HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
ล่องเรือชมวาฬ...ไปบุกบ้านทำอาหารโมซัมบิก
by โลจน์ นันทิวัชรินทร์
18 ก.ย. 2561, 19:26
  1,964 views

        ช่วงนี้ผมยังวนเวียนท่องเที่ยวอยู่ในประเทศโมซัมบิก ประเทศขนาดใหญ่ทางแถบแอฟริกาตะวันออก โดยเน้นร่อนเร่เฮฮาอยู่แถว ๆ เกาะ อีย่า ดือ โมซัมบิก (Ilha de Mocambique) อันแสนสวยงามที่ผมได้มีโอกาสพาพี่ ๆ น้อง ๆ ชาว Happening BKK ไปเดินสำรวจมาบ้างแล้วในสัปดาห์ก่อน ๆ

       สัปดาห์นี้เลยอยากจะแอบแว่บออกไปโต๋เต๋ที่เกาะอื่น ๆ ในแถบนี้บ้าง

       ราวกับฟ้ามีตา สวรรค์เป็นใจ เพราะแค่คิดเงียบ ๆ อยู่ในภวังค์ก็มีคนสนองทันที.....

ทะเลแสนสวยที่โมซัมบิก

      ไปล่องเรือดูวาฬกันไหม? ช่วงนี้มีวาฬสองแม่ลูกกำลังว่ายผ่านชายฝั่งโมซัมบิกอยู่พอดี อายูเป้เอ่ยปากเชิญชวนเมื่อเจอกับผม เขามีธุรกิจนำเที่ยวเล็ก ๆ ของตนเองอยู่ในอีย่า ดือ โมซัมบิก และสำนักงานน้อย ๆ ของเขานั้นก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่ผมพัก

       ไม่ได้ไปล่องเรือดูวาฬอย่างเดียวนะ เราจะไปแวะเกาะเล็ก สวย น้ำใส ในแถบนี้อีกด้วย อายูเป้รีบโฆษณาชวนเชื่อจนผมเคลิ้มและก็รีบตกลงไปกับเขาทันทีเพราะราคาอยู่ในงบประมาณที่สมเหตุสมผล

        ในเช้าตรู่อีกสองสามวันต่อมา ผมได้มายืนรออายูเป้อยู่ที่ท่าเรือตามที่เรานัดหมายกัน เขาชวนผมลงเรือไม้ขนาดใหญ่ที่ดูกรำแดดท้าฝนมานานหลายปี มันดูเป็นเรือไม้ที่แสนจะธรรมดา...แต่

       “นี่มันเรือดาวนี่ ผมตะโกนสุดเสียงอย่างดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อกัปตันกำลังสั่งลูกน้องให้ค่อย ๆ คลี่ใบเรือออก มันเป็นผ้าผืนใหญ่ทรงสามเหลี่มที่เคยเห็นจนคุ้นตา

เรือดาว (Dhow)

        ผมเคยแอบฝันว่าอยากจะล่องเรือดาว (Dhow) ออกจากฝั่งทวีปแอฟริกาเพื่อเลาะเลียบเกาะแก่งน้อยใหญ่ไปเรื่อย ๆ เรือดาวมีรูปทรงสวยงามแปลกตา และเป็นพาหนะหลักที่ครอบครองน่านน้ำแห่งนี้มานานหลายศตวรรษ

       วันนี้ผมดีใจมาก ที่ความฝันนั้นได้กลายมาเป็นความจริง

        การล่องเรือโดยใช้แรงลมล้วน ๆ ดูเป็นเรื่องยากที่ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์มากมาย เกาะที่เห็นด้านหน้าในแนวตรงนั้น เวลาแล่นใบไป อาจไม่ใช่การแล่นตัดตรงไปเฉย ๆ ต้องแล่นออกไปอีกทาง เพื่อรับลมที่ส่งเข้าสู่ฝั่ง จนดูเหมือนเรือวิ่งซิกแซก

บนเรือดาว 

        กัปตันกับลูกเรือช่วยกันกางใบ หุบใบ โยกซ้ายโยกขวาเพื่อรับลม พวกเขาสื่อสารกันด้วยภาษามากัวกันอย่างรัวเร็ว ผมได้แต่นั่งนิ่ง ๆ ดูพวกเขาประสานงานกันอย่างเข้าขา และช่วยไปนั่งถ่วงน้ำหนักในด้านที่กัปตันชี้มือบอก เวลาใบเรือกินลมจนวิ่งฉิวเลยนั้นจะเป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นมาก เพราะเรือจะเอียงวาบ ก่อนจะแล่นละลิ่วไปบนแผ่นน้ำใสราวกับเหาะ

        โจอาวอายุ 22 ปี พ่อเขาเป็นกัปตันเรือดาว ปู่เขาก็เป็นกัปตันเรือดาว ตัวเขาเกิดมาพร้อมกับความฝันเดียวในชีวิต...นั่นคือการเป็นกัปตันเรือดาว เขาเริ่มเป็นลูกมือให้กับพ่อมาตั้งแต่อายุ 10 ปี ส่วนลูกเรือในวันนี้คือญาติผู้น้องวัยสิบต้น ๆ ของเขาที่ชื่อว่ากริสติอานู่ ผู้ที่มีความฝันไม่ต่างจากเขา

        “บาเลย่า บาเลย่า ...ดูอ๊าช บาเลย้าช - Baleia, baleia …duas baleias” เสียงโจอาวตะโกนลั่นเป็นภาษาปอรตุเกสซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า วาฬ วาฬ ....วาฬสองตัวประโยคนี้ช่วยกระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนของผมให้ทำงานถึงขีดสุด

        โอย.... ตื่นเต้น ตื่นเต้น เกิดมาไม่เคยเห็นวาฬเป็น ๆ กลางมหาสมุทรแบบนี้มาก่อนเลย

       

ลีลาปลาวาฬ

        ที่หน้าเรือดาวของเรามีน้องวาฬ 2 ตัวที่กำลังว่ายลั้ลลาสนุกสนานอยู่กลางทะเล วาฬคู่แม่ลูกชวนกันโชว์ลีลาเด็ดดวงมากมายทั้งตบครีบ ตีหาง ว่ายเอียง ว่ายหงาย พ่นน้ำ แล้วก็มีเสียงร้องดังออกมาด้วยนะครับ มันเสียงประหลาดมาก ๆ ที่ผมไม่สามารถเขียนบรรยายได้ ผมแอบคิดว่าพวกเขากำลังพยายามชวนพวกเราคุยอยู่แน่ ๆ

        แรงลมพาเราเข้าไปใกล้จนน้องวาฬแทบจะอยู่ตรงหน้า แต่การถ่ายรูปน้องวาฬนั้นยากมาก ๆ เพราะพอผมลั่นชัตเตอร์ทีไร น้องวาฬก็ชิงดำหลบหายลงใต้ผิวน้ำและผมก็จะได้รูปทะเลอันเวิ้งว้างมาแทนจนในที่สุดผมก็ตัดสินใจวางกล้องลงและใช้หน่วยความจำในสมองบันทึกภาพประทับใจนี้ไว้แทน

        อืม.... มันดีกว่าแฮะ

        เราตามน้องวาฬอยู่พักหนึ่งอย่างเกรงใจ โดยพยายามไม่เข้าไปใกล้พวกเขามากนัก ตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยเห็นวาฬที่ว่ายอย่างอิสระในธรรมชาติแบบนี้...มันสวยงามมาก ๆ และผมคงจะไม่มีวันลืมประสบการณ์นี้เลย

        เมื่ออำลาน้องวาฬแม่ลูกคู่นี้แล้ว เรือดาวมุ่งหน้าไปยังเกาะเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า กาบาเซร่า เปเกน่า (Cabaceira Pequena) กันต่อ

เบาบับยักษ์

        เบาบับ (Baobab) ต้นยักษ์ยืนตระหง่านรอต้อนรับผมอยู่บนฝั่งขณะที่เดินขึ้นบนเกาะ เบาบับเป็นต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของทวีปแอฟริกาด้วยรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์สวยงามแปลกตา ชาวแอฟริกาเชื่อว่าเบาบับมีพลังพิเศษ สามารถเยียวยาความทุกข์และสร้างพลังกายพลังใจได้ หากเหนื่อยก็มานั่งพัก หากเศร้าก็มาระบาย เวลาทุกข์ใจก็มานอนหนุนรากได้ ยิ่งต้นเบาบับต้นใหญ่ ๆ ที่อยู่มานานหลายร้อยปียิ่งเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มากจนสามารถมาอธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการได้.... ว่าแล้วผมก็อธิษฐานขอให้ผมมีโอกาสกลับมาที่โมซัมบิกอีกนะครับ เพี้ยง!!!

        จากต้นเบาบับศักดิ์สิทธิ์ ผมเดินต่อไปเรื่อย ๆ ตามอายูเป้ไปจนถึงหมู่บ้านบนเกาะกาบาเซร่า เปเกน่า และเมื่อมาถึง เด็ก ๆ พากันออกมาตะโกนเรียกผมว่า อากุนย่า... อากุนย่า กันอย่างเอิกเกริก อันคำว่าอากุนย่านั้นแปลว่าคนขาว

       ฮ่า ฮ่า ฮ่า...นี่คนขาวเหรอ...ไม่ใช่มั้งครับ พี่ออกจะเหลืองอย่างนี้ ผมแอบคิดในใจ

น้อง ๆ ถ่ายรูปกับ “อากุนย่า” อันแปลว่าคนขาวแบบชาวยุโรป

        หน้าแบบไทย ๆ เวลาไปไหน ๆ ในโมซัมบิกก็มักจะสร้างความสับสนให้กับคนท้องถิ่นได้พอสมควร บางคนจัดเราไว้ในกลุ่ม มูลาตู อันแปลว่ากลุ่มครึ่งขาวครึ่งสี บางคนก็จัดเราเป็น “อากุนย่า อันแปลว่าคนขาวแบบชาวยุโรป แต่แทบทุกกลุ่มจะจัดเราไว้ในกลุ่ม ชีเนช (Chinês) อันหมายถึงชาวจีน

        ที่หมู่บ้าน นอกจากจะมีเด็ก ๆ มาเดินเล่นเป็นเพื่อนผมแล้ว ผมยังมีโอกาสไปช่วยชาวบ้านประกอบอาหารด้วยนะครับ เรียกว่าเข้าไปถึงก้นครัวกันเลยทีเดียว และเมนูเด็ดที่ผมไปช่วยเขาทำนั้นเรียกว่า ชีม่า (Nshima หรือ Xima) อันเป็นอาหารหลักของชาวโมซัมบิก

        เรื่องเริ่มจากว่าขณะทีผมเดินเล่นในหมู่บ้านไปจนถึงตลาด และเจอพืชชนิดหนึ่งขายเป็นหัว ๆ สีนวลผสมน้ำตาล ผมคิดว่าสิ่งนี้คือหัวมันเทศ แต่เขาบอกว่าไม่ใช่ มันคือ คาสซาว่า (Cassava) ต่างหาก

แผงเล็ก ๆ ขายคาสซาว่า

      จากนั้นผมเลยถามคุณแม่ค้าว่า แล้วพี่ น้อง ใช้คาสซาว่าทำอะไรครับ?”

        คุณแม่ค้าเลยบอกผมว่า คาสซาว่าก็เอาไว้ทำชีม่าไง? ไม่รู้เหรอ?

        โอ๊ย.... ปวดหัว ปวดหัว ว่าแล้วผมก็เลยซักต่ออีกว่า แล้วชีม่าเนี่ยทำยังไงครับ? ผมอยากรู้

        คุณแม่ค้าอดรนทนไม่ไหว รีบเข้าคว้าข้อมือผมแล้วบอกว่า งั้นมานี่.... ตามมานี่เลย แล้วก็พาผมไปบ้านของแกทันที

        ผมเลยแอบคิดว่า... ดีจัง ได้ไปบ้านคนโมซัมบิก ไปดูเขาเอาคาสซาว่ามาทำชีม่า... อะไรก็ไม่รู้ ไปดูละกัน

        บ้านหลังนั้นเป็นบ้านก่อด้วยโคลนผสมหิน หลังคานั้นมุงจากแบบที่เห็นได้ในกลุ่มประเทศแอฟริกาตะวันออก

 

ชวนกันไปลองตำคาสซาว่าเพื่อทำเป็นชีม่า

     มาลองตำคาซาว่าไหม? พอตำแล้วค่อยไปทำชีม่า คุณพี่ชวน

       “ได้ ได้ ได้ ....เดี๋ยวตำคาซาว่าและค่อยทำชีม่านะ ได้ ได้ ได้...   ผมตอบรับอย่างว่าง่าย

        ทีนี้ก็เป็นการตำคาซาว่า... ซึ่งก็คือพืชที่ดูคล้ายหัวมันให้ละเอียดปี้ป่นในครกใบเขื่อง

        ผมตำ ตำ ตำ แล้วก็โขลก โขลก โขลก อยู่นานจนกล้ามขึ้น และผมก็อยากเลิกตำมาก ๆ เพราะเมื่อย เมื่อย และเมื่อยสุด ๆ ....แต่

       ยังไม่ละเอียด... ตำต่อไปก่อน คุณพี่ไม่ยอมให้การตำของผมผ่านการ QC ของนาง

       แล้วต้องละเอียดขนาดไหนครับเนี่ย? ผมชักเริ่มท้อ ยกมือปาดเหงื่อพรั่งพรู

       นี้ไงจ๊ะ...” คุณพี่ชี้ให้ดู

        โอ้แม่เจ้า.... มันเป็นแป้งเนื้อละเอียดมาก ๆ เหมือนกับผงแป้งทำขนมที่วางขายอยู่ในห่อตามซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองไทยเลย แต่ที่นี่เขาโขลก ๆ ตำ ๆ แบบ handmade ล้วน ๆ

        กูคงตำจนจนสิ้นสติคาครกแน่ ๆ ...ผมแอบคิด

        วินาทีนั้นผมขอคารวะต่อสตรีแอฟริกันผู้ต้องตำคาซาว่าเพื่อทำชีม่าให้ลูกให้สามีทานทุกวันไว้ ณ ที่นี้นะครับ

เมื่อยมาก ๆ ครับคุณพี่ ปล่อยผมไปเหอะ

      และแล้วผมก็ถอดใจ สารภาพแต่โดยดีว่าผมคงมีปัญญาตำได้เท่านี้ กระบวนการต่อจากนี้คือ เมื่อตำคาสซาว่าจนละเอียดได้ที่ ก็จะนำแป้งคาสซาว่ามาผสมน้ำปั้นเป็นก้อนและนึ่งจนออกมาเป็นแป้งก้อนกลม ๆ ขาว ๆ ที่เรียกว่าชีม่า เพื่อนำมาทานกับกับช้าวจำพวกแกงเผ็ดต่าง ๆ เป็นต้น มันดูคล้ายหมั่นโถวหรือซาลาเปาลูกใหญ่ ๆ นี่เอง

ร้านชำในหมู่บ้านบนเกาะกาบาเซร่า เปเกน่า

        ในหมู่บ่ายยังมีมัสยิด โบสถ์ โรงเรียน มีคุณตาคนหนึ่งที่นำผลเบาบับตากแห้งมาประดิษฐ์เป็นเรือดาวขาย มันน่ารักจนผมต้องอุดหนุนคุณลุงมาเสียหนึ่งลำ

ทำเรือดาวจากผลเบาบับ

        ก่อนจบจากการเดินเที่ยวกาบาเซร่า เปเกน่า ผมแวะไปดูบ่อน้ำจืดที่ว่ากันว่าเป็นบ่อน้ำที่วาชกู ดา กามา (Vasco da Gama) ขุดใช้เพื่อนำมาเป็นเสบียงน้ำสำหรับข้ามมหาสมุทรจากแอฟริกาสู่อินเดีย....

        และทุกวันนี้ บ่อน้ำของวาชกู ดา กามา ก็ยังเป็นบ่อที่ชาวเกาะใช้กันอยู่จนถึงทุกวันนี้

        ตอนเย็น ผมล่องเรือกลับมายังเกาะอีย่า ดือ โมซัมบิกอีกครั้ง วาฬแม่ลูกว่ายน้ำหายไปในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ลมแรงพัดเรือดาวลอยละลิ่วไปบนน้ำใส

        วันนี้ผมได้ล่องเรือดาวชมวาฬ ได้บุกบ้านชาวโมซัมบิกถึงก้นครัว

        โอย...สนุกจัง สนุกจริง

STORY AND PHOTO BY โลจน์ นันทิวัชรินทร์

ABOUT THE AUTHOR
โลจน์ นันทิวัชรินทร์

โลจน์ นันทิวัชรินทร์

หนุ่มเอเจนซี่โฆษณาผู้มีปรัชญาชีวิตว่า "ทำมาหาเที่ยว" เพราะเรื่องเที่ยวมาก่อนเรื่องกินเสมอ ชอบไปประเทศนอกแผนที่ที่ไม่มีใครอยากไปเลยต้องเต็มใจเป็น solo backpacker

ALL POSTS