HAPPENING BKK
NLINE MAGAZINE
×
12 ซีรีส์น่าดู (ระหว่างรอ Game of Thrones ซีซัน 8)
by Manta
11 ม.ค. 2561, 16:17
  2,418 views

 

ปีนี้ไม่มี Game of Thrones นะรู้ยัง .... ในระหว่างรอ เรามีซีรีส์น่าสนใจ 12 ให้ดูวนแก้เหงาไปก่อน

 

ปีนี้คือปีที่สาวก Game of Thrones ระทมที่สุด เพราะจะไม่มีซีรีส์โปรดให้ดูเลยจนกระทั่งปี 2019 ซึ่งทางเอชบีโอประกาศแล้วว่าจะปล่อย Game of Thrones ซีซัน 8 และซีซันสุดท้ายจำนวนหกตอนให้ได้ดูกัน (หกตอนเอง!) เราเข้าใจว่ามันทรมาณ แต่อย่าเพิ่งฟูมฟายไป ยังมีซีรีส์หนุกๆ หลายเรื่องหลายรสที่น่าจะทำให้เราผ่าน 12 เดือนอันอ้างว้างไปได้ จนกว่าแม่มังกรจะกลับมา ...

 

House of Cards (5 ซีซัน 65 ตอน)

 

เควิน สเปซี และ โรบิน ไรท์ รับบทสองสามีภรรยานักการเมืองอเมริกันสุดโดที่บ้าอำนาจ หลงตัวเอง มัวเมาในชื่อเสียงและความยิ่งใหญ่จนทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ใครไม่ได้ติดตามการเมืองอเมริกันอาจมีมึนๆ กับระบบนิดหน่อย แต่ความมันขนาดจิกเก้าอี้คือความโหดบ้าระห่ำศีลธรรมวิกฤตของสองผัวเมีย โดยเฉพาะ แคลร์ อันเดอร์วู้ด (โรบิน ไรท์) ที่น่าจะทำให้หายคิดถึง เซอร์ซี แลนนิสเตอร์ ไปได้บ้าง

 

 

Bates Motel (5 ซีซัน 50 ตอน)

 

พูดถึง เซอร์ซี ในมิติของแม่ทำให้นึกถึง นอร์มา เบทส์ ขึ้นมาตะหงิดๆ เธอคือแม่สุดที่รัก (ที่แอบหักเหลี่ยมโหด) ของ นอร์แมน เบทส์ ผู้จัดการโมเต็ลสุดสยอง Bates Motel ในหนังคลาสสิค “Psycho” ปี 1960 ของ อัลเฟรด ฮิทช์ค็อก ซีรีส์บอกเล่าเรื่องราวก่อนเหตุการณ์ในหนัง ตั้งแต่สองแม่ลูกเปิดกิจการ และปูพื้นเบื้องหลังว่าทำไม นอร์แมน ถึงโตขึ้นมาจิตเพี้ยนได้ขนาดนั้น ตัวละครหลักรับบทโดย วีร่า ฟาร์มิก้า และ เฟรดดี้ ไฮมอร์ ที่ได้รับคำชมมากมายจากการแสดงในซีรีส์นี้

 

 

Hannibal (3 ซีซัน 39 ตอน)

 

ไหนๆ จะมาสายดาร์กแล้วก็ต้องไปให้สุดกับ ดร.ฮันนิบาล เล็คเตอร์ ตัวละครสุดเหี้ยมแบบเชือดนิ่มๆ จาก Silence of the Lamb ซึ่ง แมดส์ มิคเคลเซน รับบทเป็น ดร.เล็คเตอร์ จิตแพทย์ในวัยหนุ่ม ที่ต้องทำงานกับ วิล แกรห์ม (ฮิว แดนซี) เจ้าหน้าที่พิเศษของเอฟบีไอเพื่อไขคดีฆาตกรรมที่ทั้งน่าสยดสยองและน่าค้นหา จนเกิดเป็นมิตรภาพที่นำไปสู่จุดพลกผันของเรื่องในตอนท้าย นี่คือซีรีส์แนวสยองขวัญที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

 

 

American Horror Story (7 ซีซัน 84 ตอน)

 

เรื่องสยองเลือดโชกที่มีครบตั้งแต่ผี แม่มด แก๊งละครสัตว์ พวกบ้าลัทธิบูชายันต์ ไปจนถึงคนวิกลจริตและแม่ชีโหด ความดีงามคือแต่ละซีซันไม่ต่อกันและจบเป็นซีซันๆ ไปโดยใช้นักแสดงหลักชุดเดิม เพราะฉะนั้นไม่ต้องดูต่อกันก็ได้ ชอบแนวไหนเลือกดูได้เลยตามสะดวก ทีมนักแสดงหลักได้แก่ เจสซิก้า แลง (4 ซีซันแรก), อีแวน ปีเตอร์, เดนิส โอแฮร์, ซาร่าห์ พอลสัน, แมท โบเมอร์ และอีกมากมาย มี เลดี้ กาก้า โผล่มาด้วยนะ

 

 

Stranger Things (2 ซีซัน 17 ตอน)

 

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “ประหลาด” ซีรีส์ย้อนยุค 80 นำแสดงโดย วิโนนา ไรเดอร์ และแก็งเด็กนักแสดงมากความสามารถเป็นซีรีส์ของเน็ทฟลิกซ์ที่เป็นที่ฮือฮามากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีที่แล้ว ว่าด้วยเรื่องสัตว์ประหลาดจากต่างดาว (มั้ง) ที่เข้ามาป่วนเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ ร้อนถึงเด็กๆ จอมกวนที่ต้องออกมารับมือ นอกจากเนื้อเรื่องจะน่าติดตามแล้ว ยังมีเสื้อผ้าหน้าผม รถวินเทจและเพลงแก่ เอ๊ย เก่า สร้างสีสันให้กับเรื่องราว

 

 

Black Mirror (4 ซีซัน 19 ตอน)

 

ซีรีส์เรื่องแปลกยังไม่หมดเท่านี้ ยังมี Black Mirror ซีรีส์สัญชาติอังกฤษทางเน็ทฟลิกซ์แบบจบในตอน ว่าด้วยเรื่องชีวิตคนสังคมเมืองในอนาคตอันใกล้ (มากหรือน้อยไม่แน่ใจ) ที่มีเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิต เรื่องราวมีหลายแบบ ทั้งเศร้า หลอน น่ากลัว ไปจนถึงเรียบๆ นิ่งๆ แต่ทำให้คิดต่อไปได้อีกหลายวัน อย่าเห็นว่ามีแค่ 19 ตอนแล้วจะดูจบได้ในวันเดียว ขอเตือนว่ามันหนักและต้องใช้เวลาตั้งสติก่อนสตาร์ทตอนใหม่พอสมควรเลย เราเตือนคุณแล้วนะ

 

 

Orange is the New Black (5 ซีซัน 65 ตอน)

 

มาดูอะไรขำๆ กันบ้าง Orange is the New Black พาเราเข้าไปหลังลูกกรงสู่คุกหญิงล้วนสำหรับนักโทษลหุโทษ ผ่านมุมมองและการเล่าเรื่องของ ไปเปอร์ แชปแมน (แสดงโดย เทย์เลอร์ ชิลลิ่ง) สาวผิวขาวที่คิดว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่นๆ และไม่สมควรมาใช้ชีวิตในตารางเอาซะเลย (ค่ะ!) นางต้องใช้ชีวิตกับกลุ่มสาวผิวดำ สาวๆ ละตินและสาวเพี้ยนๆ ป่วงๆ ที่บางคนกลายเป็นมิตร และศัตรูตัวร้าย ... ไหนจะผู้คุมจิตไปไม่สมประกอบอีก ซีรีส์ไม่ตลกขนาดขำก๊ากและมีเนื้อหนังสะท้อนสังคมและค่านิยมเรื่องเพศและเชื้อชาติพอสมควร แบบจิกกัดเบาๆ น่ารักๆ

 

 

Peaky Blinders (4 ซีซัน 24 ตอน)

 

มาลองดูอะไรแมนๆ กันบ้าง Peaky Blinders นำเรื่องราวของแก๊งอาชญากรชื่อเดียวกันที่มีอยู่จริงในเมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษเมื่อช่วงปี 1890-1910 ซีรีส์บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแก๊ง การขยายธุรกิจและ “สงคราม” ระหว่างแก๊งของตระกูล เชลบี้ โดยมี ทอมมี เชลบี้ (แสดงโดย คิลเลียน เมอร์ฟี) เป็นผู้นำ ไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องตรงตามเรื่องจริงมากน้อยอย่างไร แต่ทำออกมาได้น่าสนใจ มีมิติ ใส่ใจรายละเอียดและไม่ได้เชิดชูความรุนแรงจนขาดเหตุผล มีหักมุมให้อึ้งทึ่งเสียวได้ตลอด นำแสดงโดยนักแสดงคุณภาพมากมาย เช่น พอล แอนเดอร์สัน, เฮเลน แม็คครอรี, เอเดน กิลเลน และ ทอม ฮาร์ดี้

 

 

Breaking Bad (5 ซีซัน 62 ตอน)

 

ถ้ายังไม่เคยดู ก็คงไม่มีเวลาไหมเหมาะจะ binge watch Breaking Bad เท่าตอนนี้ ไบรอัน แครนสตัน รับบท วอลเตอร์ ไวท์ ครูวิชาเคมีที่ร้อนเงินเอามารักษามะเร็ง จนต้องใช้ความรู้ที่มีแอบทำยาบ้าสูตรพิเศษขึ้นมาขาย โดยมี เจสซี พิงค์แมน (แอรอน พอล) นักเรียนสายเกเรในโรงเรียนช่วยนำออกขาย แต่เรื่องไม่จบเท่านั้น ยังมีพ่อค้ายาเม็กซิกันจอมโหด หัวหน้าหน่วยปราบปรามยาเสพติดที่เป็นน้องเขยของ มิสเตอร์ไวท์ และสารพัดความวุ่นวาย เนื้อเรื่องดำเนินช้าๆ แต่น่าสนใจ และขมวดปมจบได้แบบไม่มีอะไรคาใจ ทำให้ Breaking Bad กลายเป็นเจ้าของตำแหน่งซีรีส์ที่ได้รับคำชมและความนิยมมากที่สุดของโลกตลอดกาลโดยกินเนสบุ๊ค ขึ้นหิ้งซีรีส์คลาสสิคที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

 

Mad Men (7 ซีซัน 92 ตอน)

 

นี่ก็อีกซีรีส์ที่ห้ามพลาด จอน แฮม รับบท ดอน เดรเปอร์ อัจฉริยะด้านโฆษณาและผู้บริหารระดับสูงของเอเจนซีโฆษณาในนิวยอร์กยุค 60 จุดเด่นของซีรีส์คือการดำเนินเรื่องที่มีลูกล่อลูกชน บทพูดคมคายเสียดสี บุคลิกตัวละครที่มีหลายมิติ และที่สำคัญคือรายละเอียดขอเสื้อผ้า สถานที่และความถูกต้องตามยุคสมัยที่เป๊ะสุดๆ ทำให้ Mad Men คือซีรีส์เจ้าของรางวัลมากมายทั้งด้านโปรดักชันและการแสดง

 

 

Versailles (2 ซีซัน 20 ตอน)

 

เปลี่ยนแนวมาดูอะไรวิลิศมาหราในรั้วในวังกันบ้าง ที่อยากแนะนำคือ Versailles  บอกเล่าเรื่องราวระหว่างที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในวัยหนุ่ม (แสดงโดยนักแสดง จอร์จ แบลกเดน) กำลังก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายชายเมืองปารีส เพื่อแสดงแสนยานุภาพของยุวกษัตริย์และยื้ออำนาจจะตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่หวังโค่นล้มบัลลังก์ ความเผ็ดนัวและแสบสันต์คือชีวิตหยำเปในราชสำนัก เรื่องราวชิงรักหักสวาท การหักหลัง และสารพัดดราม่า ที่สำคัญไปกว่านั้นคือไปถ่ายทำกันที่พระราชวังแวร์ซายจริงๆ รวมไปถึงวังอื่นๆ อีกหลายแห่งในฝรั่งเศสด้วย สวยงามอลังการมากๆ

 

 

The Crown (2 ซีซัน 20 ตอน)

 

ซีรีส์ดราม่าบอกเล่าเรื่องราวในวัยสาวของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ตอนที่เพิ่งเสกสมรสกับพระสวามีและเพิ่งได้ขึ้นครองราชย์ แคลร์ ฟอย รับบทราชินีอลิซเบธ ส่วน แมท สมิธ รับบทเจ้าชายฟิลลิป เมื่อครั้งยังหนุ่มสาวที่ต้องเป็นทั้งคู่ชีวิตในบริบทที่ฝ่ายหญิงมีอำนาจทางสังคมมากกว่า เป็นพ่อและแม่ และประมุขของประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่อย่างรวดเร็ว

 

 

ABOUT THE AUTHOR
Manta

Manta

นักดื่ม นักจิบ ดื่มบ้างบ่นบ้าง

ALL POSTS