HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
รักด้วยหัวใจหรือใช้สมอง: ลงบันได 4 ขั้นสู่หลุมรัก
by ซัมเมอร์
14 ก.พ. 2562, 10:30
  452 views

นักวิทยาศาสตร์ออกมายืนยันแล้วว่าสมองนี่แหละที่พามนุษย์ไปตกหลุมรัก

        ความรักด้วยหัวใจไม่มีอยู่จริง วิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันได้ด้วยผลงานการวิจัยว่า สมองต่างหากที่ทำให้เราตกหลุมรัก และเมื่อเคมีเข้ากัน ความรักนั้นก็จะลงตัว...

        สมองของเราตกหลุมรักได้อย่างไรดอว์น มาสลาร์นักวิทยาศาสตร์สาขาชีววิทยาความรัก อธิบายไว้ว่า ความรักไม่ได้มีขั้นตอนเดียว กว่าเราจะตกหลุมรักได้ สมองต้องประมวลผลหลายขั้นตอน เริ่มจากความติดต้องใจ ซึ่งยังไม่ใช่ความรัก ความสนใจจากสัมผัสทั้งห้าอาจเกิดจากรูปร่างหน้าตาถูกสเป๊ก ความสวยหล่อหรือดูสุขภาพดี ที่ทำให้อีกฝ่ายใจเต้นแรง

 

        ความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้องเมื่อแรกพบนั้นเกิดจากนอร์อิพิเนฟริน เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายใช้ตอบสนองเมื่อได้รับตัวกระตุ้น เที่ทำให้ต้องตัดสินใจว่า จะสู้หรือจะหนี ความถูกใจจะทำให้เราเข้าไปใกล้ นำไปสู่ขั้นที่สอง คือการทำความรู้จัก รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เร้าการตอบสนอง

       ผู้ชายขอบผู้หญิงที่เสียงสูง ช่วงความถี่กว้างและมีเสียงลมหายใจแทรก เข้ากับรูปร่างที่เล็กกว่า ส่วนผู้หญิงชอบผู้ชายที่เสียงต่ำ ความถี่แคบ บ่งบอกถึงร่างกายที่ใหญ่กว่า จมูกนอกจากรับกลิ่นน้ำหอม ยังรับสารเคมีอย่างฟีโรโมนที่กระตุ้นการตอบสนองทางกายได้ด้วย เมื่อเกิดกระบวนการทางเคมี สารสื่อประสาทบางชนิดจะเพิ่มขึ้น และบางชนิดก็ลดลง 

        สำหรับผู้หญิง โดพามีนและอ๊อกซี่โทซินจะเพิ่มขึ้น โดพามีนเพิ่มเมื่อเราเดท หรือกำลังจะชนะการแข่งขัน และความรักก็คือรางวัลในเกมนี้ ถ้าคุณแฮปปี้กับการเดท โดพามีนของคุณก็จะเพิ่มขึ้น โดพามีนเป็นสารที่มีประโยชน์หลายอย่าง รวมทั้งทำให้เคลิบเคลิ้มด้วยความสุขเทียบได้กับยาเสพติด

 

        ส่วนอ๊อกซี่โทซินคือฮอร์โมนแห่งความไว้วางใจ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มเมื่อคุณกอด จูบ และรู้สึกดี ยิ่งเดทกันและเริ่มไว้ใจ อ๊อกซี่โทซินก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสูงลิ่วเมื่อถึงจุดสุดยอด นั่นคือสาเหตุที่ผู้หญิงตกหลุมรักลึกยิ่งขึ้นหลังจากมีเซ็กส์ 

        ที่จริง ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น แค่จูบก็สำคัญและซับซ้อนไม่น้อย มีทั้งการสัมผัสและสารเคมี กลิ่นของลมหายใจ รสชาติของริมฝีปาก ถ้าจูบแรกแย่มาก คู่เดทอาจเลิกสนใจซึ่งกันและกันไปเลยก็ได้

        สำหรับผู้ชาย เวลามีความสุขโดพามีนก็เพิ่มเหมือนกัน และยังมีฮอร์โมนวาโซเพรสซินที่จะสูงขึ้นเมื่อมีสิ่งเร้าทางเพศ เช่นการเดทกับผู้หญิงที่ถูกใจ หลังจากมีเซ็กส์กัน ฮอร์โมนนี้ก็จะลดลง 

        ประเด็นสำคัญอยู่ที่ในการรับส่งสารสื่อประสาทนี้ จะต้องมีการสร้างรีเซ็พเตอร์ หรือหน่วยรับความรู้สึก ที่สารสื่อประสาทจะสั่งให้ร่างกายสร้างขึ้น คุณต้องมีสารสื่อประสาทมากพอที่จะสร้างรีเซ็พเตอร์ และเติมเต็มหน่วยรับนั้น ซึ่งก็หมายความว่าต้องใช้เวลา ตรงกับคำสอนของคนโบราณที่ว่า อย่าชิงสุกก่อนห่าม เพราะผู้ชายจะรู้สึกรักเมื่อเขามีความผูกพันจริงจัง

        ไม่น่าเชื่อว่ามีผลการวิจัยที่สนับสนุนคำสอนนั้น จากการทดสอบฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในทหารอากาศอเมริกันกลุ่มหนึ่งพบว่า หนุ่มโสดมีเทสโทสเตอโรนสูงมาก และฮอร์โมนนี้จะต่ำลงหลังจากผูกมัดหรือแต่งงาน ที่สำคัญคือ เทสโทสเตอโรนเป็นตัวขวางกั้นอ๊อกซี่โทซิน ซึ่งเป็นสารแห่งความผูกพัน ผู้ชายจึงรักมากขึ้นหลังจากเขารู้สึกจริงจังกับผู้หญิง ในขณะที่ผู้หญิงรักมากขึ้นหลังจากมีเซ็กส์ 

         ด้วยสารเหล่านี้ ช่วงอินเลิฟคุณจะมีความสุขสุดๆ เหมือนได้พบ “คนที่ใช่” แต่ปัญหาคือ ความรู้สึกนี้ไม่ถาวร หลังจากผ่านไปสองสามปี สมองของคุณจะคืนสู่สามัญ คุณอาจคิดว่าความรักจบลงแล้ว แต่อย่าเพิ่งสิ้นหวังขนาดนั้น เพราะยังมีอีกขั้น,,,นั่นคือรักแท้ เมื่อรักเปลี่ยนจากความรู้สึกเป็นการกระทำ เมื่อคุณเข้าใจกระบวนการของความรัก คุณจะรู้วิธีเลือกซึ่งจะนำไปสู่ความรักที่ยั่งยืนและแฮปปี้ทุกวาเลนไทน์ตลอดไป

อ้างอิง

https://www.youtube.com/watch?v=eyq2Wo4eUDg

https://www.huffingtonpost.com/entry/there-is-a-science-to-love_us_58c88b41e4b0009b23bd9429

https://www.mindbodygreen.com/0-27437/6-counterintuitive-things-that-happen-to-your-brain-when-you-fall-in-love.html

https://www.youtube.com/watch?v=OH3imOrob9Y

https://exploringyourmind.com/the-chemistry-of-love-why-do-we-fall-in-love/

STORY BY ซัมเมอร์

 

ABOUT THE AUTHOR
ซัมเมอร์

ซัมเมอร์

เขียนหนังสือ แปลหนังสือ เป็นคอลัมนิสต์พลอยแกมเพชร หลงไหล K-pop และติดตามวงการแฟชั่น

ALL POSTS