HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
เมื่อบุพเพอาละวาด ประวัติศาสตร์จึงมีชีวิต
by saiaway
14 มี.ค. 2561, 05:30
  4,985 views

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ......เมื่อ "บุพเพสันนิวาส" ทำเอาอยุธยาเป็นแหล่งเที่ยวสุดฮิต ณ เพลานี้

        ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ... ปรากฏการณ์ที่ทำให้คนไทยหันมาคลั่งไคล้ประวัติศาสตร์อยุธยายิ่งไปกว่าสมัยที่กรุงเก่าถูกประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2536 ก็คือ ละครบุพเพสันนิวาส แม่หญิงการะเกด และพี่หมื่น ได้ปลุกกระแสกรุงเก่าให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เทรนด์ใหม่ของนาทีนี้คือการนุ่งห่มชุดไทยสไบเฉียง เปิบกุ้งเผา และมะม่วงน้ำปลาหวาน และโพสต์ท่างามๆ กลางวัดไชยวัฒนาราม

        หลายคนบอกเราว่าอยากมาก อยากย้อนเวลากลับไปสู่ยุคอยุธยารุ่งเรือง อยากตามรอยทั้งพิพิธภัณฑ์ วัง วัด ตลาด ลองมาลุยกันดูเลยไหม

ห้องเรียนโบราณคดี

เศียรพระพุทธูปด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

       มาเริ่มกันที่ฉากห้องเรียนวิชาโบราณคดี ของเกศสุรางค์ นางเอกของเราในภพปัจจุบัน และเรืองฤทธิ์ เพื่อนสนิทของนางเอก เขาถ่ายทำกันที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา  ห้องจัดแสดงที่รวบรวม เศียรพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่จากวัดธรรมิกราช ที่งดงามตามแบบพุทธศิลป์  สะท้อนความรู้ความสามารถในเรื่องโลหะและการหล่อโลหะของชาวอยุธยา ภายในยังมีพระพุทธรูปหลายสกุลช่าง และหลายแบบที่พบในองค์พระมงคลบพิตร และที่ได้มาจากวัดราชบูรณะ  ชมพระพุทธรูปทวารวดีขนาดใหญ่ ที่เคลื่อนย้ายมาจากวัดหน้าพระเมรุ  แถมยังมีแสดงเครื่องไม้จำหลักต่าง ๆ เช่น ทวารบาล ประตูไม้จากวัดพระศรีสรรเพชญ์ บานประตูไม้ลายพรรณพฤกษาจากวัดวิหารทอง และหน้าบันไม้จำหลักรูปนารายณ์ทรงสุบรรณแวดล้อมด้วยอสูร เป็นต้น       

วังหลวง

--- เกศสุรางค์ถามเสียงเบาพอได้ยินสองคน "นี่ป้อมนี่คะ ป้อมอะไร"  พี่หมื่นตอบ "ป้อมท้ายสนม"

อยู่ใกล้ๆประตูฉนวนหรือเปล่าคะ ที่ว่าพวกพระสนมต้องมาลงเรือตรงนี้" ... "ข้างหน้า...ประตูฉนวน"

"ประตูฉนวน จริงด้วย กั้นผ้าไม่ให้คนเห็น" เกศสุรางค์มองสูงขึ้นไป "ปราสาท...อะไรนะคะที่อยู่ติดกำแพงเมืองที่สุด"

ยอดพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์โผล่ขึ้นมา  "พระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์"

"ใช่...ถัดไปเป็น" เกศสุรางค์ทำท่าคิด 2 วิ "พระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท...ใช่มั้ยคะ"

หมื่นสุนทรเทวาชี้มือ "มองดีๆจะเห็นยอดปราสาท...ตรงนี้"

พระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ ในพระราชวังหลวง มุมจากถนนอู่ทอง

        ฉากนี้นางเอกนั่งเรือตามแม่น้ำ ตะลึงในความงามของพระราชวังหลวง  CG เพราะปัจจุบันคงเหลือแต่ฐานอิฐปูนให้เห็น  นี่ไม่ใช่วังหลวงริมหนองโสนที่พระเจ้าอู่ทองทรงเริ่มสร้างตั้งแต่เมื่อครั้งประทับอยู่ที่เวียงเหล็ก เพราะในสมัยของพระบรมไตรโลกนาถ ทรงถวายพื้นที่บริเวณหนองโสนนี้ให้เป็นวัดหลวงในพระราชวัง ชื่อว่า "วัดพระศรีสรรเพชญ์"  และทรงสร้างพระราชวังหลวงใหม่เลื่อนไปทางทิศเหนือชิดริมน้ำ วังหลวงนี้มีพระที่นั่ง 6 องค์ด้วยกัน เพราะมีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นในสมัยของพระเจ้าปราสาททอง และ พระนารายณ์ฯ ที่ทรงขยายให้วังหลวงจนกว้างขวางไปเชื่อมติดกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ วังหลวงสมัยอยุธยานี้เองเป็นที่ประทับของกษัตริย์ยาวนานจนเสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2310

วัดพระศรีสรรเพชญ์
วัดพระศรีสรรเพชญ์

        แม่การะเกดพยายามมองจากเรือ แลเห็นยอดพระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ อันเป็นปราสาทจตุรมุขยกพื้นสูงกว่าพระที่นั่งองค์อื่นๆ ที่เพื่อให้มองเห็นข้ามกำแพงวังไปเห็นแม่น้ำ ใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรกระบวนพยุหยาตราชลมารค และการซ้อมกระบวนยุทธ์ทางน้ำ  ส่วนพระที่นั่งสรรเพชญ์มหาปราสาท เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญของราชสำนักและเป็นที่รับแขกบ้านแขกเมือง รวมทั้งการต้อนรับเชอวาเลียร์ เดอ โชมองต์ ราชทูตที่อัญเชิญพระราชสาสน์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มาถวายแก่พระนารายณ์มหาราช  

แม่น้ำลพบุรีเดิม ปัจจุบันคือคลองเมือง อยู่ด้านหน้าของพระราชวังหลวง 

        ริมน้ำมีท่าวาสุกรีซึ่งเป็นท่าเรือที่ประทับประจำพระราชวังหลวง และท่ากลาโหมในฉากแข่งเรือ ลำน้ำลพบุรีหรือคลองเมืองตื้นเขินและแคบลง เลียบคลองคือถนนอู่ทอง ที่เมื่อใครขับรถผ่านก็จะมองเห็นพระราชวังโบราณ และวัดใหม่ไชยวิชิต ที่สร้างขึ้นในพื้นที่ระหว่างพระราชวังหลวงกับแม่น้ำลพบุรี  ปัจจุบันคือวัดร้าง ตรงนี้ในอดีตคือประตูบวรนารีมหาภพชนม์ หรือประตูดิน ที่เป็นประตูเข้าออกของสาวๆ นางกำนัลมาลงอาบน้ำในคลองเมืองด้านเหนือ ป้อมท้ายสนม และประตูฉนวน ที่แม่การะเกดพูดถึงน่าจะอยู่ละแวกหน้าวัดใหม่ไชยวิชิตนี่แหละ "ไชยวิชิต" เป็นราชทินนามของตำแหน่งผู้รักษากรุงเก่าในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

วัดเดิมอโยธยา

ธรรมาสน์จากสมัยอยุธยาปิดทองคำเปลวสีทองอร่าม ที่วัดเชิงท่า

---    "วัดเดิมอโยธยา...ฉันเห็นแล้วไอ้เรืองเอ๊ย" 

เมื่อการะเกดนั่งเรือผ่านวังหลวงไปก็ถึงวัดเดิมอโยธยา  ที่ละครบุพเพสันนิวาส ไปถ่ายทำกันที่วัดเชิงท่า ที่ก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวังหลวงเป๊ะๆ  สำหรับคนที่ไม่ได้นั่งเรือมาแบบการะเกด ก็แค่ขับเลยวัดหน้าพระเมรุมานิดเดียวก็ถึงแล้ว

“วัดเชิงท่า”  มีชื่อเรียกหลายชื่อ  วัดตีนท่า  วัดติณ  วัดคลัง วัดโกษาวาสน์  ชื่อนี้มีที่มาด้วยพระยาโกษาปานผู้เป็นราชทูตไทยกลับมาจากฝรั่งเศสแล้วได้ปฏิสังขรณ์วัดนี้  เป็นวัดเก่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าอู่ทอง ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะเมือง ฝั่งตรงข้ามวัด คือ ป้อมท้ายสนม และ ปากคลองท่อ  ซึ่งเป็นท่าข้ามเรือของฝั่งเกาะเมือง

ส่วนหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่ตามรอยละคร "บุพเพสันนิวาส" ที่วัดเชิงท่า

        นอกจากนี้วัดเชิงท่ายังผูกพันกับพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพราะเป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนหนังสือไทย ขอม และพระไตรปิฏกของพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

จุดที่ถ่ายทำว่ากันว่าคือ ศาลาการเปรียญหลังใหญ่ริมน้ำ สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในมีของดีงามคือธรรมาสน์จากสมัยอยุธยาปิดทองคำเปลวสีทองอร่าม แถมมีจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติในปฐมสมโพธิกถาสวยงามมาก แม้บางส่วนจะมีสภาพไม่สมบูรณ์นัก

ตลาดอยุธยา อยู่ที่ไหนเหรอ

        จำได้ไหม วันแรกๆ ที่นางเอกมาอยู่ในร่างการะเกด ท่านหมื่นสุนทรเทวาพาการะเกดไปตลาดผ้าเหลือง พายเรือผ่านวัดไชยวัฒนาราม ออกแม่น้ำ และอ้อมเข้าพระนครทางประตูคลองฉะไกรน้อย  จนมาถึงป่าผ้าเหลือง ที่อยู่ติดๆกับตลาดบ้านดินสอ
สีสันบนเส้นทางก่อนจะถึงจุดหมายล้วนน่าสนใจ
"ซ้ายมือนี้ป้อมอะไรคะ"
"ป้อมปากคลองขุนละครไชย"
"คลองขุนละครไชย คลองสายที่เข้าไปในพระนคร"
"ใช่ ผ่านประตูช่องกุดนั้น คลองนี้ยาวไปออกทางแม่น้ำด้านโน้น"
"ทำไมชื่อขุนละครไชยคะ หรือมีละครให้ดู"
"ใช่ ตรงปากคลองมีตลาดบ้านจีน มีโรงเหล้าและโรงละคร โรงงิ้วและโรงน้ำชา"

เกศสุรางค์มองตามไป ... เห็นหมู่ชุมชนตรงปากคลองขุนละครไชย แล่นมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา
"ตรงนี้นี่เอง" แล้วเกศสุรางค์ก็คิดในใจ
"ไอ้เรือง ตรงนี้ไง ซ่องโสเภณีของอยุธยา แกยังบอกว่า อยากมาเที่ยวไง้ นี่ฉันเห็นกะลูกกะตาฉันเชียวนะเว้ย"
 

ตลาด
ตลาดอโยธยาในจิตรกรรมฝาผนังวัดสุวรรณดาราราม

        ส่วนเมื่อมาถึงตลาด บทละครบรรยายไว้อย่างละเอียดลออ "ถนนดินเล็กๆ สองข้างทางมีร้านขายผ้าไตรจีวรละลานตา แล้วยังมีเพิงขายขนม ขายของสดแห้งประปราย ด้านหลังร้านเป็นโรงพักอาศัยทำด้วยไม้ไผ่มุงจาก แม้แต่พื้นเรือนก็ทำด้วยไม้ไผ่"   จากตรงนี้ การะเกดมองเห็นวัดมงคลบพิตรด้วย 
วันต่อมามีฉากการไปช้อปปิ้งตลาดบ้านดินสอ ตลาดบ้านสมุด และไปหาช่างตีเหล็กเพื่อทำกระทะที่ตลาดน้อย

        ประตูคลองฉะไกรน้อยอยู่ที่ไหนนะ ทำไมพระเอกใช้เส้นทางนี้บ่อยจัง คลองฉะไกรน้อยแต่เดิมเชื่อมระหว่างบึงพระรามด้านในพระนครออกมาสู่แม่น้ำเจ้าพระยา  แต่คลองฉะไกรน้อยปัจจุบันถูกถมไปเกือบไม่เหลือแล้ว  ร่องรอยที่เหลือบางส่วน ก็คือสระน้ำบริเวณเรือนไทย ในเขตพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา และบางส่วนในเขตมหาวิทยาลัยราชภัฎ พระนครศรีอยุธยา  ใกล้ๆกันยังเป็นที่ตั้งของวัดบรมพุทธาราม ที่สร้างในสมัยพระเพทราชา

สะพานบ้านดินสอ อยู่ในบริเวณวัดบรมพุทธาราม

          ชื่อที่อ้างอิงได้กับตลาดบ้านดินสอ ก็คือ สะพานบ้านดินสอ ที่เป็นสะพานอิฐข้ามคลองฉะไกรน้อย จากฟากวัดบรมพุทธารามไปยังวัดถนนป่าดินสอ  ป่าดินสอนี้เป็นย่านการค้าสำคัญของกรุงศรีอยุธยา เป็นย่านที่ขายเครื่องเขียนประเภท "ดินสอ" ซึ่งในคำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรมบันทึกไว้ว่า "ถนนป่าดินสอริมวัดพระงาม มีร้านขายดินสอศิลาอ่อนแก่แลดินสอขาวเหลืองดินสอดำ"

        อันที่จริง ถนนละแวกนี้ยังมีสถานที่สำคัญในอดีตหลายอย่าง เช่น วัดอำแม บ้านแขกใหญ่เจ้าเซ็น (เฉกอะหมัด) บ้านเจ้าพระยาพระคลัง (โกษาปาน) วัดพระงาม เป็นต้น

ป่าผ้าเหลืองในอดีต ปัจจุบันคืออยุธยาไนท์มาร์เก็ต

        ในนิยายเล่าว่า เสร็จจากซื้อดินสอ จึงข้ามสะพานไปอีกด้าน เดินผ่านย่านป่าผ้าเหลือง ไปยังตลาดบ้านสมุด ซึ่งก็มีร้านขายของชำของแห้งต่างๆ ที่นางผินนางแย้มเรียกว่า ปสาน โดยนักเขียนอธิบายว่า ตลาดปสาน หมายถึง ตลาดขายของแห้ง เป็นห้องแถว ที่น่าจะมีรากศัพท์มาจาก คำว่า bazaar ในภาษาแขกเปอร์เซีย   เป็นไปได้ว่าย่านร้านตลาดนี้อยู่ในเกาะเมือง ไม่ไกลจากบริเวณวัดพระรามและศาลเจ้าหลักเมือง 

ร่องรอยของ สะพานชีกุน ที่เหลือในปัจจุบัน

        แถวบึงพระรามก็มีท่าวัดพระมหาธาตุ มีย่านป่าขันเงิน ใกล้ๆกับตลาดชีกุนที่ขายเครื่องประดับและตลาดป่าเตรียบ ที่ขายตะลุ่มพานต่างๆ ที่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เกศสุรางค์เปรียบเทียบไว้ว่าแถวนี้คือ "สยามพารากอน" ของกรุงศรีอยุธยา 

วัดพระราม
วัดพระราม

         พอได้ของครบแล้ว พี่หมื่นก็พาการะเกดไปหาช่างทำกระทะที่ตลาดน้อย ในบทละครบรรยายไว้ว่า 
"บริเวณนี้เป็นตรอกแคบ สองข้างเป็นตึกแถวฉาบปูนสีขาว ซึ่งเป็นทางเข้าโรงตีเหล็ก ผู้คนในแถบนี้ส่วนใหญ่เป็นคนจีน" 

บริเวณแนวคลองโบราณของกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะบึงพระราม

         ตลาดน้อยนี้อยู่แถวย่านสามม้า ย่านค้าขายของชาวจีน มีทั้งโรงทำเครื่องจันอับ และขนมแห้งจีนต่าง ๆ หลายชนิด มีช่างจีนทำโต๊ะ เตียง ตู้ เก้าอี้ขาย ทั้งยังรับตีเหล็กตามแต่จะมีคนจ้าง 

ประตูช่องกุด แห่งเดียวที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน

          ย่านนี้กลายเป็นพื้นที่อยู่อาศัยแถวตรงข้ามป้อมเพชรในปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้ไม่มีตลาดแล้ว  ริมน้ำแถวนั้นในสมัยอยุธยาเคยเป็นท่าเรือจ้างข้ามไปวัดพนัญเชิง และเคยมีประตูช่องกุด  ซึ่งก็คือประตูขนาดเล็กที่เจาะไว้เป็นระยะ ๆ รอบกำแพงพระนคร รวม 61 ประตู แต่ปัจจุบันเหลือเพียงประตูเดียว คือบริเวณโรงเรียนวัดรัตนไชย ส่วนตลาดท่าเรือจ้างวัดนางชี ที่ท่านหมื่นชอบไปเมาเหล้า ก็อยู่หน้าชุมชนโปรตุเกส   

ป้อมเพชร

ป้อมเพชร

        "ป้อมเพชร เป็นป้อมที่สำคัญที่สุดในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะเป็นประตูเมืองที่ป้องกันข้าศึก แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักไหลมาบรรจบกันที่นี่"
ในเรื่องบุพเพสันนิวาสนั้น ป้อมเพชรเป็นฉากที่เกศสุรางค์ในร่างของแม่การะเกด ได้นั่งอยู่บนเรือกับพี่หมื่น และได้โบกมือทักทายให้กับบรรดาทหารบนป้อม 

ท่าเรือโบราณป้อมเพชร ฝั่งตรงข้ามมองเห็นวัดพนัญเชิง

     ป้อมเพชรเป็นป้อมขนาดใหญ่ หนึ่งในสองป้อมที่ยังเหลือจนปัจจุบัน ป้อมมีหกเหลี่ยมและมีเชิงเทินใบเสมาด้านบน  มีช่องปืนใหญ่ 8 ช่องที่เล็งตรงไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาด้านใต้ ป้องกันข้าศึกที่มาทางน้ำ  สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระมหาธรรมราชา มองไปฝั่งตรงข้ามป้อมเพชรจะเห็นวัดพนัญเชิงอยู่เยื้องกันไม่ไกล  เมื่อนางเอกหันไปทางปากน้ำ จากแถวป้อมเพชร ก็เห็นหมู่เรือสำเภาที่มาค้าขายกับอยุธยาจอดคลาคล่ำ 

วัดพุทไธศวรรย์

       การะเกดแอบตามพี่หมื่นมาที่วัดพุทไธศวรรย์  ผ่านประตูลงอาคมเข้าไปสำนักดาบของวัดแห่งนี้ และได้พบกับพ่อครูชีปะขาวผู้ที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอคือใคร และยังได้มอบมนต์ที่ใช้กำบังกายหายตัวให้กับเธออีกด้วย สุดยอดไหมล่ะ   

วัดพุทไธศวรรย์
วัดพุทไธศวรรย์

        วันนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ในบริเวณเดิมที่เคยเป็นเวียงเหล็กที่ประทับของพระองค์ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา และไม่ถูกเผาในช่วงเสียกรุงครั้งที่ 2  ที่นี่มีปรางค์ประธาน ในศิลปะแบบขอม นอกจากนั้นยังมี เจดีย์ย่อมุม ซึ่งเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนฐานย่อมุมไม้สิบสอง ส่วนวิหารต่างๆ ภายในวัดก็จะนั้นมี พระวิหารหลวงขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ด้านหน้าปรางค์ประธาน ส่วนท้ายพระวิหารเชื่อมต่อเนื่องกับระเบียงคดที่ล้อมรอบปรางค์ประธาน ข้างปรางค์ประธานมีวิหารพระพุทธไสยาสน์ ศิลปะอยุธยาตอนต้น  จุดที่แม่การะเกดเดินเข้าประตูลงอาคม ก็คือทางเข้าระเบียงคดด้านหลังองค์ปรางค์ประธาน บรรยากาศวัดพุทไธศวรรค์ก็สุดจะขลัง เหมาะกับสวมชุดไทยเดินถ่ายรูปอยู่มาก จนเราอาจแยกไม่ออกว่าสาวห่มสไบคนไหนปรากฏตัวมาจากยุคอยุธยาจริงๆ หรือมาจากกรุงเทพฯ  กันแน่

วัดพุทไธศวรรย์
มองหาประตูอาคม วัดพุทไธศวรรย์

ตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ฐานอาคารมีลักษณะโค้งแบบศิลปะอยุธยาตอนปลาย ถ้ามีโอกาสได้ชม ถือว่าเป็นบุญมากๆ เห็นจะเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องทศชาติชาดก ไตรภูมิและภาพตำนานสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ไปนมัสการพระพุทธบาทที่ลังกาทวีป

วัดไชยวัฒนาราม

        "วัดไชย...วัดไชยวัฒนาราม..." เกศสุรางค์ชี้มือไป ... วัดไชยวัฒนาราม สวยงามอร่ามเรือง ตั้งตระหง่าน "บ้านเราอยู่ใกล้ๆกับวัดไชยหรือคะเนี่ย" 

วัดไชยวัฒนาราม
วัดไชยวัฒนาราม

        หากรถติดมากนักที่ย่านบ้านป้อม ก็ต้องโทษบุพเพอาละวาดนี่แหละ เพราะนี่คือที่ตั้งของ วัดไชยวัฒนาราม  ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก นอกเกาะเมืองอยุธยา สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองโดยนำคติเขาพระสุเมรุกับแผนผังของปราสาทนครวัดมาเป็นต้นแบบและดัดแปลงให้มีรูปแบบเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

      วัดแห่งนี้ถูกใช้เป็นฉากในหลายๆ ตอนของละคร โดยเฉพาะตอนต้นเรื่อง ที่เกศสุรางค์และเรืองฤทธิ์ไปเก็บข้อมูลโบราณคดี และฉากที่การะเกดนั่งเรือผ่าน และตกตะลึงกับสีทองอร่ามของเจดีย์วัดไชย  บ้านของพระยาโหราธิบดีเองก็อยู่ไม่ไกลจากนี้ ดูๆแล้วน่าจะในคลองเล็กๆ แถวบ้านป้อมนี่แหละ

        หากใครจะไปเที่ยวอยุธยาเพลานี้ ควรดูฤกษ์ยามกับท่านโหรากูเกิ้ลไว้ด้วย เพราะกำลังเป็นแหล่งที่คนไปมากโข และหากไปเสาร์-อาทิตย์คงได้กระทบไหล่พี่หมื่นและแม่การะเกดตามแลนด์มาร์คเป็นแน่แท้

 

ABOUT THE AUTHOR
saiaway

saiaway

เคยเป็นบก.ท่องเที่ยว และยังคงทำงานด้านการสื่อสารกับผู้คน ชอบเดินบนภูเขา ไปห้องสมุด ฝันอยากเป็นโยคี

ALL POSTS