HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เมื่อผมเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมฉลองวันชาติคิริบาส
by โลจน์ นันทิวัชรินทร์
4 ต.ค. 2561, 16:09
  2,401 views

        ดะ...ดะ...ดะ..เดี๋ยวนะ ใครแต่งตั้งแกให้ได้รับตำแหน่งตัวแทนประเทศไทยไปร่วมงานวันชาติคิริบาสเหรอ?คุณผู้อ่าน Happening BKK อาจมีคำถามนี้ผุดขึ้นมาทันทีใช่ไหมครับ?

        คำตอบคือ ไม่มีครับ เพียงแต่ว่าเมื่อผมยื่นหนังสือเดินทางให้กับเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินบอนริกิเมื่อเดินทางมาถึงประเทศคิริบาสเรียบร้อยแล้ว คุณพี่ที่ด่านถึงกับหยิบหนังสือเดินทางของผมพลิกไปพลิกมาอยู่หลายรอบพร้อมกับใบหน้าที่แสดงความปลื้มอกปลื้มใจเอามาก ๆ เขาบอกกับผมว่านี่เป็นหนังสือเดินทางจากประเทศไทยเล่มแรกที่ผมได้เห็น และได้ประทับตรา.....ขอต้อนรับสู่คิริบาสนะครับ

[อ่าน เที่ยวคิริบาส...ก่อนสวรรค์จมหาย คลิก]

ด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นศาลามุงจากน่ารักมาก ๆ และเขาดีใจที่ได้ต้อนรับคนไทย

        นั่นแหล่ะครับ... ผมจึงทึกทักว่าผมคือตัวแทนประเทศไทยด้วยประการฉนี้

        ประเทศคิริบาสนั้นสะกดด้วยตัวอักษรว่า Kiribati แต่ไม่ได้อ่านออกเสียงว่าคิ-ริ-บา-ติ นะครับ และประเทศน้อย ๆ แห่งนี้เป็นหมู่เกาะที่อยู่ห่างไกลในมหาสมุทรแปซิฟิกระหว่างออสเตรเลียและฮาวาย

ทะเลที่นี่สวยมาก: Photo by Daz Wang

        ผมตั้งใจเดินทางมาที่นี่ในช่วงเดือนกรกฎาคมเพราะวันชาติของคิริบาสนั้นตรงกับวันที่ 12 ของเดือนดังกล่าว ซึ่งเป็นวันที่พวกเขาได้รับเอกราชจากอังกฤษมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 และผมทราบมาว่าที่กรุงตาระวา (Tarawa) เมืองหลวงนั้นจะมีการฉลองกันเอิกเกริกมากถึง 7 วัน 7 คืน แบบโรงเรียนหยุด ออฟฟิศก็หยุด อะไร ๆ ก็หยุดให้ผู้คนได้เฉลิมฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงข้ามวันข้ามคืนกับกิจกรรมหลากหลาย

        ความจริงผมเคยถ่ายทอดประสบการณ์การเดินทางมาที่นี่ให้ได้อ่านกันไปเมื่อหลายเดือนก่อน เพียงแต่ว่าผมยังไม่ได้เล่าเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผมคิดว่าน่าสนใจ และแสดงให้เห็นว่าชาวอิคิริบาส (I-Kiribati) นั้นเป็นคนอารมณ์ดีและเป็นมิตรต่อคนแปลกหน้าจากแดนไกลมาก ๆ

เด็กมากันทุกวัย เด็ก ๆ และการปฏิญาณตนคือไฮไลท์: Photo by Daz Wang

        พิธีการฉลองเอกราชอย่างเป็นทางการนั้นประเดิมด้วยการสวนสนามของทุกภาคส่วนที่สนามกีฬาแห่งชาติไบริกิ กลางกรุงตาระวา แต่ขบวนที่เรียกรอยยิ้มและความประทับใจมากสุดก็คือขบวนสวนสนามของเด็ก ๆ จากโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะน้อง ๆ หนู ๆ ที่อยู่ในชุดประจำชาติอันสวยงามเป็นเอกลักษณ์

        เด็ก ๆ ไม่ใช่แค่เดินมาอย่างขึงขังเท่านั้น พวกเขาต้องหยุดที่หน้าปะรำพิธีที่ท่านประธานาธิบดีนั่งเป็นประธานอยู่ พร้อมกับกล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าธงชาติด้วยคำขวัญของประเทศ 3 ข้อ คือ Te Mauri, Te Araoi, Te Tabomoa ซึ่งแปลว่า แด่สุขภาพ แด่สันติภาพ และแด่ความมั่งคั่ง เด็ก ๆ ตั้งใจทำมาก ๆ เรียกเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดูจากผู้ชมรอบทิศ

ฝูงชนมารอลุ้นรางวัลใหญ่ โดยเฉพาะรถยนต์

        สนามกีฬาแห่งชาติไบริกิเป็นดั่งศูนย์กลางของกิจกรรมทั้งมวล แต่บริเวณอื่น ๆ ของเมืองก็มีกิจกรรมให้ประชาชนไปร่วมสนุกด้วย เรียกกันว่ามีกำหนดการณ์เผยแพร่ในเว็บไซต์ให้ไปดาวน์โหลดและกำหนดเวลาไปร่วมด้วยได้โดยไม่พลาด

        หลังจากพิธีสวนสนามจบลง ช่วงบ่าย ๆ ผมถือโอกาสเดินเล่นไปเรื่อย ๆ เพื่อชื่นชมบรรยากาศ เสียงหัวเราะเฮฮามีอยู่รอบตัว ผมเดินจนไปถึงจตุรัสไบริกิ แล้วพบว่ามีคนมามุงกันอยู่มากมาย

        ที่กลางจตุรัสมีเวทีเล็ก ๆ ตั้งอยู่พร้อมกับตู้ใส ๆ ที่ใส่กระดาษเขียนชื่อที่อยู่ราวกับกิจกรรมการจับรางวัลผู้โชคดี ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านตรงข้ามเวทีมีคนอยู่มากมายราวกับมารอลุ้นอะไรบางอย่าง.... ตกลงเขามาทำอะไรกันนะ?

พลังรักชาติ

        เขามารอลุ้นจับรางวัลรถยนต์กันค่ะ ตังกีร่า สาวน้อยที่นั่งอยู่แถว ๆ นั้นบอกผม หลังจากที่เราแนะนำตัวกันแล้ว ตังกีร่าเองก็เป็นชาวเมืองตาระวาที่มารอลุ้นรถยนต์กับเขาด้วยเหมือนคนอื่น ๆ เธอตื่นเต้นมาก ๆ เมื่อผมบอกว่าผมมาจากประเทศไทยอันไกลโพ้นเพื่อมาร่วมฉลองวันชาติกับชาวอิคิริบาส

ตังกีร่าออกไปจับรางวัลก่อน แล้วบอกว่ามีตัวแทนมาจากประเทศไทยด้วย

        และก่อนจะถึงการจับรางวัลใหญ่ เธอได้รับเชิญให้ขึ้นไปจับรางวัลอะไรบางอย่างบนเวที... และเรื่องก็เริ่มขึ้นตรงนี้ เมื่อเธอกระซิบคุณพิธีกรว่ามี แขก พิเศษมาจากประเทศไทยผู้มีนามว่า มิสเตอร์โอ๊ค ทำไมไม่เรียกเขาขึ้นมาจับรายชื่อผู้โชคดีรับรถยนต์เสียล่ะ?

        ขอเชิญมิสเตอร์โอ๊ค ฟรอม ไท้ยแล่นด์ ให้เกียรติขึ้นเวทีมาจับรางวัลรถยนต์ในวาระฉลองวันชาติด้วยครับ เสียงกรี๊ด วี้ดวิ้ว และเสียงปรบมือดังสนั่นจตุรัสไบริกิ พร้อมกับที่ผมลุกขึ้นเดินไปขึ้นเวทีอย่างงง ๆ

        คิริบาสเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษมาก่อน แม้ว่าจะมีภาษาอิคิริบาส อันเป็นภาษาถิ่นและภาษาทางการของประเทศ แต่ทุกคนก็สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ดี....เช่นคุณพิธีกรคนนี้

        ขอเชิญมิสเตอร์โอ๊ค ฟรอม ไท้ยแล่นด์ จับชื่อผู้โชคดีเลยนะครับ แล้วให้เกียรติอ่านชื่อเขาผู้นั้นด้วยนะครับ คุณพิธีกรประกาศออกไมค์หลังจากสัมภาษณ์ผมมาแล้ว 3-4 คำถามเกี่ยวกับประเทศไทย และสาเหตุที่ผมเดินทางข้ามโลกมาถึงคิริบาส

        “รางวัลนี้เป็นรางวัลใหญ่นะครับ นั่นคือรถยนต์นั่งสำหรับครอบครัว ใครจะเป็นผู้โชคดีในการฉลองวันชาติในวันนี้ ตอนนี้ผมเชื่อว่าแทบทุกคนกำลังฟังการถ่ายทอดสดการจับฉลากทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งคิริบาสอย่างลุ้นกันสุด .....มิสเตอร์โอ๊ค ฟรอม ไท้ยแลนด์ เชิญเลยครับ คุณพิธีกรทำผมแทบหงายเงิบ.... ตาย ตาย ตาย... ตอนนี้มีการถ่ายทอดสดทางวิทยุไปทั่วประเทศด้วยหรือนี่

        ผมล้วงเข้าไปในกล่องไม้ใบเขื่องที่กรุกระจกใสด้านหน้า แกล้งเอามือทำเป็นกวน ๆ กวน ๆ โกย ๆ โกย ๆ เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมที่รอลุ้นอยู่รอบจตุรัส และแล้วชื่อผู้โชคดีผู้นั้นก็อยู่ในมือผม ไม่ใช่เขาที่เท่านั้นที่ตื่นเต้น ผมเองก็ตื่นเต้นที่ต้องอ่านชื่อเขาออกอากาศไปทั่วประเทศ

        “............” ผมเปิดกระดาษใบยู่ยี่นั้นออก พร้อมกับเห็นตัวอักษรที่ขยุกขยุย ภาษาอิคิริบาสใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ นั่นจึงไม่ใช่ปัญหา แต่ว่าลายมือคุณพี่ผู้โชคดีนั้นอ่านยากสุด ๆ แล้วผมจะอ่านออกไหมวะครับเนี่ย?

และแล้วตัวแทนประเทศไทยก็ทำหน้าที่จับฉลากรางวัลใหญ่...รถยนต์ครับรถยนต์

 

         “เชิญมิสเตอร์โอ๊ค ฟรอม ไท้ยแล่นด์ อ่านชื่อผู้โชคดีได้เลยครับ คุณพิธีกรเร่งผมให้อ่านชื่อหลังจากที่ผมสตั๊นท์ไป 3 วินาที ตายล่ะ... ผมต้องอ่านอะไรออกไปสักอย่างแล้ว ใครที่เขียนตัวอักษรแบบนี้ต้องจับมาคัด A ถึง Z ใหม่เดี๋ยวนี้

        “และผู้โชคดีก็คือ คุณตะ..ตะ..โต...โต...กะ.. กะ..กา..กา... อา...กิ..กิ...เอ่อ.. โตกา อากิโอ...โอ..ลา..” ผมหยุดหายใจเรียกพลัง ขณะที่ผู้คนมากมายรอฟังชื่อสำคัญชื่อนั้น

        หากเคยได้ยินภาษากลุ่มประเทศแปซิฟิกใต้ จะพบว่าเป็นคำซ้ำ ๆ จำพวก อา อา อู อู กา กา กู กู ลา ลา อะไรพวกนี้เยอะมาก และเขาจะมีชื่อต้น ชื่อกลาง ชื่อรอง นามสกุลอีกยาวยืด

        ผมพยายามอ่านชื่อยาว ๆ ชื่อนั้นจนจบ ผู้คนฮากันสนั่น ผมคิดว่าเขาคงขำสำเนียงภาษาอิคิริบาสของผม ว่าแล้วก็ส่งให้คุณพิธีกรช่วยอ่านอีกครั้ง ผมกลัวว่าผมจะอ่านชื่อผิดและทำให้เกิดความสับสน รางวัลนี้เป็นรถยนต์และเชื่อว่าใครหลายคนก็ฝากความหวังไว้กับการจับฉลากครั้งนี้

        “@#^__^#!!!+%%” คุณพิธีกรอ่านชื่อนั้นออกมาอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าผมฟังไม่ออก คราวนี้เสียงเฮฮาดังขึ้นรอบทิศ เสียดายว่าผู้โชคดีคนนั้นไม่ได้อยู่ที่จตุรัสไบริกิในเวลานี้ ผมเลยไม่มีโอกาสเห็นหน้าเขา แต่อย่างไรก็ตาม วินาทีนั้นผมรู้ว่าผมปฏิบัติภารกิจสำคัญนี้จบลงเรียบร้อยแล้ว

         แต่มันจบไปเพียงหนึ่งภารกิจเท่านั้นครับ เพราะภารกิจที่สองกำลังจะเริ่มขึ้นเมื่อตังกีร่าได้ชวนผมไปดูการแข่งขันยกน้ำหนักหญิงต่อที่อีกมุมของจตุรัสแห่งนี้

คนนี้ลุ้นแชมป์

         การแข่งขันยกน้ำหนักฉลองเอกราชนั้นจัดเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีมาทุก ๆ ปี ใคร ๆ ก็สามารถมาแข่งยกน้ำหนักได้ เพียงแต่ว่าต้องไปลงชื่อ วัดน้ำหนัก เพื่อแยกประเภทให้เหมาะสม โดยจะมีเงินรางวัลจากรัฐบาลให้ผู้ชนะในแต่ละรุ่นแต่ละประเภท และแน่นอนว่าที่ลานนั้นก็เต็มไปด้วยคนที่มาแข่ง และกองเชียร์มากมาย

เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แต่แรงมากนะครับ

        อีกครั้งที่ตังกีร่าเดินไปบอกกรรมการผู้จัดการแข่งขันยกน้ำหนักว่ามีแขกพิเศษชื่อว่า มิสเตอร์โอ๊ค ฟรอม ไท้ยแล่นด์ บินมาร่วมงานนี้ด้วย และแล้ว...

        “ก่อนจะเริ่มการแข่งขันยกน้ำหนักหญิงในวันนี้ ผมขอเชิญ มิสเตอร์โอ๊ค ฟรอม ไท้ยแล่นด์ มาเป็นเกียรติยกน้ำหนักประเดิมด้วยครับ คุณพิธีกรภาคสนามประกาศเรียกผมให้มายกน้ำหนัก ผมหันไปมองตังกีร่าและพบว่านางกำลังหัวเราะอย่างสนุกสนาน

        “ตังกีร่า...นังงูพิษ ผมได้แต่คิดในใจ ว่าแล้วก็เดินออกไปที่ลานนั้น

         โชคดีว่าลูกน้ำหนักนั้นเป็นแผ่นบาง ๆ ไม่น่าหนักมาก เพราะผมแค่ยกพอเป็นพิธีเท่านั้น ผมพยายามทำท่า Clean and Jerk อย่างที่เคยเห็นในการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ แต่มันออกมาดูแย่มาก ๆ เพราะผมเซไปมา และทำท่าจะล้มลง นักกีฬาหญิงที่รอแข่งขันต้องวิ่งเข้ามาช่วยประคอง และแน่นอนว่าผู้คนก็ฮากับท่ายกน้ำหนักอันแสนประหลาดของผม สิ่งที่ผมทำได้คือหัวเราะตามพวกเขาไปด้วย แต่อย่างน้อยมือถือยังอยู่ในกระเป๋ากางเกงของผม ตังกีร่าเลยไม่ได้เก็บภาพการยกน้ำหนักสุดฮาอันนี้.....

       

โชว์ลีลาหน้าภาพเขียน เป็นภาพเชิญชวนกันมาอนุรักษ์สัตว์ทะเล

        ในวันต่อ ๆ มา ผมก็ยังวนเวียนอยู่ในตาระวาเพื่อเที่ยวงานฉลองวันชาติกับชาวอิคิริบาส ที่สนามกีฬาแห่งชาติไบริกิ  มีศิลปินที่เป็นแขกเชิญของรัฐบาลมาจากอเมริกากำลังลงสีภาพสัตว์ทะเลที่พบในแถบนี้เพื่อสื่อให้ประชาชนร่วมกันอนุรักษ์พวกมันให้คงอยู่ต่อไป ประชาชนโดยเฉพาะเด็ก ๆ มายืนดูศิลปินทำงานกันมากมาย และพร้อมจะเป็นลูกมือให้กับเขา หน้าที่ที่พวกเราพอจะช่วยได้คือยกกระป๋องสีเดินตามเวลาเขาย้ายที่วาดรูป ช่วยล้างพู่กัน เปลี่ยนพู่กัน แต่การลงสีนั้นเป็นหน้าที่ของศิลปินเพียงผู้เดียว และแน่นอนว่ามิสเตอร์โอ๊ค ฟรอม ไท้ยแล่นด์ ก็ไปด้อม ๆ มอง ๆ และช่วยยกกระป๋องสีย้ายมุมไปมาอยู่หลายชั่วโมงอย่างสนุกสนาน....

         ในตอนบ่ายอากาศที่คิริบาสค่อนข้างร้อน แม้จะมีลมทะเลพัดมาเรื่อย ๆ ก็ตาม ที่มุมหนึ่งใกล้ ๆ กับสนามกีฬามีคนมามุงกันอย่างหนาแน่นมาก ๆ จนผมสงสัยว่ามันคืออะไร ทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กยืนมุมร้านนั้นอย่างใจจดจ่อ และเมื่อไปถึงผมก็ได้ทราบว่ามันเป็นร้านขายไอศกรีมที่เป็นแบบ Soft Cream ร้านแรกของประเทศคิริบาส และตอนนี้เครื่องกำลังเร่งผลิต Soft Cream อย่างเต็มกำลังเพื่อจำหน่ายให้พี่ ๆ น้อง ๆ หนู ๆ ที่มารอซื้ออย่างใจจดใจจ่อ

        ความจริงคนที่เกาะคิริบาสนี้นิยมบริโภคน้ำแข็งใสกันมากนะครับ และสามารถซื้อหาได้ทั่วไป โดยสังเกตง่าย ๆ ว่าคนขายจะเข็นรถเข็นที่มีกระติกน้ำแข็งใบใหญ่ ๆ และน้ำหวานหลากสีหลากรสวางตั้งไว้หลายขวดให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะราดน้ำหวานสีไหนรสไหนลงไปบนน้ำแข็งขาวฟูในถ้วยนั้น

ขาย Soft Cream กันไม่ทัน จากร้าน Soft Cream ร้านแรกของประเทศ

       แต่ไอศกรีมที่เป็น Soft Cream นั้นถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวาระฉองวันชาติคราวนี้ และเมื่อ Soft Cream สีขาวนวลไหลออกมาเป็นเกลียวสวยลงในถ้วยเป็นครั้งแรก ผมก็แลเห็นแววตาแห่งความสุขของทุกคน โดยเฉพาะเด็ก ๆ แต่เครื่องทำ Soft Cream นี้ยังอาจอยู่ในช่วงทดลอง เลยต้องทำ ๆ รอ ๆ หยุด ๆ เพื่อให้ได้ Soft Cream ที่พอดีตัวและไม่เละจนเกินไป...... แต่เด็ก ๆ และผู้คนที่มามุงซื้อไม่เคยถอยเลย ร้าน Soft Cream นี้จึงแน่นอยู่ตลอดทุกวี่ทุกวัน

        การมาร่วมฉลองวันชาติคิริบาสในคราวนั้น ผมไม่ได้มีโอกาสเพียงมาร่วมเปิดร้าน Soft Cream ร้านแรกของประเทศโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ผมได้ไปร่วมเปิดห้างสรรพสินค้าแห่งแรก และบันไดเลื่อนรางแรกของประเทศด้วย

        ในอาคารสูงสองชั้นที่ตั้งอยู่กลางเมือง ติดกับโรงแรม Tarawa Boutique Hotel เป็นอาคารพาณิชย์ที่สร้างโดยความอนุเคราะห์ของรัฐบาลจีนที่ด้านล่างเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ มีสินค้าจากจีน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์มาขายมากมาย ส่วนชั้นบนนั้นก็มีเสื้อผ้า เครื่องไฟฟ้า อุปกรณ์กีฬา ฯลฯ ส่วนมากมาจากจีนที่จัดและวางขายแบบห้างสรรพสินค้าเล็ก ๆ ในบ้านเรา

ตำรวจมาจัดคิวคนเล่นกระไดเลื่อน และก็แอบเล่นไปหลายรอบด้วย

        ช่วงสัปดาห์ฉลองเอกราชนั้นก็ได้มีพิธีเปิดห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ และแน่นอนว่าพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวอิคิริบาสก็ได้มาร่วมกันมากมายจนห้างเล็ก ๆ แห่งนี้เล็กลงไปอีก จุดที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือบริเวณบันไดเลื่อนซึ่งมีคนขึ้น-ลงกันรัว ๆ มากครับ... รัวจนต้องมีจ้าหน้าที่ตำรวจมายืนจัดคิว และปล่อยคิวให้พี่ ๆ น้อง ๆ ขึ้นกันไปทีละกลุ่ม ทีละคน สองคน

         ผมไปขึ้นลงอยู่หลายรอบกับพวกเขาด้วยความสนุกสนานเช่นกัน เวลาเราอยู่ในสถานการณ์แห่งความตื่นเต้นและสนุกสนานของคนในพื้นที่ เราก็จะรู้สึกสนุกสนานและตื่นเต้นไปกับพวกเขาด้วย ส่วนคนที่ผมพบว่าสนุกที่สุดคือพี่ ตำรวจ ครับ เพราะคุณพี่แกเป็นคนคุมคิว และแกจะคอยหาเหตุตรวจความปลอดภัยของบันไดเลื่อนอยู่เป็นระยะ ๆ เวลาแกตรวจ แกจะหยุดไม่ให้ใครใช้บันไดเลื่อนก่อนทำหน้าเคร่งขึ้นและลงบันไดเลื่อนอยู่ 3-4 รอบ เมื่อแกพิจารณาว่าทุกอย่างเป็นปกติแล้วถึงก็จะปล่อยให้ประชาชนได้ใช้ตามปกติ วันนั้นผมว่าแกตรวจความปลอดภัยไปมากกว่า 10 รอบ

        วันสุดท้ายของสัปดาห์เฉลิมฉลองเอกราช และเป็นวันสุดท้ายของผมในกรุงตาระวา ผมเดินดุ่ม ๆ ไปศาลากลางเมืองที่เพื่อไปดูภาพเขียนของศิลปินท้องถิ่นชาวอิคิริบาสที่มาจัดแสดงอยู่เป็นการส่งท้าย

คิวบุฟเฟ่ต์พร้อมพนักงานไล่แมลงวัน

        ในขณะที่ผมเดินดูรูปเขียนในห้องนิทรรศการ ผมก็พบว่ากำลังมีพิธีการอะไรบางจัดขึ้นอยู่อีกห้องหนึ่งใกล้ ๆ กัน แต่ผมไม่ทราบว่ามันคือพิธีอะไร  ผมเห็นชายหญิงแต่งตัวสวยงามด้วยชุดพื้นเมือง หลายคนใส่มาลัยดอกไม้ประดับศีรษะแบบชาวเกาะ ดูเป็นงานที่รวมเซเลบไฮโซอะไรบางอย่าง ผมก็เดินดูภาพเขียน และงานหัตถศิลป์ไปเรื่อย ๆ แล้วอยู่ดี ๆ ผมก็มาโผล่ในบริเวณที่เขาจัดอาหารพื้นเมืองหลากหลายไว้ในภาชนะแบบท้องถิ่นอย่างสวยงาม พอดีกับที่พิธีการของห้องนั้นจบลงและแขกเหรื่อกำลังมุ่งมาที่นี่ ผมกำลังคิดว่าผมต้องเดินออกไปแล้วล่ะ เพราะผมไม่ใช่แขกเชิญอะไรของงานอะไรนี้และผมใส่ขาสั้นสะพายเป้แบบบ้านสุด ๆ ดูไม่เกี่ยวข้องกับใครทั้งสิ้น ... แต่

        “มาทานด้วยกันสิ.. มาจากไท้ยแล่นด์ใช่ไหม?” คุณลุงใจดีในชุดพื้นเมืองเอ่ยชวน และผมก็ตกใจมาก ๆ ว่าเขารู้จักผมได้ยังไง

ภาชนะรักษ์โลกกับล็อลสเตอร์นึ่ง

        “สามสี่วันก่อนฟังวิทยุถ่ายทอดจับรายชื่อผู้โชคดีรางวัลรถยนต์ เลยได้ยินชื่อและเรื่องราวของยู... ขอบคุณที่มาเยี่ยมพวกเรานะ มื้อนี้อยากกินอะไรกินเลย อร่อยทั้งนั้น ... อ้อ.. แล้วจานนี้ต้องลองเลยคุณลุงช่วยไขข้อข้องใจพร้อมกับชี้ไปที่อาหารจานหนึ่งในภาชนะทำจากใบไม้ มันดูเหมือนดอกไม้สีสด แต่มันคือลูกปาล์มทะเลนึ่ง ซึ่งเป็นอาหารที่ชาวอิคิริบาสบริโภคกันเสมอ ๆ

        นอกจากลูกปาล์มทะเลนึ่งแล้วก็มีกุ้งลอปสเตอร์ ปู ปลา สารพัด... นี่มันบุญหล่นทับชัด ๆ

อิ่มแล้ว กลับบ้านได้ บ๊ายบายคิริบาส

        ภารกิจตัวแทนประเทศไทยของผมก็จบลงด้วยความอิ่มอร่อยแบบไม่ได้ตั้งใจ สิบสองวันในประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้สร้างความสุขให้ผมมาก ๆ และผมก็ดีใจที่ผมได้เป็น มิสเตอร์โอ๊ค พรอม ไท้ยแล่นด์ มาร่วมฉลองเอกราชอันน่าภูมิใจกับชาวอิคิริบาสในคราวนี้

STORY BY โลจน์ นันทิวัชรินทร์

PHOTO BY โลจน์ นันทิวัชรินทร์, Daz Wang

ABOUT THE AUTHOR
โลจน์ นันทิวัชรินทร์

โลจน์ นันทิวัชรินทร์

หนุ่มเอเจนซี่โฆษณาผู้มีปรัชญาชีวิตว่า "ทำมาหาเที่ยว" เพราะเรื่องเที่ยวมาก่อนเรื่องกินเสมอ ชอบไปประเทศนอกแผนที่ที่ไม่มีใครอยากไปเลยต้องเต็มใจเป็น solo backpacker

ALL POSTS