HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
"รองเท้าที่คับเกิน" บทที่ 2 สิบนาทีที่ชายหาด
by พอลลีน งามพริ้ง
16 ก.ค. 2562, 04:00
  266 views

        ผ่านไปสามวัน พินิจใช้เวลาช่วงปิดร้านและก่อนนอนอยู่กับตัวเองที่บ้าน ประสบการณ์คืนวันก่อนไม่สู้จะดีนัก ที่จริงแล้วทุกอย่างก็ไปได้สวยในระหว่างที่เขาแปลงกายเป็นหญิง แต่ความรู้สึกผิดไม่เคยจางหายไปจากหัวเขา ทั้งระหว่างและหลังการแปลงกาย มันเหมือนเขากำลังโกหกคนที่เขารักและโกหกคนทั้งโลก ความอ่อนล้าหลังทำงานหนักที่ร้านอาหารมาตลอดทั้งวันก็เป็นอุปสรรคสำคัญ หากเขาจะมีโอกาสเพลิดเพลินกับการเป็นผู้หญิง ก็ต้องเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่เข้านอนหมดแล้ว มันเป็นวิถีชีวิตที่หนักเอาการ

       ก่อนที่ภรรยาและลูกสาวจะเดินทางกลับมา พินิจจัดเก็บสิ่งของต่าง ๆ ใส่ถุงแล้วแวะโยนทิ้งริมถนนแห่งใดแห่งหนึ่ง เขาพยายามจดจำจุดสังเกตและเลขหลักกิโลเมตร เผื่อว่าครั้งต่อไปหากมีโอกาส เขาอาจจะกลับไปเอาสิ่งของเหล่านั้นขึ้นมาใช้ใหม่ แต่จากประสบการณ์มันไม่เคยเหลืออยู่ คนละแวกนั้นที่ขี่มอเตอร์ไซค์หรือจักรยานผ่านไป คงจะเก็บมาดูด้วยความสงสัย และก็คงลงท้ายด้วยการเลือกของที่ใช้ได้เอาไปใช้ต่อ และวิกผมสวย ๆ นั้น ก็คงจะยิ่งสร้างความงุนงงให้ผู้เก็บได้หนักขึ้นไปอีก

        “มีกะเทยอีแอบเอามาทิ้งแน่นอน” คนที่เก็บได้คงคิดถึงความเป็นไปได้ที่เป็นไปได้ที่สุด

        “ถูกเผง คุณเดาเก่งจริง ๆ ค่ะ” พินิจมักจะส่งกระแสจิตตอบไปแบบนั้น

         เมื่ออรกลับมา ทั้งคู่โผเข้ากอดและหอมแก้มกัน ลูกสาวของเขาก็อยากมีส่วนร่วมด้วย พินิจหันมากอดและหอมแก้มน้องพลอยทั้งซ้ายและขวา ท่ามกลางสายตาของพ่อตาและแม่ยายที่ยืนมองด้วยความสุขใจ

ทันทีที่มีเวลาอยู่กันสองต่อสอง อรยิงคำถามเรียบง่ายแบบอ้อม ๆ ด้วยความสงสัย

        “เป็นไงบ้าง” แต่สายตาของเธอถามมากกว่านั้น

        “ก็โอเค ลูกค้าเยอะวันเสาร์อาทิตย์ มีของขาดต้องไปซื้อเพียบเลย ลูกน้องทุกคนก็ช่วยกันดี ไม่มีปัญหาอะไร... พี่คิดถึงอรกับน้องพลอยจะแย่อยู่แล้ว”

         พินิจทบทวนขึ้นมาว่า เขาเก็บสิ่งของต่าง ๆ ไปทิ้งหมดแล้ว และได้ทำความสะอาดห้องน้ำจนไม่มีเศษผมจากวิก หรือหลักฐานจากเครื่องสำอางหลงเหลืออยู่แล้ว ชีวิตครอบครัวสุขสันต์ก็จะดำเนินต่อไปเหมือนที่เคยเป็น

        อรรู้เรื่องราวความในใจของพินิจมาได้สักระยะหนึ่ง ตอนนั้นเธอคิดว่าเขามีผู้หญิงคนอื่น เพราะพบเศษผมผู้หญิงติดอยู่ที่เสื้อโปโลตัวเก่ง พินิจต้องสารภาพว่า เขาแอบแต่งตัวเป็นผู้หญิง มันก็ทำให้อรรู้สึกโล่งอกไปได้สักพักใหญ่ แต่ก็รู้ว่าเขายังไม่สามารถลบ “ปม” ที่อยู่ในใจออกไปได้อย่างเด็ดขาด

         เธอหวังว่ามันจะเป็นแค่ความสนุกและความสับสนในวัยทองที่พินิจกำลังเผชิญอยู่ เธอหลีกเลี่ยงที่จะถามหรือชวนคุยเรื่องนี้ตรง ๆ เพราะเกรงว่ามันจะไปกระตุ้นต่อมให้พินิจหวนมาคิดเรื่องนี้อีก

         พินิจทุ่มเทกับการทำครัวและทำมีดแฮนด์เมดขายคนรู้จัก ถ้าไม่สาละวนอยู่กับการแล่ปลาแซลมอน ตัดเนื้อ หั่นหมู เพื่อทำสเต๊ก เขาก็จะใช้เวลาช่วงบ่ายที่ลูกค้าร้านอาหารเริ่มซา นั่งทำมีดครัวแกะลายด้วยเครื่องมอเตอร์สายพานตัวโปรด เป็นกิจกรรมที่แม้แต่ผู้ชายทั่วไปก็ยังบอกว่า “โคตรจะแมน”

         ทุกเช้า พินิจมีหน้าที่จ่ายตลาดซื้อของสดจำพวกผักและอาหารทะเลเช่น กุ้ง ปลาหมึก พ่อค้าแม่ค้าในตลาดจดจำเขาได้เป็นอย่างดี แถมยังทักทายว่า เป็นเจ้าของร้านไม่น่าต้องมาจ่ายตลาดของเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยตัวเอง  ส่วนใหญ่พินิจไม่ใส่ใจ เขาคิดว่ายิ่งเป็นเจ้าของร้าน ยิ่งต้องเลือกซื้อของทุกอย่างด้วยตัวเอง และที่สำคัญเขามีเหตุผลในการตื่นเช้าและไปตลาดคนเดียวมากกว่านั้น

         ทุก ๆ วันตลอดเวลาสองปีกว่าที่เริ่มธุรกิจร้านอาหารแนวสเต๊กเฮาส์แห่งนี้มา พินิจจะตื่นแต่เช้า บางวันตีห้า บางวันหกโมงเช้า ก่อนจะไปถึงตลาดหรือหลังจากซื้อของเสร็จ เขาจะใช้เวลาอยู่คนเดียว ในยามที่มี “สิ่งของต่าง ๆ” อยู่ท้ายรถ เขาจะงัดเอามันมาแต่งองค์ทรงเครื่องในรถ บางวันเขาเพียงแค่แต่งหน้าแล้วเหลือบดูกระจกมองหลัง เพียงห้าหรือสิบนาที ก่อนจะลบมันออกด้วยกระดาษทิชชู่ชุบน้ำ

         แต่บางวัน หากมีเวลามากหน่อย เขาจะแต่งตัวครบ ด้วยวิกผม เสื้อยืด กางเกงขาสั้นแบบผู้หญิงมือสองที่ซื้อมาจากแผงหน้าตลาดสด สวมแว่นตาดำ แล้วขับรถไปริมทะเล เดินลงไปที่ชายหาดจนไกลพอที่จะไม่มีใครเห็นเขาได้จากมุมใกล้ เขาทำแบบนั้นเพียงเพื่อให้ได้สัมผัสความรู้สึกของตัวเองในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ต้องแคร์สายตาคนอื่น

         ส่วนใหญ่เขาเดินลงไปที่ชายหาดพร้อมกับบุหรี่หนึ่งมวน เพื่อให้ตัวเองหายตื่นเต้นจากสิ่งที่ทำ บางครั้งเขาก็ทดลองทำกิจกรรมอื่นเช่น กายบริหาร เพื่อจะได้รู้สึกเป็นธรรมชาติในฐานะ “ผู้หญิงธรรมดา” คนหนึ่ง ที่เพียงแต่มาสูดอากาศและออกกำลังกายตอนเช้า

        เพียง 10-15 นาที มันก็เพียงพอให้เขามีความสุข และหายเบื่อโลกไปได้อีกวันหนึ่ง

        ระหว่างทางกลับบ้าน เขาจอดรถข้างทางที่ปราศจากผู้คน เปลี่ยนชุด ลบเครื่องสำอางทิ้ง และคืนสภาพสู่ความเป็นพินิจ คนเดิม

        เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากทำ แต่ก็ต้องทำ

        เขากลับมาที่บ้านเพื่อทานอาหารเช้าร่วมกับอรและน้องพลอย ทั้งคู่ไปส่งน้องพลอยที่โรงเรียนอนุบาล แล้วกลับมาเปิดร้าน

        หลายครั้งที่เขารอคอยวันที่จะได้ขับรถประมาณ 100 กิโลเมตรเข้าไปในตัวจังหวัด เพื่อซื้อของที่ห้างแมคโคร ซึ่งก็ประมาณสัปดาห์ละครั้ง เขาขอไปคนเดียว เพราะจะได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง หมายถึงตัวเองของเขาจริง ๆ

        ความเป็นผู้หญิงในใจของเขา เริ่มคุกรุ่นมากขึ้นและมากขึ้นในช่วงหลัง ๆ มานี้ หลังจากที่ได้ทดลองแต่งเป็นผู้หญิงเต็มตัวเมื่อ 4-5 ปีก่อน เขาลืมมันไม่ลงและนับวันยิ่งปะทุรุนแรงมากขึ้น เหมือนหินลาวาเหลวที่พวยพุ่งออกมาจากปล่องภูเขาไฟ จนเขาเกิดความรู้สึกว่าอยากจะเป็นผู้หญิงแบบเต็มเวลา ไม่ต้องถอดเข้าถอดออกอย่างทุกวันนี้ และที่สำคัญ “ฉันอยากทำให้ดีที่สุด” เป็น Motto ส่วนตัวของพินิจ ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน หรือในสถานะไหนก็ตาม

        พินิจเริ่มคิดถึงการก้าวข้ามไปอีกขั้นจากการเป็น “ชายชอบแต่งหญิง” หรือ crossdresser ไปสู่ การเป็น “ผู้หญิงข้ามเพศ”  หรือ transgender นั่นคือการใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงอย่างเต็มเวลาและถาวร

        เขารักลูกและเมียของเขามาก แต่ก็นึกไม่ออกว่า จะทำให้ทั้งคู่ยอมรับความจริงหรืออยู่ร่วมกันได้อย่างไร

        ก่อนหน้านี้ เขาเคยหนีอรไปอยู่ที่ภูเก็ต กะว่าจะไปตายเอาดาบหน้าด้วยเงินติดตัวแค่สองหมื่นกว่าบาท แต่งตัวเป็นผู้หญิงทุกวัน ปิดโทรศัพท์ แต่หลังจากที่อรเขียนอีเมลไปหาเพียงสัปดาห์เดียว เขาก็กลับมาโดยหวังว่าจะลืมความปรารถนาส่วนตัวทุกอย่าง แล้วกลับมาเป็นผู้ชายหัวหน้าครอบครัวที่ปราศจาก “สิ่งของในกระโปรงท้ายรถ”

        แต่แล้วเขาก็ไปหาซื้อมันมาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนหมดเงินไปกับเรื่องนี้ ถ้าจะนับรวมกัน ก็นับเป็นแสนแล้ว

        อรไม่สามารถยอมรับเขาได้ หากเขาจะแต่งตัวเป็นผู้หญิงจริง ๆ ยิ่งในสังคมไทยด้วยแล้ว ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็คงรับไม่ได้นั่นแหละ พินิจไม่เคยโทษอรในเรื่องนั้น เพียงแต่เขาหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นบ้าง

        “อรรักพี่ เพราะพี่เป็นพี่ เป็นผู้ชายที่อบอุ่น เป็นแมน ถ้าพี่เปลี่ยนเป็นคนอื่น มันก็ไม่ใช่” อรยืนกราน

       “พี่ก็ยังเป็นคนเดิมที่รักอรและน้องพลอย กายภาพภายนอกพี่จะเปลี่ยนเป็นหมูเป็นหมา พี่ก็ยังรักเหมือนเดิม”

        คำอธิบายนี้ก็ไม่เป็นผล เพราะความคิดของคนทั่วไปที่ว่าผู้หญิงต้องคู่กับผู้ชาย กะเทยที่อยากเป็นผู้หญิงก็ต้องชอบผู้ชาย กะเทยจะชอบผู้หญิงได้ยังไง แล้วผู้หญิงที่ชอบผู้ชายจะมาชอบกะเทยได้ยังไง

       “ไม่เอา อรไม่ใช่เลสเบี้ยน” เธอยืนกระต่ายขาเดียว

        การเปลี่ยนชีวิตให้เป็นผู้หญิงในวัยเกือบ 50 และมีครอบครัว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เขาจะทำมาหากินอะไร ในเมื่อทุกสิ่งที่เขามีอยู่ อยู่ที่นี่ ตรงนี้ พินิจคิดไม่ออกและไม่มีความสุขจนถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป แต่นั่นก็เท่ากับว่า เขาต้องจากลูกเมียไปอย่างน่าเศร้ายิ่งกว่า

        มันเป็นเพียงแวบเล็ก ๆ เท่านั้น ที่เขาอยากตาย

        หลังจากกลับมาจากภูเก็ต พินิจหยุดกินฮอร์โมนไปหกเดือน แล้วก็กลับมากินใหม่ เพราะหนวดเคราบนใบหน้าและกล้ามแขนขารบกวนเขามากขึ้นทุกครั้งที่มองกระจก

       เมื่ออรแอบไปเจอฮอร์โมนที่เขาซ่อนไว้ เธอก็แอบเอาไปซ่อนไว้ที่อื่น พินิจหงุดหงิดมาก ทั้งสองไม่คุยกันอยู่ระยะหนึ่ง จนพินิจทนไม่ไหวต้องทวงถาม อรจึงเอามาคืนอย่างไม่เต็มใจ

       วันเวลาผ่านไปด้วยความอึมครึม ไม่ว่าอรจะพยายามสวีทหวานแหววเพียงใด มันก็ไม่เป็นผล พินิจยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น และทำให้เขาหงุดหงิดกับปัญหาที่ไม่มีทางออก

        ในที่สุด พินิจก็ตัดสินใจ ด้วยเหตุผลหลายอย่างประกอบกัน ทั้งรายได้จากร้านอาหารที่ลดลงจนไม่พอผ่อนบ้านที่กรุงเทพฯ ทั้งเบื่อหน่ายความไม่เป็นส่วนตัวของสังคมต่างจังหวัดที่เป็นบ้านเกิดของภรรยา การไปครั้งนี้ จะต้องทำอย่างละมุนละม่อม เขาจะพยายามทำให้อรยอมรับความจริงว่าเขาเกิดมาพร้อมกับจิตใต้สำนึกที่เป็นผู้หญิง เพียงแต่เขาไม่เคยรู้ตัวมาก่อนที่จะเจอเธอ

        เขาจะไปทำงานที่สหรัฐอเมริกาเพื่อส่งเงินกลับมาช่วยค่าใช้จ่ายของครอบครัว และที่สำคัญ พินิจจะไปใช้ชีวิตที่ตัวเองโหยหา

        มาร์กาเร็ต ผู้หญิงข้ามเพศชาวอเมริกัน ที่พินิจแอบติดต่อเพื่อขอความความรู้และระบายความรู้สึก น่าจะเป็นใบเบิกทางให้ได้ เขามีวีซ่าเข้าประเทศอยู่แล้ว ด้วยว่าเคยเดินทางไปประชุมที่นิวยอร์กตอนที่ทำงานในองค์กรเอกชน มันเป็นวีซ่าแบบธุรกิจระยะเวลาสิบปี

        มาร์กาเร็ตชวนเขาให้ไปอยู่กับเธอหลายต่อหลายครั้ง เพราะเธอเองก็หาเพื่อนที่รู้ใจและเข้าใจได้น้อยเต็มทีหลังจากตัดสินใจข้ามเพศ

        ถึงแม้จะมีวิธีแก้ปัญหารออยู่แล้ว แต่การจะหุนหันพลันแล่นทำอะไรโดยไม่รอบคอบก็เป็นเรื่องที่เสี่ยงเอาการ พินิจคิดถึงการตกระกำลำบาก คิดถึงครอบครัว และคิดว่าหรือจะเปลี่ยนใจยอมรับชะตากรรมโดยไม่ต้องออกตามหาความฝันดี

        เขาคิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เช่น การเป็นโฮมเลสร่อนเร่พเนจรในอเมริกา การเป็นโฮมเลสก็ลำบากพอตัวอยู่แล้ว แต่การเป็นกะเทยโฮมเลสดูจะน่าเวทนายิ่งกว่า แม้จะเป็นคนใฝ่หาประสบการณ์ชีวิตมากแค่ไหน แต่เรื่องนี้มันเกิดจะรับมือไปหน่อย

       “พี่ป้อ...” อรเรียกชื่อเล่นของพินิจ

        “สเต๊กเนื้อริบอายสุกปานกลางสองที่”

        เมื่อมีออเดอร์เข้า พินิจจำต้องทดเรื่องต่าง ๆ ไว้ในใจก่อนสักพัก แล้วก้มหน้าก้มตาปรุงอาหารอย่างตั้งใจ

ติดตามบทที่ 3 วันอังคารหน้า 23 กรกฎาคม 2562

อ่านย้อนหลัง บทที่ 1 

ABOUT THE AUTHOR
พอลลีน งามพริ้ง

พอลลีน งามพริ้ง

หญิงข้ามเพศเจ้าของประโยค"โลกนี้มีอะไรมากกว่าอวัยวะเพศอีกตั้งเยอะ" อดีตคนทำงานหลายบทบาททั้งสื่อมวลชน นักการตลาด คนดังวงการฟุตบอล ผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งมิติชายมุ่งมั่น และหญิงสุดแซ่บ

ALL POSTS