HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
แท็กซี่พลังงานไฟฟ้า ลดปัญหา SMOG
by ซัมเมอร์
24 ธ.ค. 2561, 15:45
  593 views

มาช่วยกันมลพิษโดยหันมานั่งรถที่ใช้พลังงานสะอาดกันเถอะ

        หมอกพิษจางๆและควัน ยังคงปกคลุมกรุงเทพนานนับสัปดาห์ และดูเหมือนจะหนาขึ้นทุกที ในขณะที่กรมควบคุมมลพิษเพียงแค่ออกมาเตือนให้อยู่ในอาคาร และใส่หน้ากาก N95 มาตรการที่ออกมาในข่าว มีเพียงพยายามฉีดน้ำและเข้มงวดเตาปิ้งย่าง ระหว่างที่รอให้ฝนตกลงมา หรืออากาศเปิดพัดฝุ่นให้หายไป เราแก้ไขอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้วหรือ?

 

       SMOG ที่ทำให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองในหมอกพิษอยู่ขณะนี้ เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม โรงกลั่น การก่อสร้าง ควันจากการเผาขยะ และ มลพิษจากการจราจร รถยนต์ที่มากมายเต็มถนนและรถเมล์ผุเก่าปล่อยควันดำ ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศสะสมจนเป็น SMOG อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อฝุ่นเกินค่ามาตรฐานถึงขั้นอันตราย และมีขนาดเล็กมาก จนหน้ากากอนามัยกรองไม่ได้ ต้องใช้หน้ากากพิเศษระดับ N95 ซึ่งคงไม่มีใครใส่อยู่ตลอดเวลาได้ หลายคนถอดใจปล่อยไปตามยถากรรม หรือมีมาตรการแค่ห้ามปิ้งย่างริมถนน ทั้งที่ปัญหานี้น่าจะแก้ไขได้ด้วยระบบผังเมือง การควบคุมจัดการมลพิษ และใช้พลังงานสะอาดกับเครื่องยนต์ทันสมัย

 รถพลังงานไฟฟ้า 100%ที่ไม่ใช่ลูกผสมไฮบริดอาจดูแสนแพงหรือไกลตัวเหมือนมาจากโลกอนาคต แต่ความจริง รถชนิดนี้แล่นปะปนอยู่บนถนน ในชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพ ราคาไม่ไกลเกินเอื้อม ไม่ใช่รถอวองการ์ตอย่างเทสล่า แต่เข้าไทยมาในรูปชอง “แท็กซี่”EV ยี่ห้อ BYDผลิตจากจีน

        ความเป็นรถสาธารณะคือข้อพิสูจน์ความคงทน เข้าถึงง่าย ใช้งานได้จริง มีความเสถียรพอที่จะวิ่งได้ทั้งวัน และประหยัดพลังงาน ด้วยค่าซ่อมบำรุงและค่าไฟที่ถูกกว่ารถใช้แก๊ส ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปอดของเรา

       เหตุที่จะได้นั่ง BYD E6ในรูปแบบแท็กซี่ EV เกิดขึ้นในวันที่ต้องรีบหาแท็กซี่จากเซ็นทรัลเวิลด์ไปสนามบินตอนสองทุ่ม แน่นอนว่าเป็นช่วงที่รถหายาก พอเห็นรถสีขาวฟ้ามีโป๊ะจอดอยู่ห่างจากจุดเรียกไปนิดหน่อย จึงเตร่เข้าไปดู ถามคนแถวนั้นได้ความว่าเป็นแท็กซี่ไฟฟ้า EVSociety Taxivip เริ่มกดมิเตอร์ที่ 150บาท แต่ตอนนี้มีโปรแจกบัตรลด 100 รับได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

       โชเฟอร์กดโทรศัพท์ให้ดูว่าราคาไปสุวรรณภูมิประมาณ 800 บาท ไม่แพงเท่าลีมูซีน แต่บริการถือว่าใกล้เคียงกัน รถเบาะกว้างนั่งสบาย ด้านหลังใส่กระเป๋าเดินทางได้ 4-5 ใบ 

        เพราะต้องทำเวลาเลยไม่ได้ซักถามอะไรมาก ออกรถแล้วถึงได้รู้ว่า ไม่ใช่ไฮบริด ไม่มีน้ำมันสำรอง เป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100% มีแบตเตอรี่ Lithium-ion-feขนาด 80kWh ชาร์จแบบ 40 kWใช้เวลา 2.30 ชั่วโมง จะวิ่งได้ 300 กว่ากิโลเมตร และที่หน้าปัดมีเข็มบอกด้วยว่า ไฟฟ้าในรถเหลือวิ่งได้อีกกี่กิโล พร้อมทั้งทั้งกล้องวงจรปิดและ GPS ระบบรักษาความปลอดภัย และเซนเซอร์ร้องเตือนเวลามีวัตถุเข้าใกล้ จุดชาร์ทไฟอยู่ที่สุทธิสาร และสุวรรณภูมิ

        แท็กซี่รุ่นนี้ใช้รถ BYD รุ่น e6 ขับเคลื่อนล้อหน้า 121 แรงม้า เกียร์ไฟฟ้า คล่องตัวทั้งในเมือง และออกต่างจังหวัดได้ไกลถึงระยองต่อหนึ่งการชาร์จ ถ่ายไฟจากคันหนึ่งไปอีกคันและส่งให้เครื่องไฟฟ้าอื่นก็ยังได้ แบตเตอรี่มีอายุการใช้งาน ปี ด้วยนวัตกรรมที่พัฒนามาเกือบ 10 ปี BYD จึงเป็นได้ทั้งรถส่วนตัวและสาธารณะ ตั้งแต่แท็กซี่ไปถึงบัสสองชั้นในอังกฤษ กับรถบัสพนักงานของเฟซบุ๊ก และบัสไฟฟ้ามหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา จึงมียอดขายยานยนต์ไฟฟ้าอันดับ ของโลก ปีซ้อน

       ใครยังไม่ได้ลองนั่งรถไฟฟ้า100%EV มีจุดจอดสแตนด์บายที่ชั้นทางออก สนามบินสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลกรุงเทพ เซ็นทรัลเวิลด์ พัทยา อู่ตะเภา หรือเรียกผ่าน GRAB โดยดูโค้ดส่วนลดได้ที่เฟซบุ๊กEVSociety Taxivip

            ถึงแม้ว่าการใช้รถ EV จะยังมีน้อย แต่ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้น และความพยายามที่มากกว่าการแก้ไขปลายเหตุเช่นใส่หน้ากากหรืออยู่แต่ในบ้าน...

 

ABOUT THE AUTHOR
ซัมเมอร์

ซัมเมอร์

เขียนหนังสือ แปลหนังสือ เป็นคอลัมนิสต์พลอยแกมเพชร หลงไหล K-pop และติดตามวงการแฟชั่น

ALL POSTS