HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
จากริมฝีปากสู่ 25 ปีแห่งความสำเร็จของฟรองซัวส์ นาร์ส
by วรวุฒิ พยุงวงษ์
11 ส.ค. 2562, 16:18
  305 views

        “ฟรองซัวส์เป็นนักฝัน เป็นคนช่างฝันตัวยง! ความแตกต่างก็คือ เขามีมุมมองของตนเอง มีพลัง และมีความกล้าที่จะทำให้ความฝันทั้งหลายนั้นกลายเป็นความจริง ทุกครั้งที่ดิฉันอยู่กับเขา ดิฉันจะรู้สึกเหมือนตนได้รับการเติมเต็ม ไม่ว่าจะอยู่ในฉากถ่ายทำที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของเขาออกมาบนตัวดิฉันในฐานะลิซ เทย์เลอร์ (ซึ่งเขาเป็นทั้งผู้กำกับ, ช่างแต่งหน้า และช่างภาพไปพร้อมกัน) หรือบนเกาะสวรรค์อันงดงามเหนือจินตนาการของเขาในเซาธ์ แปซิฟิก หรือแม้กระทั่งในร้านน้ำชาขนานแท้ร้านเล็กๆ สักแห่งซึ่งเขาเป็นผู้ค้นพบ ฟรองซัวส์มีเรื่องมาเซอร์ไพรส์เราได้ตลอด”

       คำพูดของเดล แฮดดั้น นางแบบแคนาเดียน ผู้โด่งดังระดับตำนานระหว่างทศวรรษที่ 1970-80 ก่อนยุคทองของ “สุดยอดนางแบบ” (Super Model) คงใช้อธิบายถึงแรงผลักดันฟรองซัวส์ นารส์ในการก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตนเองได้เป็นอย่างดีเมื่อ 25 ปีที่แล้ว

       

        จุดเริ่มต้นของแบรนด์ NARS คือลิปสติก 12 เฉดซึ่งเขาเป็นผู้ออกแบบสีขึ้นเอง อันสืบเนื่องจากข้อจำกัดทางเฉดสีลิปสติก ทำให้เขาไม่สามารถหาสีลิปสติกมาใช้ในการแต่งหน้าได้ตามต้องการ กระนั้น การออกแบบ และผลิตลิปสติกขึ้นมาใช้เองก็หาได้ต่างจากการสั่งผลิตเครื่องสำอาง ไม่ใช่แค่ทำขึ้นมาสีละแท่ง แต่ต้องมีปริมาณการสั่งผลิต ด้วยเหตุนั้น การมีลิปสติกเฉดสีของตนเอง จึงจุดประกายความคิดให้เขาต่อยอดไปสู่การสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของตัวเองขึ้น และวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก กับสถานที่แรกในห้างบาร์นีย์ส์ นิวยอร์ก

        “ผมพบกับฟรองซัวส์ครั้งแรกก็คงเป็นช่วงต้นทศวรรษที่ 90 ตอนนั้นเขากำลังแต่งหน้าลินดา อีแวนเจลิสต้าสำหรับถ่ายงานให้ห้างบาร์นีย์ส์อยู่ และตอนนั้นนั่นแหละที่ผมอึ้งไปกับความกล้าบ้าบิ่นของเขาในการใช้ทักษะ ความชำนาญเฉพาะตัวมาพลิกแพลงเป็นลูกเล่นต่างๆ แนวคิดบ้าบิ่นกลับดูสง่างามตามธรรมชาติ อย่างเช่นการที่เขาปาดคอนซีลเลอร์กลบคิ้วของลินดา แล้ววาดคิ้วปลอมขึ้นใหม่ ปาดสูงขึ้นไปเกือบถึงหน้าผาก มันฟังดูบ้านะ แต่ถ้าคุณได้เห็นภาพที่ถ่ายออกมาแล้ว มันกลับดูเฉียบขาด ล้ำเลิศมากจริงๆ!” - ซิมอน ดูแนน, ตัวแทนจากแผนกสร้างสรรค์ของห้างบาร์นีย์ส์ นิวยอร์ก

        ด้วยไหวพริบ ความชำนาญในการใช้เมคอัพต่างๆ สร้างผลงานบนใบหน้าของผู้หญิง ฟรองซัวส์ นารส์เลือกที่จะวางจำหน่ายคอลเลคชั่นแรกในชีวิตเป็นลิปสติก 12 เฉดสี ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ “เงินผมไม่พอ!” ดังนั้น ลิปสติกจึงน่าจะเป็นหนทางเริ่มต้นอันดีที่สุดในการทดลองตลาดเพื่อดูปฏิกิริยาตอบรับจากสาธารณชนว่าถ้าหากดำเนินการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เมคอัพครบวงจรจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ฟรองซัวส์สารภาพเองว่าเป็นการลำบากใจ และกายอย่างยิ่งสำหรับเขาในการทุ่มเงินจำนวนมหาศาล (ในมุมมองของเขาตอนนั้น) ไปกับการผลิตลิปสติก ซึ่งจะร่วง หรือรุ่ง ก็ไม่มีใครคาดเดาได้

       “ฟรองซัวส์เจอกับผมเป็นครั้งแรกตอนงานถ่ายภาพให้นิตยสารโว้กอิตาเลียนที่ไมอามี ตอนนั้นมีสตีเวน มายเซิลเป็นช่างภาพ และนางแบบก็คือลินดา อีแวนเจลิสต้า เราเริ่มทำงานถ่ายภาพร่วมกันบ่อยครั้งมากขึ้น และกลายเป็นเพื่อนสนิทกันในทันที ในฐานะผู้ก่อตั้ง ฟรองซัวส์นำสไตล์ต่างๆ มามอบให้แก่แบรนด์ นี่ล่ะ คืองานของเขา ในฐานะศิลปินช่างแต่งหน้าผู้เปี่ยมพรสวรรค์ระดับสูง เขามีมุมมองอันชัดเจนเกี่ยวกับเมคอัพ, ผู้หญิง และความงาม - ฟาเบียน บารอน นักออกแบบ

        ฟรองซัวส์ นาร์สคิดว่าเลข 12 ก็น่าจะเป็นตัวเลขที่ดี เขาก็แค่เลือกสีที่ตนรัก แน่นอน ผู้หญิงย่อมคู่กับสีแดงเมื่อถึงเวลาทาปาก (กระนั้น สีชมพูกับสีโทนกลางอย่างสีเนื้อ หรือนู้ด ก็เป็นที่ชื่นชอบเช่นกัน) หลายสีในคอลเลคชั่นแรก คือสีที่เขาผสมขึ้นสำหรับใช้ทาปากเหล่านางแบบสาวแห่งยุคนั้นขึ้นหน้าปกนิตยสาร Vogue อย่างลินดา อีแวนเจลิสต้า จากนั้น เขาก็ขอให้ฟาเบียน บารอนเป็นผู้ออกแบบปลอกลิปสติก รวมถึงกล่องบรรจุ ด้วยเหตุผลว่า เขาเป็นบุคคลเดียวที่ผมต้องการ ผมไม่มีตัวเลือกอื่น หรือตัวเลือกสำรองใดๆ ทั้งสิ้น!”

        ในการออกแบบเฉดสีทั้งสิบสองนั้น ฟรองซัวส์ นารส์อาศัยสัญชาตญาณของตนเป็นบรรทัดฐาน ผลักดันแรงบันดาลใจให้ก่อผลลัพธ์ส่งผ่านรสนิยมส่วนตัวของตนออกมาอย่างชัดเจน ไม่ต่างอะไรจากจิตรกรเวลาหยิบผงสี หรือแม่สีมาผสมบนจานสีเพื่อสร้างสีใหม่ในการวาดภาพ ในขณะเดียวกัน เขาก็คำนึงถึงผู้หญิง ซึ่งจะเป็นผู้บริโภคปลายทางว่า พวกเธอจะชื่นชอบหรือไม่

        เพราะลิปสติกถือเป็นกลไกในการเติมเสน่ห์หรูหราให้แก่ผู้หญิงแต่ละคน พร้อมกับช่วยแสดงออกถึงบุคลิกเฉพาะตัวออกมาได้อย่างมีแบบฉบับ ลองนึกถึงบรรดานักแสดงหญิงในยุคทองของฮอลลีวู้ด ไม่มีใครไม่ทาลิปสติก เกรต้า การ์โบ, เบ็ตตี้ เดวิส, ลอเรน บาคอลล์, อิงกริด เบิร์กแมน, อาวา การ์ดเนอร์, มาร์เลน ไดทริช และมาริลีน มอนโรเป็นอาทิ เทพีฮอลลีวู้ดทุกนางคือบทพิสูจน์ว่าลิปสติกมอบพลังในการทำให้ผู้หญิงสักคนโก้หรู ดูภูมิฐานขึ้นได้ในทันที ต่อให้เธอสวมแต่เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ก็ตาม ลิปสติกสีแดงมอบพลังแรงแห่งการดึงดูดทุกสายตาได้เป็นอย่างดี

        “ฟรองซัวส์ นารส์เป็นศิลปินตัวจริงผู้สามารถแปลงโฉมฉันให้เป็นได้ทุกอย่าง มือเบาอย่างที่สุด และมีความละเมียดละไมอย่างที่สุด เป็นเกียรติอย่างมากที่เขาเป็นช่างแต่งหน้าคนแรกที่แต่งหน้าให้ตอนฉันมาถึงนิวยอร์กครั้งแรกเมื่อปี 1986 เขาจะเป็นครอบครัวของฉันตลอดไป - นาโอมิ แคมพ์เบลล์ สุดยอดนางแบบโลก

        อีกหนึ่งปัจจัยนอกเหนือจากนวัตกรรมในการออกแบบสี และปลอกลิปสติกทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส (ยุคนั้นมีมีปลอกทรงกระบอกกลม) สีดำออนิกซ์เนื้อแม็ตเนียน (เช่นเดียวกัน ยุคนั้นมักเป็นปลอกเมทัลลิกเงิน หรือทอง หรือไม่ก็เป็นสีแดง ทำจากวัสดุเนื้อเงา) รองรับตัวอักษร NARS ได้อย่างทรงเอกลักษณ์ (ยังไม่มีใครแปะชื่อแบรนด์ไว้บนปลอกลิปสติกด้วยตัวอักษรใหญ่ขนาดนั้น)

        นวัตกรรมทางการตั้งชื่อเฉดสียังช่วยปูรากฐานความสำเร็จให้แก่ผลงานทั้งสิบสองของเขา จาก Funny Face สีชมพูฟูเชียสดสว่าง ได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดสีที่ออเดรย์ แฮพเบิร์นใช้ในฉากหนึ่งของภาพยนตร์ชื่อเรื่องเดียวกันเมื่อปี 1957 มาสู่สีแดงสดเข้ม ซึ่งเมื่อแต่งเติมลงบนริมฝีปากก็สามารถปรับตัวให้กลมกลืนกับโทนผิวของผู้ใช้ได้ดุจกิ้งก่าแดงเปลี่ยนสี อันเป็นที่มาของชื่อเฉด Red Lizard จนถึง “Jungle Red สีแดงเข้มโทนแดงอบอุ่นซึ่งผมได้รับแรงบันดาลใจจากฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง The Women เมื่อปี 1939 เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์ล้วนมีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง และผมคิดเสมอว่า ผู้หญิงคงจำชื่อสีแบบนี้ได้แม่นยำจนขึ้นใจมากกว่าจะตั้งชื่อแค่ strawberry red หรือ pink flower ชื่อสีจะจุดประกายจินตนาการให้แก่พวกเธอ ทำให้พวกเธอมีความฝัน เกิดความคาดหวังเมื่อหยิบมาใช้แต่งเติม และก็เกินความคาดหวังของเขาเช่นเดียวกันเมื่อทุกเฉดสีทั้งหมดที่วางจำหน่ายครั้งแรก ต่างครองตำแหน่งเฉดสีคลาสสิกยอดนิยมระดับสากลมาตลอดด้วยความสวยสะดุดตา พร้อมกับเป็นชื่อสีอันมีที่มา และสามารถเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี

ฟรองซัวส์คือบุคคลผู้มีพรสวรรค์อย่างที่สุด และมอบความสนุกสนานอย่างที่สุดเวลาทำงานด้วยกัน! การแต่งหน้าของเขาไม่เพียงทำให้เราสวยขึ้น แต่ยังเป็นบทสะท้อนถึงศิลปะ, ประวัติศาสตร์, บทอ้างอิงถึงอดีต และจินตนาการถึงอนาคต พร้อมกันนั้น ผลิตภัณฑ์เมคอัพของเขายังบ่งบอกถึงความสนุกสนาน ความงามสง่า และภูมิฐานของเขาไปพร้อมกัน ดิฉันมีลิปสติกของ NARS ติดกระเป๋าตลอดเวลา (Lip Pencil เป็นเมคอัพชิ้นโปรดของดิฉัน)” - อิซซาเบลลา รอซซาลินิ นักแสดงหญิงสัญชาติอิตาเลียน

 

และเนื่องในวาระครบรอบ 25 ปีที่ได้ก่อตั้งแบรนด์ เครื่องสำอาง NARS จึงได้ทำการปรับสูตร และพลิกโฉมใหม่ให้แก่คอลเลคชั่นลิปสติกของตนด้วยการตั้งชื่อว่า Iconic Lipstick ซึ่งประกอบไปด้วยลิปสติก 60 เฉดสามสูตรสัมผัส พร้อมกับนำ12 เฉดอันถือกำเนิดจากอัจฉริยภาพเชิงศิลป์ และพรสวรรค์เหนือชั้นทางการออกแบบเพื่อถ่ายทอดบุคลิก, ความรู้สึก และอารมณ์ปรารถนาของผู้ใช้ได้อย่างหลากหลายไร้ขีดจำกัด 12 เฉดปฏิวัติกรรมอันเป็นจุดเปลี่ยนแนวทางความนิยมแห่งอาณาจักรเมคอัพระดับโลกไปโดยสิ้นเชิงมารังสรรค์ใหม่ในสูตรเข้มข้น อุดมเม็ดสี ให้ความชัดเจน สมจริง แนบสนิทติดทนนานโดยใช้ชื่อว่า Iconic Original บรรจุในปลอกสีแดงเพื่อบ่งบอกถึงความแตกต่าง อีกทั้งยังเป็นบทยกย่องมรดกทางการออกแบบประจำแบรนด์นับแต่ก่อตั้ง โดยฟรองซัวส์ นารส์มีคำพูดทิ้งท้ายในการเลือกสีสำหรับแต่งเติมว่า ริมฝีปากคือตัวกำหนด ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์

STORY BY วรวุฒิ พยุงวงษ์
PHOTO Courtesy of NARS Thailand

ABOUT THE AUTHOR
วรวุฒิ พยุงวงษ์

วรวุฒิ พยุงวงษ์

At boundary of athletics and beauty, I write and play

ALL POSTS