HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เดินทางคนเดียวไม่ (จำเป็นต้อง) เปลี่ยวใจ
by ขเจน
2 ส.ค. 2562, 14:21
  212 views

        Passion เรื่องแฟชั่นและภาพยนตร์อาจจะเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ “ขเจนออกเดินทางตามลำพัง แต่ความเป็นจริง การได้ออกเดินทางคนเดียวมีอะไรสนุกกว่านั้นรออยู่มากมาย และขเจนอยากแชร์ว่าเพราะอะไร ทุกคนควรจะออกเดินทางตามลำพังบ้างเป็นครั้งคราว...

        ทุกวันนี้คงพูดได้เต็มปากแล้วว่าเราเป็นอีกคนที่หลงรักการเดินทาง หลงรักซะจนดูเหมือนเราทำงานหาเงินมาได้ ก็เพื่อจะเก็บไว้ใช้จ่ายไปกับการเดินทางเป็นสำคัญ แต่จริง ๆ ก็ไม่ขนาดนั้น หมายถึงว่าไม่ถึงขนาดทำงานมาเพื่อเที่ยวอย่างเดียว ที่จริงคือพ่อเราสอนไว้ว่า คนเราควรจะใช้จ่ายเงินที่หามาได้โดยสุจริตไปกับสิ่งที่ตัวเองชอบบ้าง แบบไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป นั่นจึงนำมาสู่การตั้งเป็นปณิธานกับตัวเองไว้ตั้งแต่เริ่มต้นทำงานปีแรก ๆ ว่า ทุกปีเราสมควรจะใช้เงินที่เราหามาได้ ออกเดินทางไปยังที่ที่ยังไม่เคยไปอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อเปิดหูเปิดตา เพื่อไปเห็นโลกให้กว้างขึ้น และเพื่อไปตากอากาศในที่ที่อากาศดีกว่าบ้านเรา ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไปกว่านั้น ..ส่วนความสุขและสนุกในการเดินทางคนเดียวนั้นเกิดขึ้นในภายหลัง

ไปดูหนังในเทศกาลหนัง Hong Kong Lesbian and Gay Film Festival ปีก่อนโน้นแล้วเจอโปสเตอร์ฉลาดเกมส์โกงที่ไปเข้าโรงที่โน่นพอดี

        ให้เล่าจุดเริ่มต้นของการเดินทางคนเดียว เราคิดว่ามันเริ่มต้นจากทริปฮ่องกงที่เราไปกับเพื่อน ๆ รวมสามคนในปี 2010 ตอนนั้นเราทั้งสามคนยังไม่เคยไปฮ่องกง ก็เห็นว่าอากาศเดือนพฤศจิกา-ธันวาที่ฮ่องกงค่อนข้างเย็น ตั๋วก็ราคาไม่ได้แพงมากมาย รวมที่พักแล้วก็อยู่ในเกณฑ์รับได้ ก็เลยตัดสินใจไปกัน ทีนี้ในระหว่างที่เตรียมตัวหาข้อมูลเพื่อจะไปเที่ยว เรากลับพบว่าที่ฮ่องกงมีเทศกาลภาพยนตร์ LGBT เกิดขึ้นพอดี ก็เลยตัดสินใจจองตั๋วเผื่อเพื่อนและลากเพื่อนไปดูหนังด้วยกันเรื่องหนึ่งในเทศกาลนั้น (ซึ่งก็คือหนังเรื่อง Howl ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการซื้อหนังมาจัดจำหน่ายเองของเราในเวลาต่อมา) สาเหตุที่ดูแค่เรื่องเดียวเพราะก็มีเวลาอยู่แค่นั้น และเกรงใจเพื่อน ๆ ด้วยที่ไม่ได้อินกับหนังมากมายอะไร แต่ก็ทำให้เราคิดต่อไปว่า ถ้ามีจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมพอดี เราควรจะเด้งตัวกลับมาฮ่องกงเพื่อมาตะลุยดูหนังในเทศกาลนี้ยาว ๆ อีกรอบ

        ข้ามมาปี 2011 ปีนั้นเป็นแรกที่เราตัดสินใจเดินทางไกลไปยุโรป ตอนนั้นเจอตั๋วโปรของสายการบินกาตาร์ที่ทำให้สามารถบินไปกลับปารีสได้ในราคาราว ๆ สองหมื่นห้า (แต่ตอนนี้ตั๋วยุโรปหาได้ไม่ถึงสองหมื่นก็มีแยะ) เรากับเพื่อนสนิทเลยคิดกันต่อว่า น่าจะไปเที่ยวฝรั่งเศสกันดูไหม เพราะที่ฝรั่งเศสก็มีเพื่อนที่โรงเรียนอีกคนไปทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น หาเรื่องเที่ยวด้วยและเยี่ยมเพื่อนด้วยในคราวเดียวก็คุ้มดี ปีนั้นเราเลยได้ไปเที่ยวฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก ส่วนทริปเที่ยวคนเดียวนั้น มาเริ่มจริง ๆ ก็ตอนปี 2012 โดยขอเริ่มก่อนที่..ฮ่องกง กับการตะลุยดูหนังในเทศกาล Hong Kong Lesbian & Gay Film Festival ปีนั้นแบบตามลำพัง

Me, Myself and I ที่เมือง Antwerp เบลเยียม

        สาเหตุที่ไปคนเดียวเพราะไม่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ 555 และเราไม่ประสงค์จะลากใครมาดูหนังกับเราหรอกถ้าเค้าไม่อินเหมือนกัน (เคยมีปีนึงที่มีรุ่นน้องเกาะไปทริปดูหนังด้วยแต่นางเน้นช้อปปิ้ง ซึ่งก็เลยไปกันแบบ แชร์ห้องนอน ตื่นเช้ามากินข้าวด้วยกัน จากนั้นเราก็แยกไปดูหนังจนดึก กลับมาคืออีน้องหลับไปแล้ว 55)

        เราใช้เวลาในฮ่องกง 4 วันเต็ม ดูหนังไปเกือบ 10 เรื่อง ฟังดูเหมือนไม่น่าเหลือเวลาทำอะไรแล้ว แต่ความจริงคือดูหนังวันละสามเรื่องก็ตกวันละ 6-7 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ยังมีเวลาทำอะไรอีกเยอะ มีเวลาไปสำรวจเมือง วัดวา ร้านค้าแฟชั่น และอื่น ๆ ในเมืองฮ่องกงได้อีกแยะ และเพราะวางโปรแกรมแน่นเต็มสี่วัน ทั้งดูหนังและเดินเที่ยวแบบที่ว่ามานี่แหละที่ทำให้การเดินทางคนเดียวครั้งแรกครั้งนั้น ไม่มีเวลาเหงาเลย แฮปปี้มาก ๆ มากซะจนลามไปสู่ทริปคนเดียวในที่ที่ไกลขึ้น

วิวจากมุมสูงของเมือง Dinant ที่เพื่อนขับรถทางยาวพาไปเดินเล่นมาในทริปหนึ่งที่ไปคนเดียว แต่แวะไปเยี่ยมเพื่อนด้วย

 

หน้าโรงละคร Young Vic ที่แวะไปดูละครที่รักมาก ๆ เรื่อง The Inheritance ที่ลอนดอนปีก่อน 

      เริ่มจากปารีส-เบลเยียมในปีต่อมาในทริปที่จริง ๆ ไปกับเพื่อนอีกคน ตอนแรกตกลงไปทัวร์เนเธอร์แลนด์ฝรั่งเศสกัน แต่ปรากฏว่ามีเวลาเหลือแล้วเราอยากอยู่ปารีสยาวกว่านางและอยากไปเบลเยียมต่อด้วย แต่นางอยากไปลิสบอน โปรตุเกส ด้วยความมั่นหน้าในการเดินทางคนเดียวได้ทั้งคู่ (555) ก็เลยแยกกันเป็นเวลาห้าวัน ต่างคนต่างไปในที่ที่อยากไป นางบินจากปารีสไปลิสบอน ส่วนเราอยู่ปารีสต่ออีกสองคืนแล้วนั่งรถไฟไปนอนเมือง Antwerp เมืองบ้านเกิดของคุณ Dries Van Noten ดีไซเนอร์ที่รักมาก อีกสองคืน ก่อนจะมาเจอกันในคืนสุดท้ายของทริปที่เมืองอัมสเตอร์ดัม แล้วบินกลับเมืองไทยด้วยกันในเช้าวันรุ่งขึ้น

        ทริปเที่ยวคนเดียวครึ่งทริปที่ปารีสและเบลเยียมครั้งนี้ไม่มีเวลาจะเหงาอีกเหมือนกัน เพราะเวลาที่เพิ่มมาในปารีสอีกสองสามวัน เป็นโอกาสให้เราสำรวจร้านค้า ร้านหนังสือ โรงหนัง และมิวเซียมที่เรายังเก็บไม่ค่อยครบจากการมาครั้งก่อนให้เต็มที่กว่าเดิม ถามว่ากลัวมั้ยกับการเดินเที่ยวในปารีสคนเดียว บอกเลยว่าขโมยขโจรน่ะที่ไหนก็มี แม้ว่าโจรปารีสจะเป็นโจรที่ทุกคนโจษจัน แต่เพียงแค่เราไม่แต่งตัวให้สะดุดตาโจร ไม่ใช้กระเป๋าแบรนด์เนม (ซึ่งปกติก็ไม่มีอยู่แล้ว) และหาข้อมูลมาให้ถ้วนถี่ก่อนจะออกไปไหน ๆ เวลาเดินไปไม่ใช่มาเก้ ๆ กัง ๆ ดูแผนที่อยู่กลางถนน ความหน้าตาเอเชียยังไงมันก็ล่อตาโจรอยู่ประมาณหนึ่งล่ะ แต่ถ้าเราไม่เดินละล้าละลังจนเกินควร เราก็รอดมาได้อยู่ทุกทริป และสำหรับเราส่วนตัว ทริปนี้โอเคมาก ๆ เพราะอากาศปารีสตอนนั้นก็กำลังดี อยากไปไหนก็ไป อยากแวะตรงไหนนานแค่ไหนก็แวะ อยากจะเดินมิวเซียมเช้าจรดเย็นก็เดินไปเลย ไม่ต้องเกรงใจว่าจะทำให้ใครรอไหม

หุ่นเจ้าของร้าน Rick Owens ที่ Omotesando โตเกียว ญี่ปุ่น
ลองนั่ง Uber จากกลางเมืองปารีสไปสนามบินครั้งแรกก่อนบินกลับบ้าน

        ที่เล่านี่ถือว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเริ่มเที่ยวคนเดียว หลังจากนั้นก็มีทริปอื่น ๆ ที่ไปคนเดียวทั้งใกล้และไกลเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ฮ่องกงที่ไปย้ำมาทุกปี จนไปถึงลอนดอน นิวยอร์ก มิลาน ตูริน อัมสเตอร์ดัม และอีกมากมาย ตามแต่จังหวะและเวลาในชีวิตจะชี้เป้ามาว่าที่ไหนเหมาะจะไป มีอีเวนต์อะไรเกิดขึ้น และมีตั๋วราคาพอเหมาะพอสมให้ซื้อหรือเปล่า

        บางคนอาจจะมีความรู้สึกปิดกั้นทางจิตใจอยู่เล็ก ๆ ว่าไม่อยากกินข้าวคนเดียว ไม่อยากเดินไปไหน ๆ คนเดียวแล้วไม่มีคนคุยด้วย เราไม่ติดในจุดนั้นนะ อาจจะเพราะส่วนตัวเราเป็นคนชอบเดินเล่นในเมือง เดินดูร้านค้าต่าง ๆ ที่ในที่สุดแล้วเรามีปฏิสัมพันธ์กับคนทั้งวันเลย ไม่ได้ไปขึ้นเขาเดินป่าที่มันจะไม่เจอใครอะไรแบบนั้น ถ้าคุณเป็นคนชอบขึ้นเขาหรือเที่ยวทะเลไปดูวิวสวย ๆ ไปคนเดียวก็อาจจะเปลี่ยวประมาณหนึ่ง แต่เราคิดว่า ความเหงานั้นมันอยู่ที่ใจมากกว่าอะไรอื่น ถ้าใจไม่เหงาซะอย่าง ไม่พูดกับใครทั้งวันก็ไม่เห็นเป็นอะไร

       ขอจบสั้น ๆ แค่ว่า ถ้าอยากลองเดินทางคนเดียว ก็ขอให้ลุกขึ้นมาทำเลย ไม่ต้องหวั่นต้องกลัวอะไรทั้งนั้น สมัยนี้ข้อมูลทุกอย่างเราเข้าถึงและหาได้ในอินเทอร์เน็ตแทบจะ 100% เพราะฉะนั้น อะไรที่รู้สึกไม่แน่ใจ Google ช่วยคุณได้เสมอ ตั้งแต่การหาตั๋วรถ เรือ รถไฟ สถานที่ท่องเที่ยว ที่พักสำหรับคนเดียว ราคา ฯลฯ ลองได้ไปคนเดียวซักครั้งรับรองว่าจะติดใจไม่ใช่น้อย..เหมือนเรา

Main photo: Rue de Rivoli มนกรุงปารีส ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ลูฟว์

ABOUT THE AUTHOR
ขเจน

ขเจน

ทำงานเขียนในบริษัทพีอาร์ แต่ว่าบ้าหนังและชอบแฟชั่นจนพาตัวเองออกเดินทางแรดอะราวด์ไปทั่วโลกเพื่อดูหนังและชาบูดีไซเนอร์ที่ชอบ แต่ทุกคนคิดว่าหาเรื่องไปช้อปปิ้งมากกว่า #เอิ่ม

ALL POSTS