวายและช่วยเสริมการเรียนรู้ ทั้งที่ความจริง สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตและจอต่างๆ ที่ป้อนให้ลูกตั้งแต่เล็ก กลับปิดกั้นโอกาสและทำให้พัฒนาการช้ากว่าปกติ        “การใช้เทคโนโลยีเป็นผู้ช่วยในการเลี้ยงลูก เพื่อหวังส่งเสริมให้ลูกเป็นเด็กเก่งและฉลาด
เป็นค่านิยมที่เข้าใจผิด เพราะความฉลาดหรือสติปัญญาเป็นสิ่งที่เกิดจากกระบวนการ
การเรียนรู้ ซึ่งต้องอาศัยหลายปัจจัยร่วม (multifactorial factors) ในการสร้างให้เกิดขึ้น  เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเปิดโลกให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่ก็จำเป็นต้องอยู่ภายใต้
การกำกับดูแลและคำแนะนำของพ่อแม่อย่างใกล้ชิด” รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ 
กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม คณะแพทยศาสตร์วชิร
พยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช  กล่าวและเสริมว่า “พ่อแม่ต้องใส่ใจ และ
ตระหนักถึงผลเสียจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์รอบตัวลูก เพราะการติดสื่อเป็นไปได้ง่าย โดยเฉพาะช่วง 2 ขวบปีแรก
ที่ไม่ควรให้เด็กได้เรียนรู้จากหน้าจอ การใช้เทคโนโลยีเลี้ยงลูกและปล่อยให้ลูกท่องโลกผ่านจอเป็นเวลานานๆ 
เพียงลำพังเป็นความเสี่ยงอย่างมากต่อการพัฒนาอย่างรอบด้านของเด็ก ทำให้เด็กไม่ได้รับโอกาสในการเรียนรู้
และพัฒนาทักษะสำคัญในชีวิต”        

        การใช้ชีวิตติดจออยู่แต่ในห้อง ทำให้เด็กขาดทักษะการเคลื่อนไหว 
การปรับตัวเข้ากับสังคมรอบข้าง การคิดและการพัฒนาสติปัญญา การควบคุมอารมณ์ การใช้ภาษาและการสื่อสารแบบสองทาง ด้อยทักษะด้านการเข้าสังคม การปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ รอบตัว รวมถึงทักษะด้านจริยธรรม การสร้างสรรค์ แล้วยังมีผลกระทบในด้านอื่น เช่น ภาวะสายตาสั้นเทียม ความแข็งแรงของร่างกายลดลง ภาวะโรคอ้วน หรือโรคภูมิแพ้ เป็นต้น 
        เวลาที่เหมาะสมในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเด็กคือวันละไม่เกิน 2 ชั่วโมง “พ่อแม่อาจภาคภูมิใจว่า ลูกสามารถเรียนรู้ผ่านการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยลืมไปว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กขาดความสนใจในการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง 
การสื่อสารผ่านจอทุกประเภทเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากในปัจจุบัน ดังนั้น พ่อแม่จึงเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะช่วย
ปลดล็อคแม่กุญแจที่มีชื่อว่า “พัฒนาการเด็ก” ให้พัฒนาไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยการกำกับและควบคุม
ความเหมาะสมของการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีของลูกให้เป็นไปอย่างยืดหยุ่นและมีความสมดุลในตัวเอง ให้ความสำคัญกับการเลือกสื่อที่ผลิตมาสำหรับเด็ก ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์การเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย 
ให้เวลาและคำแนะนำอยู่ข้างๆ โดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงในแต่ละวัน เพื่อจะได้เหลือเวลา
ไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่มีประโยชน์บ้าง” 

        “การละสายตาจากจอทำออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านผ่านการเล่นเลอะเทอะ จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการการเรียนรู้
ของเด็กๆ ได้ดียิ่งขึ้น การหยิบจับ ห้อยโหน วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ นอกจากจะได้ความสนุกตามวัยแล้ว กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ 
ยังได้รับการกระตุ้นให้แข็งแรง การพูดคุยแลกเปลี่ยนทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ จะทำให้เด็กเรียนรู้การทำงานร่วมกัน 
การรู้จักแบ่งปัน การแก้ปัญหาในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกิด
การพัฒนาระบบความคิด ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานของการปรับตัวเข้าสังคมเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เด็กได้ค้นพบตัวเอง 
ได้ซึมซับทักษะต่างๆ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของตนเอง และได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านอย่างแท้จริง” รศ. นพ. พงศ์ศักดิ์สรุป.

ABOUT THE AUTHOR
HappBKK

HappBKK

Live Every Day

ALL POSTS