HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
“ถ้าไม่กล้า ก็น่าเบื่อ” AUDACIOUS by NARS น้ำหอมที่ให้ความรู้สึกลึกลับของกลิ่นดอกไม้ในยามค่ำคืน
by วรวุฒิ พยุงวงษ์
3 ก.ย. 2562, 14:59
  127 views

น้ำหอมออกแบบจากสีขาวดำ เพื่อก้าวออกไปจากโลกซึ่งเต็มไปด้วยสีสันของเมคอัพ และใช้กลิ่นในการเล่าเรื่องที่ลึกเร้น

        หลังผัดผ่อนมานานว่าจะทำ หรือไม่ทำ จะขาย หรือไม่ขาย ในที่สุดเมื่อมาถึงวาระครบรอบ 25 ปีของแบรนด์ที่ตนเป็นผู้ก่อตั้ง และฟูมฟักจนผลิตภัณฑ์หลายชิ้นติดอันดับขายดีระดับโลกตลอดกาล ฟรองซัวส์ นารส์ก็หันมาหาการสรรค์สร้างผลงานเพื่อเติมเต็มความงามให้แก่ผู้หญิงนอกเหนือจากสีสันของ Nars Makeup กับการดูแลถนอมผิวจาก NARSskin ด้วยน้ำหอมกลิ่นแรกในชื่อสุดก๋ากั่นว่า Audacious

        “รู้งี้ผมทำน้ำหอมขายมาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้วเสียก็ดี เขาสารภาพ พร้อมกับอธิบายว่าจริงๆ ตนเองก็เป็นคนชอบน้ำหอมมาแต่ไหน แต่ไร จนกระทั่งได้พบกับโอลิเวีย จาโกเบ็ตติ สุดยอดดาวเด่นแห่งวงการนักออกแบบน้ำหอมเมื่อปี 2012 ผ่านการแนะนำของเพื่อนสนิท การพูดคุยกับหญิงสาวซึ่งมีความกล้าบ้าบิ่นพอๆ กับเขา ก็จุดประกายความคิดถึงน้ำหอมขึ้นในใจของฟรองซัวส์ ในเรื่องของความสวย ความงาม เราพูดจาภาษาเดียวกัน มันดูลงตัวมาก เขาบอก

       

        ด้วยความรักในบรรยากาศของเกาะส่วนตัว “โมตู ตาเน” ที่เขาซื้อไว้เมื่อปี 2000 หลังขายแบรนด์ให้แก่กลุ่มบริษัทชิเซโด้ กลิ่นอายพื้นเมืองตาฮิติกลางมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ สร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบกลิ่นของมวลดอกไม้ในควันไฟขึ้นมา แทนที่จะเป็นกลิ่นดอกไม้ หรือผลไม้เมืองร้อน หรืออะไรก็ตามที่เป็นหมู่เกาะทะเลใต้อย่างที่หลายคนมักคาดเดา ฟรองซัวส์บอกว่าเขา อยากได้อะไรสักอย่างที่แปลกแหวกแนว เป็นกลิ่นหอมที่เล่าเรื่องได้

        และเพื่อเล่าเรื่องราวของฟรองซัวส์ นารส์ โอลิเวีย จาโกเบ็ตติผู้รับผิดชอบงานออกแบบแนวกลิ่นจึง ต้องเข้าไปอยู่ในโลกของเขา ศึกษาภาพถ่ายฝีมือของเขา ทำความเข้าใจในลูกเล่นการใช้แสง ฟังเขาพูดคุยถึงความต้องการต่างๆรวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเกาะของเขาในอีกซีกโลก ในการร่วมงานกันครั้งนี้เขาต้องการสร้างเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นแบบฉบับเฉพาะตัว

        "ความคิดอันดับแรกของดิฉันก็คือวาดภาพน้ำหอมขึ้นในใจโดยใช้สีดำกับสีขาว เพื่อก้าวออกไปจากโลกซึ่งเต็มไปด้วยสีสันต่างๆ ของเมคอัพ และใช้กลิ่นในการเล่าเรื่องที่ลึกเร้น เป็นการส่วนตัวในโลกของฟรองซัวส์

         

        จาโกเบ็ตติถ่ายทอดมุมมอง และประสบการณ์ต่างๆ จากความทรงจำของนารส์ออกมาสู่กลิ่นหอมได้อย่างแยบคาย จากการใช้กลิ่นหอมของดอกลีลาวดีขาว ซึ่งราวกับถูก “เผา” อยู่ในเตาเผากำยานที่ใช้ไม้จันทน์เทศกับไม้ซีดาร์ขาวเป็นเชื้อฟืน กลิ่นที่โชยออกมาเลยชวนให้นึกถึงบรรยากาศความมืดมิดบนเกาะโมตูตาเน “พายุ, ภูเขาไฟ, ไฟที่เราจุดให้คุดชนก่อความสว่างไสวในยามค่ำคืน” ฟรองซัวส์ นารส์กล่าว เป็นแนวคิดของการนำขั้วต่างทางความขัดแย้งมาอยู่ร่วมกัน ความดำมืดกับแสงสว่าง

        แนวคิดนั้นเอง ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นทางการออกแบบ และค้นหาส่วนผสม หรือหัวน้ำหอมของจาโกเบ็ตติ ดิฉันทำงานจากความแตกต่างระหว่างสีขาวกับสีดำ การตัดกันระหว่างแสงกับเงามืด

              ดิฉันนึกถึงหัวน้ำปรุง (accord: การนำหัวน้ำหอมต่างๆ มาผสมร่วมกันขึ้นเป็นหัวน้ำหอมจำลองแบบกลิ่นในธรรมชาติซึ่งไม่สามารถทำการสกัดได้) เป็นสูตรผสมที่มอบกลิ่นซึ่งทำให้นึกถึงสีขาว และให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ สูงส่ง โดยอาศัยสองส่วนผสมที่มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง นั่นคือความหอมหวานของดอกเตียเรขาวสะพรั่ง กับความฉุนเฉียวของกลิ่นควันไฟดำทะมึนอันเกิดจากการเผากำยาน ดอกไม้ก็ไม่ต่างอะไรจากทรวดทรงของโครงสร้าง อาศัยเส้นสายที่ต่อเนื่อง ราบรื่น ละมุนละไม เพื่อให้นึกถึงสีขาว และถูกโอบล้อมอย่างบรรจงไว้ในไออุ่นของกลิ่นไม้กับกลิ่นควันเผากำยาน จุดประกายจินตนาการให้เห็นภาพดอกไม้ซึ่งถูกปกคลุมไว้ท่ามกลางแสงสลัว เป็นดอกไม้ในไอควัน

       

        และผลลัพธ์ที่ได้ตามระบุแก่นักออกแบบน้ำหอมดาวเด่นของวงการ นั่นก็คือ “ผมไม่ต้องการน้ำหอมที่ให้ความรู้สึกโจ่งแจ้ง ไม่ใช่การแสดงออกอย่างเปิดเผย ชัดเจน ผมกำลังมองหาความลึกลับ ดอกไม้ในยามค่ำคืน...” ก็ถูกนำมาบรรจุไว้ในขวดรูปทรงสถาปัตยกรรม ผลงานการออกแบบของฟาเบียน บารอง เพื่อนรัก และผู้ร่วมงานตลอดชีพของเขา ซึ่งขวดน้ำหอม Audacious ยังทำหน้าที่เป็นนางแบบร่วมกับนางแบบจริงๆ ที่มาให้เห็นแต่เพียงโครงร่าง เป็นเงาในแพรดำโดยไม่ปรากฏให้เห็นใบหน้าเพื่อเน้นถึง Audacious แบบฉบับฟรองซัวส์ นารส์ในอีกแง่มุม

STORY BY วรวุฒิ พยุงวงศ์

PHOTO COURTESY OF Nars Thailand

ABOUT THE AUTHOR
วรวุฒิ พยุงวงษ์

วรวุฒิ พยุงวงษ์

At boundary of athletics and beauty, I write and play

ALL POSTS