HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เที่ยว โตโก!!! ดีใจที่ได้ไปเยือน
by โลจน์ นันทิวัชรินทร์
22 ม.ค. 2562, 12:37
  716 views

          ทำไมชื่อประเทศโตโกต้องมีเครื่องหมายตกใจ หรืออัศเจรีย์ด้วย

          ก็เพราะว่านั่นเป็นความรู้สึกแรกของผมที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเดินทางไปยังประเทศนี้ ต้องขอสารภาพว่าตั้งแต่เกิดมาผมก็ไม่เคยคิดว่าจะมาเที่ยวประเทศชื่อไม่คุ้นนี้เลย....ประเทศที่แอบซ่อนตัวเล็ก ลีบ และลึกลับอยู่ทางแอฟริกาตะวันตก แต่เมื่อผมและพี่ๆ น้องๆ อยากมาเที่ยวประเทศกานาและตามมาด้วยประเทศเบนิน เราก็เลยต้องจัดประเทศโตโกที่คั่นกลางสองประเทศนี้อยู่ไปโดยปริยาย และขณะนี้เรากำลังอยู่บนรถตู้ที่วิ่งไปตรงยังชายแดนประเทศกานา (Ghana) และเพื่อจะข้ามแดนไปยังประเทศใหม่ที่มีชื่อว่าโตโก (Togo) นี้เสียที 

          “วู แฟ็ต กั๊ว อ็อง ไตยลองด์?” (ทำงานอะไรที่เมืองไทย) เจ้าหน้าที่ถามผมด้วยภาษาฝรั่งเศส... ภาษาของประเทศผู้เป็นอดีตเจ้าอาณานิคมดินแดนนี้

          “เฌอ ทราวาย ด็องส์ ลาจช้อง เดอ ปุ๊บบลิชิเต้” (ผมทำงานที่บริษัทโฆษณาครับ) ผมตอบเสียงดังฟังชัด พร้อมกับลุ้นและรอเจ้าหน้าที่ที่กำลังพลิกหนังสือเดินทางของพวกเรากลับไปกลับมาอยู่สองสามเที่ยว

           “เบียงเวอนู อา ลา เครปู๊บลี้ก โตโกแล็ส” (ขอต้อนรับสู่สาธารณรัฐโตโก) เจ้าหน้าที่จบประโยคต้อนรับนี้ด้วยเสียง “ปั้ง” พร้อมกับตราประทับที่อนุญาตให้ผมและพี่ ๆ น้อง ๆ ผ่านด่านได้เรียบร้อย จากนั้นหนังสือเดินทางของพวกเราก็เลยมีคำว่า ‘Republique Togolaise’ สีแดงมาประดับเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตรา จากด่าน รถตู้พาเราไปยังเมืองปาลีเม่ที่อยู่ห่างออกไปราว 25 กิโลเมตร ชื่อเมืองนี้สะกดด้วยอักษรโรมันว่า Kpalime แต่ตัว K ไม่ออกเสียงนะครับ

            แม่เจ้า...นี่มันคือถนนหรือนี่ !!! อะไรมันจะกระเด้งกระดอนและขรุขระคดเคี้ยวจนบิดเบี้ยวไปทั้งเอวแทบตลอดเส้นทางเช่นนี้ และไม่เพียงแต่ส่งผลให้เราแอบปวดเมื่อยกันเล็กๆ แต่ยังทำให้รถตู้ของพวกเราดูเขรอะและโทรมลงทันตาเห็น เมื่อคืนที่ประเทศกานาก่อนข้ามมาประเทศโตโก ผมลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเล็กๆ แห่งนี้แล้วพบข้อมูลที่น่าสนใจว่าโตโกติดอันดับต้นๆ ของดินแดนที่ยากจนที่สุดในโลก รายได้ประชากรต่อหัวของที่นี่คือ 600 เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี นั่นคือตกประมาณ 20,000 กว่าบาทเท่านั้น ในขณะเดียวกัน โตโกก็ติดอันดับบนๆ ของประเทศที่มีอัตราการฉ้อราษฎร์บังหลวงสูงที่สุดในโลก

           ถนนขรุขระสายนี้ก็แอบช่วยยืนยันอะไรบางอย่าง

หมู่บ้านกูมากงดา

          ที่ปาลีเม่ เราแวะหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อว่ากูมา กงดา (Kouma Konda) ที่ซ่อนตัวเงียบๆ อยู่บนเขา แต่แอบเป็นแหล่งผลิตกาแฟออร์แกนิคคุณภาพส่งออกสำคัญของประเทศ ที่นั่น เราได้พบกับกิโยม (Guillaume) หนุ่มอารมณ์ดีที่เกิดและเติบโตในหมู่บ้านนี้มาเป็นไกด์พาเราเดินเล่นชมหมู่บ้าน และผมคิดว่าเราโชคดีมากๆ ที่ได้กิโยมมานำเที่ยว เพราะเขาบรรยายอย่างตั้งใจและทุ่มกายถวายชีวิตมากๆ เมื่อผ่านต้นหมากรากไม้ท้องถิ่นที่นำมาใช้ทำประโยชน์อะไรและอย่างไร กิโยมก็จะสาธิตให้ดูแบบไม่ยั้ง ที่ผมชอบมากๆ ก็คือผลพื้นเมืองชื่ออะไรบางอย่างที่ภายในมีเม็ดอ่อนสีแดงสวย ถ้าหากเราขยี้เม็ดนี้แล้วจะได้สารที่มีเนื้อคล้ายกับลิปสติก สามารถใช้ทาปากได้ สาวๆ โตโกใช้ผลวิเศษนี้ผสมน้ำมะเขือเพื่อแต้มลงบนริมฝีปากมานานหลายร้อยปี... ว่าแล้วกิโยมก็สาธิตให้เราชมจนปากแดงแช้ดตัดกับสีผิวคล้ำเข้มของเขา

กิโยมปากแดงสวย
เบื้องหลังความแดง

         อ้อ.... ต่อมาผมได้สอบถามข้อมูลไปยังพี่ชายที่เป็นนักพฤษศาสตร์ซึ่งคุ้นเคยกันคนหนึ่ง ท่านได้บอกผมว่ามันคือผล “คำแสด” นั่นเองครับ นอกจากคำแสดแล้วก็มีพืชอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่ออะไรบางอย่างที่ผมฟังไม่ออก (อีกแล้ว) เมื่อเราหักกิ่งมาก็สามารถนำมาถูฟันได้ทันที แถมยังมีฟองฟอดแบบยาสีฟันด้วย อันนี้กิโยมก็สาธิตให้ดู อู้หู...ฟองฟอดเลย

ก้านอะไรใช้สีฟัน

            บ่ายแก่ๆ วันนั้นผมว่าชาวบ้านหมู่บ้านกูมา กงดา คงตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจไม่ต่างจากพวกเราเพราะอยู่ดีๆ ก็มีคนหน้าไม่คุ้นมาเดินท่อมๆ สำรวจหมู่บ้านอันแสนสงบของพวกเขา  ระหว่างเดินไปเรื่อยๆ ในหมู่บ้าน ผมก็เริ่มรู้สึกชอบหมู่บ้านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ประการแรกเลยก็คือ ชาวบ้านล้วนเป็นมิตรและมีรอยยิ้มให้นักเดินทางอย่างเราอยู่เสมอ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่พร้อมจะ “ซี้” กับพวกเราอย่างทันท่วงที

คนหน้านี่แสบสุดครับ

              ประการต่อมา หมู่บ้านนี้ให้บรรยากาศที่แสนจะแอฟริก๊าแอฟริกาเอามากๆ .... ลองหลับตาจินตนาการภาพถนนดินแดงที่ทอดตัวผ่านบ้านเล็กๆ หลายๆ หลังที่ล้วนทำจากดินเหนียว แล้วลัดเลี้ยวผ่านโรงเรียนและโบสถ์เก่าๆ ตรงกลางหมู่บ้าน นอกจากนั้นยังมีฝูงแพะ แกะ และไก่วิ่งกันพล่านไปมา แอบเห็นผู้หญิงแอฟริกันร่างใหญ่ดูแข็งแรงกำลังตำหัวมันคาสซาว่าในครกใบเขื่อง เมื่อสูดหายใจก็จะได้กลิ่นหอมของน้ำมันปาล์มโชยมาจากกระทะทอดปลาร้อนๆ ที่มาพร้อมกับเสียงดังฉี่ฉ่าจากลานครัว ร้านตัดผมเล็กๆ ที่ก่อจากดินเหนียวและเป็นเพียงร้านเดียวของหมู่บ้าน ตั้งอยู่ข้างๆ แผงขายของจิปาถะที่มีแม่ค้าในผ้ากาปูลาน่าสีสดนั่งเฝ้า...... รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆ ที่แสนจะแอฟริก๊าแอฟริกา

ร้านตัดผมร้านเดียวของหมู่บ้าน
แผงขายของเล่นและของจิปาถะเล็กๆ

             และที่ผมประทับใจสุดๆ ก็คือหมู่บ้านกูมา กงดาที่แสนจะสงบและเรียบง่ายนั้นแอบมีศิลปะสวยๆ ซ่อนอยู่อย่างมีสุนทรี บ้านของชาวบ้านที่ส่วนมากทำจากดิน แต่ประตูหน้าต่างทำจากไม้นั้นกลับแอบวาดรูปต่างๆ นานาและลงสีสวยๆ ไว้อย่างน่าดู บางรูปก็เป็นรูปวาดเลียนแบบต้นไม้ ดอกไม้ในธรรมชาติบ้าง บางรูปก็เป็นลายเรขาคณิต และก็มีหลายรูปที่เป็นลาย Abstract art สวยๆ ที่ทำให้ผมแอบนึกถึงศิลปินสำคัญอย่าง Pablo Picasso ขึ้นมาแว้บๆ

             เด็กๆ ที่ออกมาต้อนรับตั้งแต่แรกยังคงวิ่งล้อมหน้าล้อมหลังอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย และต่อมาก็ยอมมาเป็นดาราหน้ากล้องให้พวกเราแต่โดยดี

              คุณแม่ลูกดกใจดีผู้เป็นเจ้าของบ้านประตูสวยได้ขนกล้วยหวีใหญ่มาขาย เราอุดหนุนเธอไป 2,000 ฟรังก์ เซ.แอ็ฟ.อา. (Franc CFA) โดยมีข้อแม้ว่าเราจะขอเข้าไปเดินเล่นในบ้านสวยของเธอหลังนั้น และขอถ่ายรูปเธอพร้อมกับลูกๆ หลานๆ เป็นที่ระลึกด้วยนะ และเธอก็ยินดี อ้อ... Franc CFA เป็นสกุลเงินที่ใช้ในกลุ่มประเทศที่พูดภาษาฝรั่งเศสในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกนะครับ อัตราเทียบเงินบาทคือ 100 ฟรังก์ เซ.แอ็ฟ.อา. ต่อ 6 บาทของไทยครับ

ตำคาสซาว่าเพื่อนึ่งเป็นฟูฟู อาหารแป้งคล้ายหม่านโถว บิจิ้มกับแกง

            ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตตามปกติของเขาโดยมีพวกเราแอบเดินสังเกตอย่างเงียบๆ

            และแล้วในเวลาใกล้ค่ำ... ที่บริเวณก๊อกน้ำบาดาลกลางหมู่บ้าน น้องสาวคนเก่งก็เทินถังใบเขื่องมาบนศีรษะ น้องมาอย่างธรรมชาติมากๆ เธอมาอย่างที่เธอเดินมาทุกวัน มาหยุดใต้ก๊อกน้ำ ก่อนที่จะเปิดน้ำและยืนรอให้น้ำเต็มถัง และเมื่อเต็มแล้วน้องก็เพียงแต่เดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้ม สิ่งนี้อาจเป็นภารกิจที่เธอทำอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่ในวันนั้นเมื่อเวลา 17.46 น. ภายใต้แสงแดดสีส้มสวยกำลังดี กลางหมู่บ้านเล็กๆ ในประเทศโตโก ......มันกลับเป็นความงดงามที่คนชอบถ่ายภาพอย่างพวกเราใจสั่น และพวกเราก็ขออนุญาตเธอถ่ายภาพอย่างห้ามตัวเองไม่ได้

    

        ภาพของน้องที่ผมนำมาแสดงไว้กับบทความนี้เป็นภาพถ่ายที่ผมชอบมากๆ และเป็นภาพถ่ายที่ดีที่สุดที่บรรยายความรู้สึกของผมต่อเหตุการณ์เล็กๆ เพียงไม่กี่นาทีที่สวยงามนั้นไว้หมดแล้ว ภาพนี้ถ่ายโดยน้องหนิง ดวงฤทัย พุ่มชูศรี ซึ่งสามารถติดตามบันทึกภาพและการเดินทางของน้องหนิงได้ที่ Facebook หน้า Ning’s Homemade นะครับ

          ใกล้มืดเต็มที และเราก็เพลินชมหมู่บ้านและลีลาของกิโยมจนแทบลืมทำสิ่งสำคัญหนึ่งอย่าง

         “อ้าว....แล้วกาแฟของหมู่บ้านนี้ที่ว่ากันว่าดีที่สุดในโตโกล่ะ ยังไม่ได้ลองเลยนะกิโยม” พวกเราโวย
         “จริงด้วย..... เกือบลืมแล้ว มา ...มา นี่เลยมา” ว่าแล้วกิโยมก็พาเราไปลองทานกาแฟที่ร้านเล็กๆ หน้าหมู่บ้าน แล้วเราก็พบว่ารสชาติและกลิ่นนั้นไม่เลวเลย
         “กาแฟจากหมู่บ้านนี้ส่งออกไปทั่วโลกเลยนะ” กิโยมอวดอย่างภูมิใจ


          คืนแรกในโตโก... ผมคิดว่าผมควรดีใจมากกว่าตกใจที่ได้ไปเหยียบประเทศเล็กๆ แห่งนี้

 

ขอขอบคุณภาพจาก
ดวงฤทัย พุ่มชูศรี ดูผลงานของเธอ คลิกที่นี่ครับ Facebook
นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี

Story by โลจน์ นันทิวัชรินทร์

ABOUT THE AUTHOR
โลจน์ นันทิวัชรินทร์

โลจน์ นันทิวัชรินทร์

หนุ่มเอเจนซี่โฆษณาผู้มีปรัชญาชีวิตว่า "ทำมาหาเที่ยว" เพราะเรื่องเที่ยวมาก่อนเรื่องกินเสมอ ชอบไปประเทศนอกแผนที่ที่ไม่มีใครอยากไปเลยต้องเต็มใจเป็น solo backpacker

ALL POSTS