HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
แอร์เมสปลุกความสนุกสนานผ่านเรือนเวลา
by L. Patt
2 ก.ค. 2561, 14:40
  708 views

ไม่ได้มีแต่เบอร์กิ้นแต่แอร์เมสยังรังสรรค์นาฬิกาที่เปิดมิติใหม่ของการบอกเวลาอีกด้วย

        ไม่ใช่แค่กระเป๋าหนังหรูและผ้าพันคอไหมที่ครองใจสาวกทั่วโลกได้อย่างเหนียวแน่น แอร์เมสยังรังสรรค์นาฬิกาที่เปิดมุมมองใหม่ๆ ของเวลา เพื่อเว้นจังหวะ และเปิดพื้นที่สำหรับการผ่อนคลาย

        ในโอกาสที่มาเปิดนิทรรศการ Time, a Hermes Object ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม สยามพารากอน เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ฟิลิปป์ เดโลตัล (Philippe Delhotal) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และสไตล์ ของ ลา มงทร์ แอร์เมส เมืองบรูค (สวิตเซอร์แลนด์) Le Montre Hermes กล่าวกับ HappeningBKK ถึงแนวคิดในการออกแบบและพัฒนาเรือนเวลาที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของแอร์เมส

        ไม่เพียงจบการศึกษาด้านเทคนิคการผลิตและการสร้างสรรค์ศิลปะบนเรือนเวลาที่สวิสเซอร์แลนด์ เท่านั้น เดโลตัล ยังคร่ำหวอดในอุตสาหกรรมนาฬิกามากว่า 30ปี ผ่านการทำงานกับบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ วาเชอรอง-กองสแตนติน,เปียเจต์เจเกอร์-เลอกูลทร์ และ ปาเต๊ก ฟิลิปปส์ ก่อนจะมารั้งตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และสไตล์ที่ ลา มงทร์ แอร์เมส เมืองบรูค (สวิตเซอร์แลนด์) ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบัน

        เดโลตัล บอกว่า ตนเองเป็นหนึ่งใน 14 ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบทั้งด้านงานขาย งานฝีมือ และการผลิต โดยทั้งหมดทำงานภายใต้การกำกับดูแลของ ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ General Artistic Director คือ ปิแอร์ อเล็กซี ดูมาส์ (Pierre Alexis Dumas) ซึ่งเป็นทายาทในตระกูลแอร์เมส การที่มีครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ถึง 14คน ถือว่าเป็นแผนกที่ใหญ่มาก ทำให้การนาฬิกาแอร์เมสมีความหลากหลายทั้งในแง่โนว์ฮาวและความคิดสร้างสรรค์ แต่ทุกคนก็จะมีการดำเนินงานไปในแนวทางเดียวกัน ทุกคนพยายามสร้างศิลปะอย่างต่อเนื่องโดยไม่ให้การออกแบบหลุดออกไปจากสไตล์ของแอร์เมส

        "หน้าที่ของผมคือ สร้างสรรค์งานในคอลเลกชั่นต่างๆ รวมถึงคอลเลกชั่นพิเศษ และนาฬิกาที่เน้นศิลปะ ผมต้องเป็นผู้รับประกันในสไตล์ของแอร์เมส ดังนั้น ผมจึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดของชิ้นงานที่เราทำสิ่งที่บ่งบอกถึงสไตล์ของแอร์เมสก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ ความเรียบง่าย การริเริ่มความแปลกใหม่ทั้งรูปทรง และสีสัน

        เมื่อพูดถึงเรื่องความเรียบง่าย เดโลตัล อธิบายว่า เปรียบเหมือนกระเป๋าสตางค์ที่มีรูปแบบเรียบๆ แต่มีความหรูหราและซับซ้อนมากในด้านงานฝีมือ ฉะนั้น ความเรียบง่ายไม่ได้เป็นคนละเรื่องกับความซับซ้อนในงานหัตศิลป์ เราจึงสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดูเรียบแต่หรูในตัวเดียวกันได้

       เดโลตัล มองว่า ความหรูหราไม่ได้อยู่ที่สิ่งของ จริงๆ แล้วมีหลายๆ อย่างประกอบกัน ความหรูหราไม่จำเป็นจะต้องมีมูลค่าสูง เช่น การได้รับประทานเห็ดทรัฟเฟิลพร้อมกับจิบไวน์ในป่าก็ถือเป็นความหรูหราได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น การใช้ชีวิตที่หรูหราจึงไม่จำเป็นว่าจะมีเรือลำใหญ่ มีเครื่องบินส่วนตัว หรือมีนาฬิกาหลายๆ เรือน

         สำหรับแอร์เมส เวลาถือเป็นวัตถุอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากความสามารถทางเทคนิคในการสั่งการ การจับเวลา และการควบคุมเวลาแล้ว แอร์เมสยังค้นหาแง่มุมอื่นๆ ของเวลา เพื่อกระตุ้นความรู้สึกให้เกิดความเพลิดเพลินสนุกสนานผ่านวัตถุที่ทำงานอย่างเที่ยงตรงแม่นยำ

        เดโลตัล เล่าถึง Let's Play ที่ใช้เป็นธีมนาฬิกาแอร์เมสปีนี้ว่า แอร์เมสจะมีการกำหนดธีมล่วงหน้า ปีโดยปิแอร์ อเล็กซี ดูมาส์ เพื่อให้ทั้ง 14 ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์งาน ซึ่งการกำหนดธีมนี้ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนสไตล์ของแอร์เมส แต่นำเอาบางสิ่งบางอย่างมารังสรรค์นาฬิกาให้มีความสนุกสนานร่างเริงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรุ่นมงเตร์ เมอดอร์มงเตร์ เคลลี  ( “Montres Medor, Montres Kelly

        หลังจากเปิดตัวธีมพร้อมกับคอลเลกชั่นใหม่ที่งานSIHH 2018 ที่เจนีวา เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แอร์เมสก็ตระเวนจัดนิทรรศการภายใต้ธีม 'Time, a Hermes Object' ในหลายประเทศ โดยมีจัดที่ประเทศไทย ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม สยามพารากอน เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานับเป็นนิทรรศการที่ผิดแผกไปจากความคุ้นชิน เพื่อสื่อถึงเวลาที่เปรียบได้กับเพื่อนคู่หูผู้สร้างความเพลิดเพลินได้ไม่รู้จบ นอกจากนี้ แอร์เมสยังได้นำโชว์ Gandini Juggling จากกรุงลอนดอน มาแสดงให้ชมฟรีอีกด้วย

รุ่น Slim dHermes Lheure impatiente -abyss 

         เมื่อก่อน แอร์เมสจะเน้นผลิตนาฬิกาแฟชั่นสำหรับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่และเป็นเครื่องควอตซ์ (Quartz)แต่ช่วง 5ปีที่ผ่านมา แอร์เมสหันมาพัฒนานาฬิกากลไกและมีซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างรุ่น Le temps suspendu หรือ รุ่น Quantieme perpetuel ในคอลเลคชัน Slim เป็นต้น

        "ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือ สไตล์แต่มีความคิดสร้างสรรค์ด้านเทคนิค เพราะสองสิ่งนี้ต้องไปด้วยกัน โดยเฉพาะนาฬิกาสำหรับผู้ชาย เพราะผู้หญิงจะซื้อนาฬิกาที่มีสไตล์ที่สวยงาม ขณะที่ผู้ชายจะดูที่ฟังก์ชั่นการใช้งานด้วย"

        เดโลตัล เล่าว่า "มีคนถามผมบ่อยๆ ว่าชอบนาฬิกาแอร์เมสรุ่นไหน ผมคงต้องบอกว่าชอบหมดทุกรุ่น เพียงแต่ขึ้นอยู่กับวาระโอกาส หรือกิจกรรม เช่นช่วงสุดสัปดาห์ผมจะสวมใส่ Carre H (การ์เร่ อาช) ซึ่งเป็นรุ่นที่ผมชอบมาก ส่วนวันทำงานจะเลือกใส่ รุ่น l’Impatienteและ Slim GMT ที่มีกลไกซับซ้อนมากกว่าและเหมาะกับชุดสูทหรือชุดออกงาน แต่ถ้าไปเดินป่าก็จะใส่นาฬิกาแนวสปอร์ต"

รุ่นการ์เร่ อาช Carre H_natural barenia

        ในบรรดานาฬิกาแอร์เมสรุ่นใหม่ปีนี้ ฟิลิปป์ จะเน้นรุ่น การ์เร่ อาช ที่แอร์เมส นำมาปรับโฉมใหม่ใหม่ให้ตัวเรือนมีขนาดใหญ่ขึ้นสองถึงสามมิลลิเมตร ผสานลูกเล่นแสงด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลขัดเงาและขัดแต่งด้วยเทคนิคไมโครบีดบลาส (Microbead blasting) หน้าปัดลายกิโยเช่ทำมุมฉาก และเข็มนาฬิกาและตัวเลขที่มีเหลี่ยมมุม ขอบตัวเรือนสี่เหลี่ยมจัตุรัสดูนุ่มนวลขึ้นด้วยมุมและตัวเรือนดีไซน์โค้งซึ่งแตกต่างจากนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมทั่วๆไปพร้อมกระจกหน้าปัดนูน ส่วนตัวเลขบอกชั่วโมงที่เติมความเก๋ไก๋ด้วยเลขศูนย์ลงไปข้างหน้า กลายเป็นมิติใหม่ของความงามสำหรับเรือนเวลานี้

        เดโลตัล บอกว่า การออกแบบตัวเรือนสี่เหลี่ยมจตุรัสไม่ใช่ง่าย ซึ่งแอร์เมสเปิดตัว การ์เร่ อาช ครั้งแรกในปี 2510 ออกแบบโดย มาร์ค แบร์ติเย่ร์ (Marc Berthier) ในรูปลักษณ์ที่งดงามทันสมัย ดีไซน์คมชัดสะกดตา และถือได้ว่าเป็นสไตล์หนึ่งในดีเอ็นเอของแอร์เมส

การ์เร่ อาช 

        แม้ว่าปัจจุบัน จะมีเทคโนโลยีทันสมัยจนมองว่านาฬิกาถูกลดความสำคัญลงไป แต่เดโลตัล คิดว่า มันเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องมีความสมดุลระหว่างเทคโนโลยีใหม่ๆ กับความรู้ความชำนาญของบรรพบุรุษที่เราต้องการสืบทอดและพัฒนา เขาไม่ได้มองว่ามันเป็นอันตราย แต่เป็นเรื่องที่อยู่ร่วมกันได้  

        ยกตัวอย่างเช่น นาฬิกาแอปเปิล Apple Watch ซึ่งเป็นนาฬิกาไฮเทคที่เปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือมากกว่าจะเป็นนาฬิกา ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ที่จะผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับนาฬิกาแบบดั้งเดิม ในด้านหนึ่ง คุณก็มีนาฬิกาที่สามารถให้ข้อมูลทุกอย่าง อีกด้านหนึ่งก็มีนาฬิกาที่กลายเป็นอัญมณีเครื่องประดับ ซึ่งในที่สุดก็ไม่ได้ถูกใช้เพื่อการบอกเวลาอีกต่อไป เพราะคุณมีโทรศัพท์มือถือบอกเวลาได้ และมีอะไรมากมายรอบตัวที่เราไม่จำเป็นต้องมีตัวบอกเวลาอีกแล้ว  

       เดโลตัล ยังบอกอีกว่า การมีนาฬิกาข้อมือแบบดั้งเดิมมันให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างมากกว่านาฬิกาที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อให้เรามีความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก

       ด้วยเพราะเหตุนี้จึงทำให้นาฬิกาหรูระดับโลกยังคงรังสรรค์งานฝีมืออันประณีตผสานกับเทคนิคกลไกของเครื่อง รวมไปถึงดีไซน์ ออกมาให้บรรดานักสะสมหรือผู้ที่หลงใหลในศิลปะชั้นยอดบนเรือนเวลา (watch connoisseurs) ได้เลือกกันอย่างมากมาย

Slim d’Hermes L’heure impatiente (สลิม เดอ แอร์เมส เลอร์ แองปาซิอองต์)

         สำหรับเรือนเวลารุ่นใหม่ นอกจาก Carre H (การ์เร่ อาช) ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก แอร์เสนออีกหลายรุ่น อาทิ Arceau Casaque (อาร์โซ กาซาค) ยังคงสื่อถึงศิลปะการขี่ม้าด้วยชิ้นสีสันสดใสสะดุดตาทั้งเหลือง แดงเขียว และน้ำเงิน ซึ่งกาซาคเป็นภาษารัสเซียซึ่งหมายถึงเสื้อกั๊กที่คนขี่ม้าสวมใหญ่ในเวลาแข่งม้า ซึ่งแอร์เมสเอาสีเสื้อมาดีไซน์อิงกับธีมการละเล่นการแข่งขันนั่นเอง รุ่น Arceau Pocket Millefiori (อาร์โซ พ็อกเก็ต มิลลิฟิโอรี) รุ่น Slim d’Hermes L’heure impatiente (สลิม เดอ แอร์เมส เลอร์ แองปาซิอองต์) นาฬิกากลไกไขลานอัตโนมัติที่มาพร้อมฟังก์ชั่น Impatient hour ในขณะที่Slim d’Hermes GMT ถูกออกแบบมาเพื่อนักเดินทาง รุ่น Cape Cod (เคป คอด) ดีไซน์ใหม่ และล่าสุด Carre Cuir (การ์เร่ กุยร์) ที่สะกดสายตาด้วยตัวเรือนสแตนเลสสตีลสี่เหลี่ยมจตุรัสแบบขัดเงาหรือประดับเพชร ขณะที่หน้าปัดก็กลืนผสานไปกับสายหนัง ส่วนเข็มนาฬิกาดูราวกับลอยอยู่ ทำให้การมองเห็นรูปทรงนั้นมีมิติลวงตา 

        ด้วยเอกลักษณ์แห่งดีไซน์ที่แข็งแกร่งและคมชัด กระตุ้นความรู้สึกให้สนุกสนานและร่าเริงไปกับจังหวะและการเคลื่อนไหวของเวลา คงชวนให้คนหลงเสน่ห์เรือนเวลาของแอร์เมสได้เยอะทีเดียว

ติดต่อศูนย์ข้อมูลข่าวสารนาฬิกาแอร์เมส โทร. 02233 4338/9หรือ 093 896 6465

STORY BY L. Patt


 

ABOUT THE AUTHOR
L. Patt

L. Patt

ALL POSTS